 |
ท่องเที่ยวถ่ายภาพ
ตอน เลี้ยวซ้ายไปเมืองปาย
ปาย
เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในหุบเขา ระหว่างทางจากเชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอน เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมานานนับสิบปี โดยเฉพาะในหมู่ของชาวต่างชาติที่รักการท่องเที่ยวแบบแบกเป้ บางคนก็ว่าปายมีชื่อเสียงเพราะเป็นแหล่งที่มี ยา ขายให้ฝรั่งได้เสพอย่างสบายใจในราคาถูก แต่บ้างก็ว่าเป็นเพราะปายเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์และเอกลักษณ์เฉพาะในตัวเอง
ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม ผมได้ยินชื่อเมืองปายครั้งแรกเมื่อราวสิบปีมาแล้ว ครั้งนั้น ปายเป็นคอลัมน์พิเศษที่ลงในหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ซึ่งผมก็จำได้ไม่ถนัดว่าเป็นฉบับไหน โดยบอกเล่าว่า ปายเป็นเมืองเล็กๆ ที่ฝรั่งชอบไปเที่ยวกันมาก และน่าจะเติบโตเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นดีของประเทศได้ในอนาคต
แต่ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้ไปลงทุนทำธุรกิจที่เมืองปาย แต่ปายก็มาข้องแวะกับผมหลายต่อหลายหน เช่นเพื่อนผมที่เป็นทายาทเศรษฐีเก่ามีมรดกมากมาย บอกจะขายที่ในเมืองปายให้ เผื่อว่าผมจะเอาไปทำโรงแรมรีสอร์ทกับเขาบ้าง แต่ที่ประทับใจผมที่สุดคือการได้ไปเที่ยวเมืองปายแบบกระทันหันถึงสองครั้งซ้อนๆ ทั้งที่ต่างกรรมต่างวาระกัน แต่การไปปายทุกครั้งของผม ก็ไม่เคยมีวี่แววมาล่วงหน้าแต่ประการใด
|
 |
| |
 |
|
| |
|
โดยครั้งแรก ผมไปเที่ยวปาย เพราะเกิดเบื่องานในกรุงเทพอย่างกระทันหัน เลยชวนภรรยาไปฝากลูกทั้งสองหน่อให้อาม่าเลี้ยงเป็นการชั่วคราว แล้วจองที่พักซื้อตั๋วเครื่องบินแล้วบินไปแบบรู้ตัวกันล่วงหน้าไม่เกินสองวัน (ชีวิตการท่องเที่ยวของผมมักจะเป็นแบบนี้บ่อยๆ เช่นตอนที่ไปเที่ยวเวียดนาม ก็ตัดสินใจกันก่อนออกเดินทางไม่เกินสามวัน) ทริปนั้น จัดว่าเป็นฮันนีมูน รีเทิร์นของผมและภรรยาจริงๆ เพราะไปนอนพัก แล้วแวะไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งปายก็มีที่เที่ยวไม่กี่แห่งจริงๆ แถมด้วยนั่งรถม้าไปตามถนนในชนบท ให้หมาบ้านต่างๆ วิ่งมาเห่ากันขรมไปเลย
สำหรับครั้งที่สองนี้ ก็เกิดขึ้นแบบกระทันหันกว่า เพราะหลังจากที่ต้องอดทนกับการขับรถไปส่งลูกที่โรงเรียนในย่านรถติดขึ้นชื่อเกือบตลอดทั้งปี พอปิดเทอมปั๊บ ผมก็ประกาศปุ๊บเลยว่าจะไปเที่ยว ไม่สนด้วยว่าจะไปไหน ขอแค่ได้ไปเที่ยวก็พอ เล่นเอาครอบครัวงงกันใหญ่ว่าผมจะมาไม้ไหน เพราะมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยจริงๆ |
|
 |
|
| |
ผมก็เลยขยายแผนให้ฟังว่า ครอบครัวของเราจะเอารถคันใหม่ที่เพิ่งซื้อ นัยว่าเน้นเพื่อใช้ในการท่องเที่ยวส่วนบุคคลจริงๆ เพราะเป็นรถ SUV ชนิดนั่งได้เจ็ดคน ไปไหนลุยไหนก็ได้ ไม่ต้องเช่ารถตู้พร้อมคนขับให้วุ่นวาย จากนั้นครอบครัวของเราก็จะออกเดินทางไปทางเหนือ กะว่าจะไปเชียงใหม่หรือแม่ฮ่องสอนยังไม่ได้ตัดสินใจ
พอบอกแผนท่องเที่ยวเสร็จ ลูกๆ ก็ตัดสินใจทันที่ว่าจะไปแม่ฮ่องสอน เพราะเคยไปมาหลายครั้งแล้ว เลยคุ้นเคย และยังสนุกอยู่ แต่แผนนี้ ผมยังไม่อนุมัติ แต่รับในหลักการไว้ก่อน เพราะยังจัดให้ลงในเวลาของเราไม่ได้ โดยเดิมที เราตั้งใจจะออกเดินทางในวันศุกร์ และกลับมาวันอังคาร จะได้ไม่ทิ้งงานไปมากนัก และอาศัยว่าเป็นช่วงที่เคลียร์โครงการให้คนอื่นดูแลได้หมดแล้ว เลยสบายหน่อย ทำให้มีระยะเวลาท่องเที่ยวราวๆ ห้าวัน
|
|
| |
|
| |
ทีนี้ ถ้าเราเดินทางขึ้นเหนือในวันศุกร์จะถึงเชียงใหม่ ตอนเย็นๆ แล้ววันเสาร์เข้าแม่ฮ่องสอน ผ่านทางฮอดเข้าแม่สะเรียง ก็หมดไปอีกหนึ่งวัน แล้วไปอำเภอเมืองผ่านถ้ำแก้วโกมล และดอยแม่อูคอก็อีกวันนึง เรียกว่าผ่านไปสามวันยังไม่ได้เที่ยวเลย ผมเลยขอพับแผนนี้ไว้ก่อน และคิดว่าจะไปเที่ยวที่เชียงใหม่ ขึ้นไปบนดอยอ่างขางแทน
ถึงเวลาออกเดินทางจริงๆ กลับมีปัญหาขลุกขลักบางประการ เริ่มต้นตั้งแต่กระเป๋าที่ทุกคนตั้งใจเอาไปให้ครบ เพราะถือว่ามีรถไปเอง ผลก็คือ ครอบครัวเราสี่คน มีกระเป๋ารวมกันทุกชนิดสิบสี่ใบ! ใช่แล้วครับ สิบสี่ใบ นอกจากกระเป๋าเสื้อผ้าสี่ใบแล้ว ยังมีกระเป๋าใส่ Notebook อีกสองเครื่อง กระเป๋ากล้องที่บรรจุอุปกรณ์ครบสองใบ กระเป๋าใส่เครื่องชาร์จทุกชนิด แล้วยังมีกระเป๋าใส่ขาตั้งกล้องอีกสองตัว บวกกับกระเป๋าใส่หนังสือ CD เพลง และกระเป๋าเอกสารของภรรยาผมอีกหนึ่งใบ พอผมนำกระเป๋าทุกใบไปจัดท้ายรถ Fortuner ก็เต็มแน่นพอดี ทั้งๆ ที่ผมพับเบาะขึ้นแล้วก็ตาม
|
|
|
| |
 |
|
| |
นอกจากนี้ ตอนจะออกเดินทาง ทุกคนดูเหมือนจะยังไม่ค่อยพร้อม ติดธุระโน่นบ้าง นี่บ้าง ก็เลยไม่สามารถออกรถได้ตามเวลา สุดท้ายพวกเราก็เลยเลื่อนการเดินทางออกไปหนึ่งวัน ซึ่งก็ยังดีที่เราไม่ได้จองโรงแรมไว้ล่วงหน้า เลยไม่ต้องกังวลอะไร
ต่อมาในวันรุ่งขึ้น พวกเราก็ได้ออกเดินทางสมใจ ด้วยความพร้อมมากกว่าเดิม เลยออกเดินทางตั้งแต่แปดโมง กะว่าจะไปถึงสุโขทัยราวบ่ายโมง ทานเที่ยงและแวะเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยสักเล็กน้อย แล้วค่อยเข้าเชียงใหม่ตอนเย็นๆ
ระหว่างการเดินทาง ผมก็อาศัยเจ้าการ์มิน GPS นำทางให้พาไป ซึ่งค่อนข้างสะดวกสบายทีเดียว เพราะไม่ต้องอ่านป้าย ไม่ต้องคิด ขับตามที่การ์มินบอก รับรองว่าถึงที่หมายแน่นอน เพียงแต่บางสถานที่อาจจะอ้อมบ้าง เพราะข้อมูลแผนที่อาจจะ Update ไม่ทันตามงานก่อนสร้างถนนของเราที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
|
|
| |
 |
|
| |
พวกเราไปถึงอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยราวๆ บ่ายโมงครึ่ง ที่ล่าช้ากว่าแผนเล็กน้อย เพราะถนนช่วงอยุธยามีการก่อสร้างอยู่ เลยเสียเวลาไปพอสมควร จากนั้น เราก็ได้หา ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ทานกันในบริเวณที่จอดรถของทางอุทยานเลย ซึ่งก็มีอยู่ด้วยกันหลายร้าน แต่ไม่ว่าร้านไหนก็มีรสชาดที่อร่อยเหมือนๆ กัน โดยก๋วยเตี๋ยวของเขานอกจากจะใส่ถั่วฝักยาวซอยเฉียงๆ และเครื่องปรุงตามสูตรแล้ว ยังได้ใส่น้ำตาลปึกที่ทำจากมะพร้าวอีกด้วย เลยทำให้มีรสชาดที่หอมหวาน และมัน อร่อยมาก แนะนำให้ลองทานถ้ามีโอกาสได้แวะไปนะครับ
หลังจากที่อิ่มกับอาหารกลางวันแล้ว พวกเราก็ซื้อตั๋วเข้าชมอุทยานคนละยี่สิบบาท เข้าไปชมโบราณสถานต่างๆ แต่เนื่องจากเราไปช่วงปิดเทอมในเดือนมีนาคม ซึ่งเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว แถมยังไปถึงตอนบ่ายอีก เลยทำให้การถ่ายภาพในวันนั้นไม่ค่อยสนุกเท่าไรนัก
|
|
| |
|
|
| |
แต่ที่น่าประทับใจคือที่วัดศรีชุมที่อยู่นอกเขตอุทยาน และต้องจ่ายค่าตั๋วอีกต่างหาก (เราสามารถซื้อตั๋วรวมที่สามารถเข้าได้หลายแห่งก็ได้ จะถูกกว่าและไม่เสียเวลาอีกด้วย) เราได้มีโอกาสเก็บภาพพระอจนะหรือพระพูดได้ที่ลือชื่อ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยขนาดใหญ่ (หรืออาจจะเรียกว่าปางสดุ้งมารก็ได้) ปั้นตามแบบศิลปะสุโขทัยที่งดงาม และอ่อนช้อยมาก
พระอจนะ หรือพระพูดได้ นี้มีตำนานมาว่า เคยมีคนเข้ามาในพระอุโบสถหลังนี้ แล้วได้ยินเสียงมาจากองค์พระทำให้ร่ำลือกันไปว่า พระอจนะนั้นพูดได้ แต่ในข้อเท็จจริง ปรากฎว่าในผนังของอุโบสถของวัดศรีชุมนั้น เป็นผนังสองชั้น และมีช่องให้เดินขึ้นไปได้ ภายในมีภาพเขียนฝาผนัง รวมทั้งมีช่องหน้าต่างให้มองเข้ามาในอุโบสถได้อีกด้วย จึงอาจจะเป็นไปได้ว่ามีคนเข้าไปซ่อนตัวในผนังของอุโบสถแล้วพูดกับคนที่มีไหว้พระ จนเกิดเป็นเรื่องร่ำลือกันไปทั่ว แต่น่าเสียดายที่ผนังนั้นได้ถูกปิดห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปแล้ว เนื่องจากมีคนเข้าไปขีดเขียนตามผนังทำให้ภาพเขียนดั้งเดิมเกิดความเสียหาย เลยทำให้พวกเราไม่ได้แวะเข้าไปชมกัน
|
|
| |
 |
|
| |
พอสมควรแก่เวลา พวกเราก็ออกเดินทางต่อไปยังจังหวัดเชียงใหม่ โดยกลับเข้าไปที่จังหวัดตากผ่านขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงเชียงใหม่ก่อนค่ำพอดี โดยในระหว่างทาง ผมและภรรยาก็ได้เห็นสถานที่งดงามระหว่างทางหลายแห่ง โดยเฉพาะแถวๆ เถิน เลยมีการแวะกันมากหน่อย บางแห่งก็สองสามนาที บางแห่งก็สิบนาที ที่หนักๆ ก็ราวๆ ครึ่งชั่วโมง เล่นเอาลูกๆ บ่นกันใหญ่ กลัวว่าจะเข้าเชียงใหม่ในตอนมืด
จากโปรแกรม พวกเราตั้งใจว่าจะพักที่เชียงใหม่ก่อนหนึ่งคืน แล้วค่อยออกเดินทางต่อ ดังนั้น พวกเราเลยต้องหาที่พักให้ได้ก่อน ซึ่งเราก็เลือกมาหลายแห่ง แต่เนื่องจากทริปนี้เป็นทริปพิเศษที่เราตั้งใจจะใช้กันแบบประหยัด แต่ก็ยังมีเงื่อนไขที่ต้องการห้องที่ Connect กันได้ สุดท้ายพวกเราเลยเลือกโรงแรมธารินที่อยู่แถวๆ ถนนห้วยแก้ว เพื่อจะได้ขึ้นดอยสุเทพได้ในตอนเช้า
|
|
| |
 |
|
| |
เช้าวันต่อมา พวกเราได้เช็คเอาท์ราวๆ แปดโมง แล้วเดินทางไปขึ้นดอยสุเทพ โดยมีจุดหมายที่หมู่บ้านม้งดอยปุย ดังนั้น เพื่อไม่ให้เสียเวลา พวกเราเลยแวะนมัสการครูบาศรีวิชัยแล้ว ขับรถเลยผ่านวัดพระธาตุดอยสุเทพกับตำหนักฯ ไปก่อน เพื่อไปเก็บภาพชาวเขาในตอนเช้า ซึ่งที่นั่น ผมได้พบกับเด็กหลายคนที่ผมเคยถ่ายภาพไว้ แล้วตอนนี้โตขึ้นมาช่วยแม่พานักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวบนเขา
ที่นี่ ผมได้เก็บภาพของดอกฝิ่น หรือดอกป๊อปปี้สีม่วง ที่กำลังบานสวยได้อีกด้วย
จากดอยสุเทพ พวกเราได้ขับรถลงมาหาอาหารกลางวันในตัวเมือง ซึ่งก็ตกลงกันไม่ได้ว่าจะทานอะไร ทันใด ลูกชายคนเล็กก็โพล่งออกมาว่าอยากทานพิซซา ทุกคนเลยลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะไปหาพิซซาทานกัน โดยใช้การ์มินนำทาง แต่ผมดันไปกดหาร้านอาหารอิตาเลียนโดยไม่ระบุให้ชัดเจน เจ้าการ์มินเลยนำทางเข้าไปที่ร้านอาหารอิตาเลียนในโรงแรมอมารี รินคำ เพราะอยู่ใกล้ที่สุด
|
|
| |
 |
|
| |
แต่ก็ผิดคาดนิดหน่อย เพราะกลางวันเป็นช่วงของบุฟเฟต์พอดี เลยไม่มีพิซซาให้ทานกัน แต่มีอาหารนานาชาติให้เลือกหลากหลาย รวมถึงไส้กรอกเนื้อลูกวัวแสนอร่อย ที่ลูกๆ ของผมติดใจมาก จนต้องไปเติมหลายรอบ ในขณะที่ผมและภรรยาก็เพลินกับข้าวซอยที่ต้องเลือกใส่กันเอาเอง เลยสนุกกันใหญ่ มีการตามใจตัวเองนิดหน่อยด้วยของหวานหน้าตาน่าทานหลายชนิด
พอเช็คบิล ก็ไม่แพงอย่างที่คิดไว้ เพราะราคาตกหัวละสองร้อยกว่าบาท รวม Service Charge และภาษีอีกนิดหน่อยก็ไม่เกินสามร้อย พวกเราเลยตั้งใจจะกลับมาแวะทานอีกรอบในตอนขากลับ
ออกจากโรงแรม พวกเราก็มาสรุปจุดมุ่งหมายกันใหม่ เพราะคิดว่าสภาพอากาศที่ค่อนข้างร้อน ที่ดอยอ่างขางคงไม่ค่อยสวยแล้ว สุดท้าย ภรรยาผมก็เสนอเมืองปายเข้ามา เพราะเป็นที่ๆ ลูกๆ ยังไม่เคยไป (คราวที่แล้วหนีลูกไปเที่ยว อย่างที่เล่าให้ฟังข้างต้น) และก็ไม่ไกลมากนัก ความทรงจำที่ดีๆ ก็มีอยู่มาก ที่ประชุมเลยลงมติเป็นเอกฉันท์อีกครั้งหนึ่ง แล้วพวกเราก็ออกเดินทางแล้วได้เลี้ยวซ้ายไปเมืองปายแล้วครับ...
-- Isyss --
|
|
| |
 |
|
| |
|
|