editor talk
home
about bareo
art of design
decor guide
the gallery
living young
talk to editor
links
 
 
 
 

 

เพลงสบายๆ สไตล์ Jack Johnson
          “ หากว่าเรากำลังสบายจงปรบมือพลัน(เปาะๆ) หากว่าเรากำลังสบายจงปรบมือพลัน(เปาะๆ) หากว่าเรากำลังมีความสุข หมดเรื่องทุกข์ใดๆ ทุกสิ่ง มัวประวิงอะไรกันเล่า จงปรบมือพลัน (เปาะๆ) “ เจ้ากะจุ๊กมารายงานตัวแล้วครับผม วันนี้เจ้ากะจุ๊กมาพร้อมกับเสียงเพลงแห่งความสุข เพราะว่ากระผมหนีงานมาแอบมาพักร้อนที่ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
          เป็นสถานที่ที่มีบรรยากาศ เหมาะแก่การมาพักผ่อนแบบสบายๆ ชิลๆ นั่งจิปกาแฟยามบ่าย เพลิดเพลินกับเสียงเพลง ระหว่างที่ผมกำลังเคลิบเคลิ้มกับเสียงเพลงอะคูสติกฟังสบายๆเข้ากับอารมณ์ของผมใตตอนนั้น ทำให้ ผมก็อยากรู้ว่าเพลงพวกนี้เป็นเสียงร้องของใคร จึงเดินดุ่มๆไปถามเจ้าของร้านกาแฟ จนได้รู้ว่าเค้าคนนั้นคือ Jack Johnson เป็นศิลปินชื่อดังและเจ้าของร้านยังเป็นแฟนคลับตัวยงอีกด้วย ทำให้กระผมสนใจและอยากรู้จัก Jack Johnson มากขึ้น
          หลังจากกลับมาจากพักร้อน ก็รีบเข้าไปหาพี่ กุ๊กกู๋ หรือ พี่ Google ซึ่งเป็นผู้ช่วยที่ดีของกระผม นั่งหาข้อมูลอยู่พักใหญ่ได้ข้อมูลมามากเลยรู้ว่าพี่ Jack Johnson นี่มีชื่อเสียงอย่างที่คิดไว้ มีเพลงติด Chart ในอันดับสูงๆอยู่หลายๆที่ทั้งเมืองไทยและต่างประเทศ และความสามารถยังไม่หมดแค่นั้น ยังเป็น นักเล่นเซิร์ฟ,นักแต่งเพลง , นักสร้างภาพยนตร์อินดี้ อีกด้วย วันนี้เจ้ากะจุ๊กเลยนำ ประวัติ และผลงานต่างๆของพี่ Jack มาให้ลองชมกันนะครับ
ประวัติ Jack Johnson
          Jack Johnson ชื่อจริง แจ็ค โฮดี จอห์นสัน เกิดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 1975 และโตขึ้นในเกาะ Oahu หนึ่งในบริวาร เกาะในฮาวาย เขาเติบโตในสภาพแวดล้อมของชายหาด สายลม ทะเล โดยเขาเริ่มโต้คลื่นร่วมกับพี่ชายทั้ง 2 ขณะเขา อายุ 12 ปี เคยได้รับเชิญไปแข่งขันในรายการ Pipe Masters ตอนอายุ 17 ปีด้วยนะครับ มาถึงตอนนี้กระผมได้เข้าใจแล้วว่าทำไมเพลงของเขาจึงออกมาฟังสบายๆสไตล์ เซิร์ฟป็อป ,อะคูสติกร็อก และโฟล์ก
          ช่วงนึง เขาประสบอุบัติเหตุ รักษาตัวอยู่ที่บ้านหลายเดือน เหตุนี้ที่ทำให้หันมาฝึกซ้อมทักษะในการเล่นกีตาร์ไปพลางๆโดยได้แรงบันดาลใจจากนักดนตรีอย่าง Cat Stevens ไปจนถึง Fugazi แต่ยังไม่ได้สนใจถึงระดับอาชีพ จนกระทั่งเขาได้ศึกษาต่อที่ University of California ใน Santa Barbara เขาจบการศึกษาในสาขาภาพยนตร์ ในปี 1997 และแจ็คได้เล่นริทึ่มกีตาร์กับวงฮิปปี้ ชื่อ "Soil-me."
          ในระหว่างปี ค.ศ.1997-98 แจ็คตัดสินใจพักช่วงด้วยการออกเดินทางท่องเที่ยวไปกับ Chris และ Emmett Malloy เพื่อนเก่าที่เล่นเซิร์ฟด้วยกัน ซึ่งก็เป็นเวลาที่เขาได้สร้างภาพยนตร์อินดี้เกี่ยวกับ การโต้คลื่น เรื่อง Thicker Than Water ลองดู trailer กันก่อนนะครับ
          ต่อมาเข้าได้พบ Garrett Dutton แห่งวง G. Love & Special Sauce แจ็คได้บันทึกเสียงเพลง "Rodeo Clowns" ซึ่งอยู่ในอัลบั้ม Philadelphonic หลังจากเพลงถูกปล่อยตามคลื่นวิทยุต่างๆ ก็เริ่มทำให้เขาเป็นที่รู้จักกันกว้างขวางมากกว่าแค่วงการคนเล่นเซิร์ฟด้วย กัน แต่แทนที่เขาจะตกลงเซ็นสัญญาออกอัลบั้ม เขากลับสร้างภาพยนตร์เรื่องที่ 2 ที่มีชื่อว่า The September Sessions
          หนังเรื่องนี้ได้รับรางวัล Adobe Highlight Award ในงานเทศกาลภาพยนตร์ของ ESPN ในขณะเดียวกัน ภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาก็ได้รับการยกย่องจาก นิตยสารเซิร์ฟต่างๆว่าเป็นสุดยอดภาพยนตร์แห่งปี
          และต่อมา Ben Harper (นักดนตรี) และ J.P. Plunier (ผู้จัดการและโปรดิวเซอร์) ก็ได้ฟังเพลงของเขา ชักชวนแจ็คและช่วยแต่งเพลงอัลบั้มแรกของเขาในปี 2001 อัลบั้ม "Brushfire Fairytales" กับค่าย Enjoy Record เขาได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตทั่วอเมริกาและออสเตรเลียที่ไปเล่นเป็น Opening Act ให้ Ben Harper ซึ่งเพียงแค่ช่วงเวลาปีเดียวในการออกอัลบั้มก็ขายได้ 100,000 แผ่น และในปี 2003 ทำยอดขายได้ถึงระดับแพล็ตตินั่ม
    
          หลังจากตระเวนทัวร์อยู่เกือบ 2 ปี แจ็คได้ออกอัลบั้มที่ 2 "On and On" ต่อจากนั้นแจ็ค ตั้งค่ายเพลงขึ้นเองมีชื่อว่า Brushfire Records และสามารถขายอัลบั้มนี้ได้ถึง 1 ล้านแผ่นภายในเวลาเพียงแค่ 1 ปี (อันดับ 3 บนบิลบอร์ดชาร์ท)
          อัลบั้มที่ 3 "In Between Dreams" ออกจำหน่ายวันที่ 1 มีนาคม 2005 หลังจากนั้น 1 ปี อัลบั้มนี้ก็ขึ้นชาร์ทที่อันดับ 2 ในอเมริกา และขึ้นสูงสุดอันดับ 1 ในอังกฤษ อัลบั้มนี้ยังคงได้โปรดิวเซอร์ และ ซาวน์ดเอ็นจิเนียร์ที่ทำให้อัลบั้มที่แล้วมาช่วย เพลงดังที่สุด “Better Together” เขาแต่งให้กับ Kim ภรรยา (ทั้ง 2 เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่งสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่งงานกันในปี 2004 และมีลูกชายชื่อ Moe) และมีท่อนฮุคโดนใจๆ
           “It’s not always easy and sometimes life can be deceiving But I’ll tell you one thing, it’s always better when we’re together”
          ในปี 2006 ก็ออกอัลบั้มที่ 4 "Sing-A-Longs and Lullabies for the Film Curious George" อัลบั้มนี้ก็ประสบความสำเร็จขึ้นอันดับ 1 ในอเมริกา เดือนกุมภาพันธ์ 2006 ได้รางวัลจาก Brit Award สาขา Best International Newcomer ทำให้อัลบั้ม "In Between Dreams" ขายดีขึ้นหลักล้านในอังกฤษ
          อัลบั้ม Sleep Through the Static สามารถขึ้นสูงสุดที่อันดับ 1 บนตารางอันดับอัลบั้มบนบิลบอร์ด โดยเปิดตัวในสัปดาห์แรกสูงถึง 375,000 แผ่น ในส่วนที่เปิดให้เสียเงินดาวน์โหลดอัลบั้มก็มีผู้จ่ายเงินดาวน์โหลดอัลบั้ม นี้ไปแล้วกว่า 139,000 ครั้ง และอัลบั้มนี้ยังมียอดขายสูงสุดนับตั้งแต่เนลสัน ซาวนด์สแกน จัดอันดับมา ในสัปดาห์แรกนี้
    
ผลงาน

• ปี 2001 - Brushfire Fairytales (Everloving Records)
• ปี 2003 - On and On (The Moonshine Conspiracy/Universal)
• ปี 2005 - In Between Dreams (Brushfire/Universal Records)
• ปี 2006 - Sing-A-Longs and Lullabies for the Film Curious George (Brushfire/Universal Records)
• ปี 2008 - Sleep Through the Static
          ลองมาฟังเพลงที่ กระผมชอบกันบ้างนะครับ Banana Pancakes! จาก อัลบัม On and On เป็นเพลงมีเลศนัยนะครับ เนื้อเพลงประมาณว่า วันฝนตกอยู่บ้านกับภรรยา แล้วไม่รู้จะทำอะไรเลยชวนภรรยาทำ Banana Pancakes! กินกัน
          นอกจากนี้ยังมีเพลงเพราะๆอีกเพียบ ลองไปฟังเพลง online ที่นี่นะครับ http://www.jackjohnsonism.com/jack-johnson-music-online.html ส่วนตอนนี้กระคงต้องขอตัวไปนั่งจิบกาแฟ ฟังเพลงสบายๆของ Jack Johnson ต่อแล้วพบกันใหม่ตอนหน้า ส่วนตอนหน้าเจ้ากะจุ๊กมีเรื่องราวอะไรใหม่ๆมานำเสนอกันอีกโปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
 
     
 

 

   สวัสดีครับ

-- เจ้ากะจุ๊ก --

ขอขอบคุณ เว็บไซต์ http://www.jackjohnsonism.com/ สาวกพี่ Jack ที่เอื้อเฟื้อประวัติ และรูปภาพ
 

 

 


บริษัท บาริโอ จำกัด

50 ซอยบรมราชชนนี 4 ถนนบรมราชชนนี เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700   Tel. 66 2881 8536-7   Fax. 66 2881 8538