Decorative

            ยิ่งเวลาผ่านไป…ยิ่งดูเหมือนว่าปริมาณของธรรมชาติจะลดน้อยถอยลง ถูกแทนที่ด้วยป่าปูนอันได้แก่ ตึกราม บ้านช่อง น้อยใหญ่ เป็นจำนวนมาก สาเหตุหลักที่ทำให้บรรยาศแห่งความปลอดโปร่งผ่อนคลายจมดิ่งจนแทบจะกลายเป็นศูนย์

            แม้ทุกวันนี้พื้นที่จัดสวนจะมีไม่มากนัก เนื่องจากคนไทยยุค 4.0 ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในคอนโด ตึกแถว แมนชั่น เป็นต้น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเติมความงามจากธรรมชาติให้ที่พักอาศัยของคุณ ดังเช่นการจัดสวนเล็กๆ ปลูกดอกไม้ที่ออกดอกตลอดทั้งปี ก็สามารถเพิ่มสีสันและบรรยากาศให้บ้านของคุณน่าอยู่มากยิ่งขึ้นได้ค่ะ ซึ่งบทความนี้ Karuntee จะขอแนะนำพรรณไม้ตกแต่งบ้านที่เราสามารถชื่นชมความงามได้ตลอดปี ไม่ว่าจะเป็นไม้เลื้อย ไม้กระถาง ไม้ยืนต้นดอกหอม ตลอดจนเคล็ดลับวิธีการปลูกและดูแลรักษามาฝากกันค่ะ

พรรณไม้เลื้อย

           สายน้ำผึ้งดอกไม้แห่งความร่าเริง

Cr. Fukuoka

           เรามาเริ่มกันที่ดอกไม้ชื่อหวานๆ แถมดอกหอมสวยอย่าง “สายน้ำผึ้ง” ก่อนเลยค่ะ สายน้ำผึ้งเป็นไม้เถาเลื้อยทรงพุ่มขนาดเล็ก ส่วนดอกนั้นมีลักษณะคล้ายรูปทรงกรวย ออกดอกชูช่อ ซึ่งในช่อหนึ่งออกดอกได้ถึงเกือบ 20 ดอกเลยทีเดียว ขณะที่ดอกเริ่มบานจะมีสีขาว และจะกลายเป็นสีเหลืองเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนร่วงโรย และปลิวไสวไปกลับแรงลม สร้างความเพลิดเพลินและงดงามให้กับสวนภายในบ้านได้เป็นอย่างดีทีเดียวค่ะ ที่สำคัญดอกสายน้ำผึ้งยังส่งกลิ่นหอมอบอวลโดยเฉพาะช่วงพลบค่ำไปจนถึงฟ้าสางของอีกวัน จะหอมมากและยาวนานเป็นพิเศษ  ถือเป็นพรรณไม้ดอกหอมที่สามารถให้ดอกได้ตลอดทั้งปี ในช่วงฤดูฝนจะออกดอกเยอะและสวยสดมากกว่าฤดูอื่นๆ ค่ะ

           สำหรับคนที่สนใจปลูกต้นสายน้ำผึ้งไว้ชมดอก หรือเพิ่มบรรยากาศให้กับมุมสวนในบ้าน ทำได้ง่ายๆ ค่ะ โดยสามารถเตรียมดิน ปลูกตามริมรั้วหรือพื้นที่โล่งแจ้งแล้วทำซุ้มโค้งสำหรับรองรับการเจริญเติบโตซึ่งพรรณไม้จะเริ่มเลื้อยมากขึ้น สายน้ำผึ้งเป็นไม้กลางแจ้งที่เติบโตได้ดีในดินร่วนซุยที่มีความอุดมสมบูรณ์ ต้องได้รับปริมาณแสงพอเหมาะ และความชื้นที่เหมาะสม สามารถทนต่อสภาพอากาศได้ดี ที่สำคัญแม้ว่าสายน้ำผึ้งจะปลูกง่าย ดอกดกสวยงาม ไม่จำเป็นต้องดูแลตลอดเวลา แต่ก็ต้องหมั่นดูแลและรดน้ำ ใส่ปุ๋ย เขาเป็นประจำนะคะ ดอกสายน้ำผึ้งจะได้สดใสและอยู่คู่กับสวนไปนานๆ

           สร้อยฟ้าดอกม่วง

Cr. gardeningknowhow

           รูปก็งาม นามก็เพราะ ยกให้ดอกสร้อยฟ้าสีม่วงประกาย ที่เห็นแล้วสวยเตะตา ดูหรูหรา ดั่งนางพญาของดอกไม้เลยทีเดียวค่ะ หลายคนอาจจะไม่ค่อยรู้จักสร้อยฟ้านัก พรรณไม้ดอกชนิดนี้เป็นไม้เลื้อย ซึ่งสามารถเลื้อยได้ไกลถึง 3-5 เมตรเลยทีเดียว ทำให้นิยมนำมาปลูกบริเวณรั้วหน้าบ้าน ซุ้มโค้งประตู รวมไปถึงชิงช้าไม้ตัวเก่ง  ลักษณะของดอกสร้อยฟ้าเป็นดอกเดี่ยวสีม่วง เวลาที่ดอกบานจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 4 เซนติเมตร ตรงกลางดอกเป็นวงสีขาวมีเกสรยื่นออกมา โดยมีวงของกลีบเลี้ยงและกลีบดอกล้อมรอบ ขอบดอกเป็นเส้นพลิ้วคดงอ ดูมีมิติสวยงามมากๆ ค่ะ โดยดอกจะเริ่มบานจากโคนต้นไปเรื่อยๆ จนจรดปลายยอด ซึ่ง 1 ดอกบานได้นานแค่ 1-2 วันเท่านั้น แต่จะผลัดเปลี่ยนสลับกันออกดอกบานตลอดทั้งปี และจะส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ให้ชื่นใจได้ทั้งวัน

           วิธีการปลูกสร้อยฟ้าควรปลูกในดินที่เหมาะสม หรือดินร่วน และสร้อยฟ้าเป็นพรรณไม้ที่ชอบแดดจัดๆ พื้นที่ในการปลูกจึงควรเป็นสถานที่กลางแจ้งมีแสงแดงส่องถึงตลอดทั้งวัน ถึงอย่างไรก็แล้วแต่อย่าลืมรดน้ำ พรวนดิน ให้ปุ๋ยเขาด้วยล่ะ ขอแค่พอดีๆ ไม่มากไป เพียงเท่านี้ดอกสร้อยฟ้าก็งดงามไปตลอดทั้งปีแล้วค่ะ

           เล็บมือนาง งามกลางใจ

Cr. LIVINGDD

           ฟังแค่ชื่อก็พอจะเดาทางได้ว่า “เล็บมือนาง” จะต้องเรียวสวย เหมือนนิ้วมือคนแน่นอน ซึ่งไม่ผิดคาดมากนักค่ะเพราะใบเดี่ยวของเล็บมือนางนั้น มีลักษณะเป็นรูปตัววีคล้ายๆ รูปไข่ปลายแหลม และตัวดอกเป็นหลอดยาวประมาณ 4 นิ้ว โดยดอกจะมีสีแดงอมขาว หรือสีชมพู หลอดของดอกจะคดโค้งนิดหน่อย และมีเกสรยื่นออกมาจากกลางดอก 5 อัน เป็นช่อสีขาว จากนั้นจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพู ดอกจะทยอยบานและอยู่ได้นานประมาณ 3-4 วัน  เมื่อใกล้ร่วงโรยจะเปลี่ยนเป็นสีแดงค่ะ

           เล็บมือนางเป็นพืชไม้เลื้อยที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ โดยต้นจะเติบโตได้ดีถ้าปลูกในดินร่วนปนทราย ที่มีความอุดมสมบูรณ์ และต้องได้รับแสงแดดปานกลาง น้ำปานกลาง เป็นพรรณไม้ดอกที่ปลูกแล้วเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และออกดอกได้ดีทุกฤดูกาล ที่สำคัญยังมีกลิ่นหอมแรงตั้งแต่ช่วงหัวค่ำจนเช้า ช่วยให้สบายใจ อารมณ์ผ่อนคลายได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ

           พวงชมพูชูช่อ

Cr. curejoy

           พวงชมพู ดอกไม้แสนหวานที่มากมายด้วยประโยชน์นานา นำมาจัดแจกันตั้งในบ้านก็ได้ ทั้งตกแต่งบ้านให้สดใส ร่มรื่น สร้างบรรยากาศสดชื่นและอ่อนโยน ซึ่งนิยมปลูกไว้ประดับตามรั้ว ทำซุ้มโค้งเหมือนอุโมงค์ดูโรแมนติก เพราะออกดอกให้ได้ยลความงามตลอดทั้งปี แถมยังเป็นพรรณไม้ที่ปลูกง่าย ดูแลรักษาง่าย เนื่องจากเป็นดอกไม้ที่ชอบแดด ยิ่งแสงแดดแรงจ้า พวงชมพูก็ยิ่งเติบโตเปล่งประกายมากยิ่งขึ้น เรียกว่าเหมาะสุดๆ กับการปลูกในสภาพอากาศร้อนจัดของเมืองไทย หรือแม้แต่อยู่ในที่ร่มก็งอกงามได้ดีเช่นกันค่ะ

           สิ่งที่ทำให้พวงชมพูโดดเด่นจนคนนิยมปลูกกันมากอีกอย่างหนึ่งก็คือ ลักษณะของดอกที่ดูหวาน โรแมนติก โดยดอกของพวงชมพูจะอยู่รวมกันเป็นช่อเป็นกลุ่มตามซอกใบ ง่ามกิ่งและปลายยอด ส่วนปลายยอดสุดจะเป็นมือเกาะ ดอกสีชมพูสดใส ดอกจะประกอบด้วยช่อดอก เรียงดอกสลับทางติดกันอยู่อย่างหนาแน่น รูปร่างของดอกมีทรงคล้ายรูปหัวใจ ดอกมีขนาดเล็ก เวลาร่วงโรยให้ความรู้สึกเหมือนซากุระในเมืองหนาว สวยงาม ดีต่อความรู้สึกไม่แพ้กันเลยค่ะ

ไม้กระถาง

           กุหลาบมอญ งามสง่า

Cr. Masha

           กุหลาบมอญเป็นไม้พุ่มขนาดเล็กสูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นและกิ่งมีหนาม โดยจะออกดอกเป็นช่อผล สีชมพูบ้าง สีแดงบ้าง และมักออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งโดยจะอยู่รวมกันเป็นกระจุกจำนวน 3-5 ดอก ดอกดกและบานนานหลายวันและออกดอกตลอดทั้งปี ไม้ดอกชนิดนี้จะชอบแดดจัด ซึ่งอย่างน้อยต้องได้รับแสงแดดวันละ 6 ชั่วโมง จึงควรปลูกในที่โล่งแจ้งหรือแดดส่องถึง แต่ต้องเป็นที่อับลม เพราะกุหลาบมอญจะขึ้นได้ดีในดินที่มีความชื้นและอุดมสมบูรณ์สูง ไม้ดอกพันธุ์นี้ชอบปุ๋ย ชอบน้ำ แต่ไม่ชอบน้ำขัง และดินที่ปลูกจะต้องระบายน้ำได้ดีด้วย

           ชบาบานช่อโต

Cr. suwandee95 nimmanpisuit

           ชบาเป็นพรรณไม้ที่หลายคนคุ้นเคย เพราะสามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามร้านขายต้นไม้ ชบาเป็นไม้พุ่มขนาด 1-3 เมตร แต่อาจสูงได้ถึง 7-10 เมตร ถ้าปลูกลงในดินค่ะ ในส่วนของดอกมักจะออกตามซอกใบใกล้ๆ กับปลายยอด มีทั้งดอกลาและดอกซ้อน และมีหลากหลายสี ทั้งดอกใหญ่และดอกเล็ก ชบาเป็นดอกสมบูรณ์เพศ หมายความว่ามีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียในดอกเดียว โดยเกสรตัวผู้จะเป็นดอกยาวที่ยื่นขึ้นกลางดอก และปลายสุดเป็นยอดเกสรตัวเมีย แยกเป็น 5 แฉกสีแดง เกสรตัวผู้ติดรอบๆ ดอกเป็นสีเหลือง ออกดอกตลอดปี

           ชบาเป็นพืชอีกหนึ่งชนิดที่ขึ้นชื่อว่าปลูกง่าย ดูแลง่ายสุดๆ ยิ่งถ้ามีการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม จะทำให้ชบาออกดอกสวยงามตลอดปี ดินที่ใช้ปลูกต้นชบาควรเป็นดินร่วนซุยที่มีการระบายน้ำได้ดี และการรดน้ำชบาขึ้นอยู่กับฤดูกาลต่างๆ เช่น ฤดูหนาวควรให้น้ำแต่พอดี ไม่มากเกินไป ส่วนในหน้าร้อนควรรดน้ำในปริมาณมากเพราะดินจะแห้งแล้ง หากวันไหนฝนตกก็ไม่ควรรดน้ำ และรดอีกทีในวันที่ฝนไม่ตก

           ดอกแก้วกลางใจ

Cr. Variety.teenee

           ดอกแก้วเป็นพรรณไม้ดอกที่มีกลิ่นหอมสะอาด สดชื่น ชวนให้เคลิบเคลิ้มเมื่อได้สูดดม อีกทั้งดอกยังมีสีขาวนุ่มละมุนตัดใบเขียว ทำให้คนรักธรรมชาติไม่พลาดที่จะนำดอกแก้วมาปลูกไว้ประดับบ้าน เพื่อสร้างบรรยากาศธรรมชาติอีกหนึ่งมิติให้กับมุมพักผ่อนค่ะ การปลูกดอกแก้วนั้นปลูกได้ทั้งในกระถางและนำลงดิน แต่นิยมปลูกในกระถางมากกว่า โดยกระถางที่ใช้ปลูกควรมีความสูงขนาด 12-16 นิ้ว และดินต้องเป็นดินร่วนซุยที่มีการผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกลงไปในอัตราส่วนที่เท่าๆ กัน วิธีการดูแลรักษาคือ ให้รดน้ำโดยประมาณ วางกระถางไว้ในที่โดนแสงแดดจัด หมั่นเติมปุ๋ยสม่ำเสมอ แต่ไม่ถี่จนเกินไป อาจเติมปุ๋ยได้ประมาณ 6 ครั้งต่อปี เป็นต้น

ไม้ยืนต้น

           กรรณิการ์

Cr. Shiuli flowers

           ดอกกรรณิการ์สีขาว ออกเป็นช่อดอกเล็กๆ กระจายที่ปลายกิ่ง ประมาณช่อละ 5 – 8 ดอก มีกลิ่นหอมอบอวล นุ่มละมุน กรรณิการ์จะบานในยามเย็นและร่วงโรยลงในยามเช้าของวันรุ่งขึ้น

           กรรณิการ์เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่ระบายน้ำได้ดี มีความชื้นปานกลาง แสงแดดแบบเต็มวันและครึ่งวัน หากปลูกในที่แห้งแล้งจะออกดอกน้อย โดยจะออกดอกในช่วงประมาณเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน แต่สามารถออกดอกได้ตลอดปีหากมีฝนหรือได้รับการตัดแต่งและมีการให้น้ำอย่างเหมาะสม

           พุดน้ำบุศย์เหลืองอร่าม

Cr. web.stagram

           พุดน้ำบุศย์ (น้ำบุษย์ หมายถึง พลอยสีเหลืองหรือบุษราคัม เป็นคำเปรียบความงามของดอกไม้ชนิดนี้) เป็นดอกพุดชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม ซึ่งดอกจะมีกลิ่นหอมแรง และผลิบานนานถึง 7 วัน เมื่อเริ่มบานจะมีสีออกขาวนวลส่งกลิ่นหอมมากๆ เลยค่ะ เรียกได้ว่าหอมในระยะไกลกว่า 2 – 3 เมตรทีเดียว พอวันต่อมาสีจะกลายเป็นเหลืองอ่อน จากนั้นจะค่อยๆ เหลืองเข้มไปจนถึงเข้มจัด โดยกรรณิการ์เป็นไม้ดอกที่ออกดอกตลอดทั้งปี และฤดูฝนมักจะให้ดอกได้มากที่สุด กลิ่นหอมตลอดวันแต่จะหอมมากๆ ในตอนค่ำ

           พุดน้ำบุศย์เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์ สามารถระบายน้ำได้ดี ชอบความชื้น และต้องการแสงแดดตลอดทั้งวัน หลังจากปลูกได้ประมาณ 2 เดือน กรรณิการ์จะเริ่มออกดอก สามารถปลูกได้ทั้งในบริเวณกลางแจ้ง หรือในกระถางขนาดใหญ่ และควรใส่ปุ๋ยคอกเพื่อบำรุงดินให้ประมาณ 15 วันต่อครั้ง โดยการฝังกลบรอบโคนต้นแล้วรดน้ำ ทั้งเช้า เย็นให้มีความชุ่มชื้นในปริมาณพอเหมาะ

           จำปูนหอมหวาน

Cr. extremechan

           จำปูนเป็นพรรณไม้ดอกที่มีกลิ่นหอมหวาน ดอกขนาดเล็ก กลีบหนา อูม ลักษณะคล้ายดอกบัวตูม ต้นใบและกิ่งคล้ายๆ กระดังงา ซึ่งจะออกตามยอดหรือโคนก้านใบ ลักษณะดอกจะแข็งมีสีขาวนวลเป็นมัน เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีกลิ่นหอมแรงในช่วงกลางคืนและหอมอ่อนในช่วงเช้า ดอกจะบานได้เพียงวันเดียวแล้วร่วงโรยลงสู่พื้นดิน โดยจะออกดอกตลอดปี แต่จะมีดอกดกในช่วงฤดูฝน

           จำปูนเป็นพืชที่มีการเจริญเติบโตช้าในช่วงแรก ต้นกล้าอายุหนึ่งปีจะมีความสูงเพียง 10 เซนติเมตร แต่จะเจริญเติบโตเร็วขึ้นได้ในปีถัดไป สภาพธรรมชาติต้องการแสงแดดรำไร ขึ้นได้ในดินทุกชนิด หากปลูกเลี้ยงควรปลูกในดินร่วนมีการระบายน้ำดี ชอบน้ำ และจะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง หรือฝนตกชุก หากต้องการปลูกให้ออกดอกจะต้องจัดสภาพแวดล้อมให้มีความเหมาะสม และควรระวังไม่ให้โดนแดดจัดจนเกินไป

           ใครว่างๆ ลองนำไอเดียการปลูกดอกไม้หอมที่ออกดอกทั้งปีไปทำดูนะคะ เพราะการเปลี่ยนสวนหรือพื้นที่เล็กๆ ในบ้านให้ดูมีสีสันและชีวิตชีวาด้วยดอกไม้ ถือเป็นวิธีการง่ายๆ และค่าใช้จ่ายไม่สูงมากค่ะ นอกจากจะเพิ่มความสวยงามให้บ้านของคุณแล้ว การดูแลดอกไม้เล็กๆ น้อยๆ ยังถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัวอีกด้วยค่ะ

Leave Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

clear formSubmit