Stadium in the world

                  เวลาชมกีฬาอะไรสักอย่าง นอกจากความสนุกสนานที่จะได้รับจากเกมการแข่งขันแล้ว สิ่งที่ทำให้กีฬานั้น ๆ น่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นก็คือเสียงโห่ร้องจากผู้ชมที่แน่นขนัดทุกมุมสนาม ยิ่งเสียงเชียร์ดังมากเท่าไร การแข่งขันก็ยิ่งร้อนระอุจนสัมผัสได้ถึงอะดรีนาลีนที่ลอยอยู่ในอากาศ ด้วยเหตุนี้กองเชียร์ที่เป็นเหมือนขวัญและกำลังใจของนักกีฬา จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้

                  เมื่อกีฬาต่าง ๆ เริ่มเป็นที่นิยมและก้าวเข้าสู่บทบาททางด้านพาณิชย์และเศรษฐกิจ แต่ยังไม่ละทิ้งความสนุกในแบบเก่า จำนวนผู้ชมที่เพิ่มมากขึ้นทำให้จำเป็นต้องสร้างสนามกีฬาขนาดใหญ่ที่กว้างพอจะรองรับแรงใจนับหมื่นจากทั่วสารทิศ สถาปัตยกรรมของสนามกีฬาจึงพัฒนาไปพร้อม ๆ กัน กระทั่งปัจจุบันสนามกีฬาหลายแห่งถูกออกแบบมาอย่างล้ำสมัยและมีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังสามารถอวดโฉมกับนานาชาติได้ถึงความยิ่งใหญ่และเป็นหน้าเป็นตาให้แก่ประเทศ บทความนี้จะพาไปชมสนามกีฬาที่รับรองได้ว่าแต่ละแห่งนั้นอลังการไม่แพ้กันเลยทีเดียว

Allianz Arena (มิวนิค, ประเทศเยอรมนี)

Cr. allianz-arena.com

                 Allianz Arena (อัลลิอันซ์อารีนา) สนามฟุตบอลขนาดยักษ์ในเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ที่มีสโมสร 1860 มิวนิค และบาเยิร์น มิวนิค เป็นเจ้าของ ภายในมีความจุถึง 69,901 ที่นั่ง ออกแบบโดย จาคส์ เฮอร์ซอก (Jacques Herzog) และปีแอร์ เดอ มิวรอน (Pierre de Meuron) สองสถาปนิกชื่อดังชาวสวิส ผู้ก่อตั้งบริษัท Herzog & de Meuron ซึ่งมีผลงานสถาปัตยกรรมอันเป็นที่รู้จักอีกหลายแห่ง เช่น Tate Modern หอศิลป์ร่วมสมัยที่รีโนเวทมาจากอาคารโรงไฟฟ้าในกรุงลอนดอน และยังเป็นผู้ออกแบบสนามกีฬารังนกร่วมกับศิลปินชาวจีนอีกด้วย

                 จุดเด่นของสนามฟุตบอลแห่งนี้ คือ Façade ที่ห่อหุ้มอาคารและสปอร์ตไลต์สีต่าง ๆ ที่ถูกฉายผ่าน Façade ออกมาโดยรอบ และเนื่องจากสนามแห่งนี้มีเจ้าของอยู่สองสโมสร การออกแบบไฟจึงมีความพิเศษตรงที่สนามสามารถเปลี่ยนสีได้ โดยหากเป็นคิวของ บาเยิร์น มิวนิค ลงสนามในฐานะเจ้าบ้าน สนามกีฬาจะกลายเป็น “สีแดง” อร่าม และจะเปลี่ยนเป็น “สีน้ำเงิน” เมื่อ 1860 มิวนิค ลงสนามในฐานะเจ้าบ้าน

                 และเมื่อทีมชาติเยอรมนีมาใช้สนามแห่งนี้แข่งขัน หรือเป็นการแข่งขันรายการที่เป็นกลาง เช่น การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สนามจะกลายเป็น สีขาว ธรรมดา ซึ่งตัว Façade ของอาคารที่เปลี่ยนสีได้ตามที่ต้องการนั้นยังสามารถมองเห็นได้ไกลถึง 50 ไมล์ แม้จะอยู่บนภูเขา นอกจากนี้รูปแบบของโครงสร้างอาคารยังโดดเด่นด้วยความทันสมัยและมีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์ จึงกลายเป็นที่จดจำของคนทั่วไปได้จากลักษณะที่เหมือนกับเรือยางขนาดมหึมา เป็นที่มาของชื่อเล่นที่ใช้เรียกขานสนามแห่งนี้ว่า “เรือยาง”

Cr. mundoextremadura.com

Cr. fcbayern.com

Yas Marina Circuit (อาบูดาบี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์)

Cr. racefans.net

Cr.studio-zee.com, formula.voyage

                  ไม่ได้มีเพียงสนามฟุตบอลเท่านั้นที่สร้างได้อย่างยิ่งใหญ่อลังการ Yas Marina Circuit (ยาส มารีนา เซอร์กิต) สนามแข่งรถฟอร์มูล่า วัน จุผู้ชมได้กว่า 50,000 ที่นั่ง กับระยะทาง 5.554 กม. ภายใต้การแข่งขันในรูปแบบ Night Race ที่รับรองว่าผู้ชมทุกคนจะสัมผัสกับประสบการณ์ความมันส์ได้แบบติดขอบกระจก จากห้องพักในโรงแรมระดับ 6 ดาว

                  เรียกได้ว่าเป็นการรวมตัวกันของสุดยอดสถาปัตยกรรมในตะวันออกกลางกับการสร้างโรงแรมสุดหรูเคียงคู่สนามแข่งรถระดับโลกที่ทำให้ร้องว้าว… ได้ในทุกครั้งที่เห็น โดยที่สนามแข่งรถสุดล้ำนี้ ได้รับการออกแบบโดย Hermann Tilke (เฮอร์มันน์ ทิลเก) วิศวกรชาวเยอรมัน มือหนึ่งในการออกแบบสนามแข่งรถ ควบตำแหน่งนักแข่งรถฟอร์มูล่า วัน เพียงคนเดียวที่ได้รับการยอมรับจากสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ ให้เป็นผู้ออกแบบเส้นทางการแข่งขัน ส่วนของโรงแรม Yas Marina ในเนื้อที่ 85,000 ตารางเมตรนั้น ได้บริษัท Asymptote Architecture จากสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ออกแบบให้อาคารด้านบนดูโค้งมนแปลกตาด้วยการสานตะแกรงเหล็กให้กลายเป็นหลังคาแผ่นใหญ่ ร่วมกับบริษัท ARUP Lighting ผู้พัฒนาดีไซน์ของไฟ LED ประดับตามช่องว่างระหว่างโครงเหล็ก ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญของอาคาร ด้วยโคมไฟเกือบ 5,000 ชุด ที่ควบคุมได้ด้วยมอนิเตอร์ และสามารถปรับระดับความเข้มอ่อนของแสงได้อย่างอัตโนมัติ โดยไม่ทำให้อาคารเกิดความร้อนจนเกินไป

Cr. wikimedia.org

Wembley (ลอนดอน, สหราชอาณาจักร)

Cr. www.sporttechie.com

                  สนามกีฬา Wembley (เวมบลีย์) เป็นสนามกีฬาที่มีความจุมากถึง 90,000 ที่นั่ง และหากรวมการยืนชมด้วยก็จะมีความจุถึง 105,000 คน เพิ่มจากสนามเก่าที่ถูกทุบทิ้งเพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพเวิลด์คัพปี 2006 ที่แม้อังกฤษจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในการโหวตให้แก่เยอรมนี แต่สนามแห่งนี้ก็ได้กลายเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของทวีปยุโรป รองจากสนาม Camp Nou ในเมืองบาร์เซโลน่า นอกจากนี้  Wembley  สามารถใช้งานได้ทั้งการแข่งขันฟุตบอล อเมริกันฟุตบอล กรีฑา แล้วยังเปลี่ยนให้เป็นสถานที่จัดแสดงคอนเสิร์ตระดับยักษ์ได้อีก อังกฤษจึงยกให้สนามกีฬากลางกรุงลอนดอนนี้เป็นสนามกีฬาแห่งชาติไปโดยปริยาย

                  จุดเด่นของ Wembley คือ โครงสร้างภายนอกที่ดูล้ำสมัย ด้วยทรงเกือบกลมแทนที่ทรงรีแบบเก่า และมี “Arch” เหล็กเส้นโค้งคล้ายซุ้มประตู สูง 133 เมตร เหนือหลังคาสนาม ที่ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของสนามสร้างใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นโครงสร้างที่ใช้ขึงหลังคาของสนาม ซึ่งสามารถเลื่อนไป-มา เพื่อปรับแสงที่ส่องลงมาในสนามตอนกลางวัน และเมื่อไฟสาดแสงยามค่ำคืน เราจะได้เห็น Arch กลายเป็นรุ้งกินน้ำที่โดดเด่นอยู่บนผืนฟ้าสีดำ

                  ในปัจจุบัน Wembley เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในหลายส่วนนอกจากบริเวณสนามกีฬา เช่น  ห้องแต่งตัวของทีมเหย้าที่มีเสื้อทีมของนักฟุตบอลในดวงใจแขวนให้ชมเป็นที่ระลึก ห้องแถลงข่าวสำหรับผู้จัดการทีม อุโมงค์ส่งตัวผู้เล่น รวมไปถึงส่วนที่เก็บรวมประวัติศาสตร์การแข่งกีฬาของอังกฤษไว้ อย่างคบเพลิงโอลิมปิกปี 1948 และคานของประตูโกลจากการแข่งขัน World Cup ในปี 1966 ที่อังกฤษได้รับชัยชนะอีกด้วย

Cr. i.dailymail.co.uk

Camp Nou (บาร์เซโลน่า, ประเทศสเปน)

Cr. www.archdaily.com

            มาถึงสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป ซึ่งจุผู้ชมได้ถึง 99,354 ที่นั่ง และยังเป็นที่ตั้งของสโมสรฟุตบอลชื่อดังแห่งสเปนอย่างบาร์เซโลน่ามาตั้งแต่ปี 1957 สนามแห่งนี้ คือ สนาม Camp Nou (คัมป์นู) ที่แฟนบอลทั่วโลกต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี กับรูปร่างอันเป็นเอกลักษณ์ที่เหมือนกับชามยักษ์ สัญลักษณ์สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองบาร์เซโลน่า

            แต่แม้ว่า Camp Nou จะมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปแล้ว บอร์ดบริหารสโมสรบาร์เซโลน่ายังมีความคิดที่จะพัฒนาให้อลังการยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยจะเริ่มรีโนเวทตั้งแต่ในปี 2018 นี้เป็นต้นไป จนถึงกำหนดเสร็จในปี 2021 โดย Camp Nou ในรูปแบบใหม่ จะเป็นฝีมือการออกแบบของบริษัท Nikken Sekkei จากประเทศญี่ปุ่น ผู้ประมูลการลงทุนไปถึง 420 ล้านยูโร ร่วมกับ Pascual-Ausió Arquitectes บริษัทสถาปนิกท้องถิ่นของเมืองบาร์เซโลน่า เพื่อเนรมิตสัญลักษณ์ของเมืองให้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด โดยจะเพิ่มที่นั่งผู้ชม จาก 99,354 เป็น 105,000 ที่นั่ง

ภาพ 3D ของสนาม Camp Nou ในอนาคต

Cr. www.barcelonayellow.com,  sportnieuws.nl

Bird’s Nest Place (ปักกิ่ง, ประเทศจีน)

Cr. jrrny.com

                  สนามกีฬาอีกหนึ่งแห่งที่ถูกเลือกให้เป็นสนามกีฬาที่สวยที่สุดในโลก มีชื่อว่า สนามกีฬาแห่งชาติกรุงปักกิ่ง (The Beijing National Stadium) หรือที่ชาวปักกิ่งเรียกกันอย่างติดปากว่า สนามกีฬารังนก เพราะรูปทรงเรขาคณิตที่ดูยุ่งเหยิงคล้ายกับรังนกของ Façade ด้านนอก สนามกีฬาแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางโอลิมปิคคอมเพล็กซ์ และเคยถูกใช้เป็นสถานที่จัดพิธีเปิดและพิธีปิดของโอลิมปิคในปี 2008 ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้สนามใด ๆ ของประเทศยุโรป

Cr. ilovetogo.com

                  ผู้ออกแบบสนามกีฬารังนก คือ Jacques Herzog และ Pierre de Meuron สถาปนิกจากสวิตเซอร์แลนด์ นักออกแบบกลุ่มเดียวกับที่ออกแบบสนามกีฬา Allianz Arena ในประเทศเยอรมนี โดยพวกเขาร่วมมือกับบริษัทสถาปนิกในจีน รวมทั้ง Ai Weiwei ศิลปินชาวจีนและนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนในการออกแบบตกแต่งภายใน ผลงานที่เนรมิตออกมาจึงมีกลิ่นอายของความทันสมัยผสมกับเสน่ห์ของความเป็นจีนอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยโครงสร้างคอนกรีตแข็งแรง รองรับชั้น Façade ที่สร้างจากแผ่นอลูมิเนียม สานเป็นใยไขว้กันไปมายาวถึง 36 กิโลเมตร เมื่อเข้าไปด้านในจึงเหมือนนั่งอยู่ในรังนกยักษ์ที่เมื่อตกดึกก็จะส่องแสงสีแดงสว่างราวกับพระราชวังฤดูร้อน

                 เมื่อไม่มีการใช้งานแข่งกีฬา สนามรังนกยังถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสวนสนุกฤดูหนาว ที่มีการจัดงานเทศกาลน้ำแข็งกับการแข่งขันกีฬาฤดูหนาวแมตซ์เล็ก ๆ เช่น สกี สเก็ตน้ำแข็ง รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ อย่างสร้างปราสาทหิมะ รถลากเลื่อน ขับรถบัมพ์บนน้ำแข็ง ให้นักท่องเที่ยวได้มาร่วมสนุกสนาน เป็นการสนับสนุนให้ออกกำลังกายและเล่นกีฬากันได้ทั้งครอบครัว

Cr. arcspace.com

Luzhniki Stadium (มอสโค, รัสเซีย)

Cr. theesto.com

                  นาทีนี้ สนามฟุตบอลที่ทั่วโลกต่างจับตามองคงเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจาก Luzhniki Stadium (ลุจนีกี) สถานที่เปิดเกมและสิ้นสุดเกมที่จะชี้ชะตาในศึกตัดสินรอบชิงชนะเลิศของฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งรัสเซียได้ทุ่มทุนเพิ่มที่นั่งจาก 78,000 ให้เป็น 89,318 ที่นั่ง รวมกับการปรับปรุงและสร้างสนามฟุตบอลอื่น ๆ ให้สมกับฐานะของเจ้าภาพเพิ่มขึ้นอีกรวม 12 แห่ง มูลค่าทั้งหมดเกือบสามพันล้านยูโร โดยปกติแล้วผู้เป็นเจ้าของสนามแห่งนี้คือนักเตะทีมชาติรัสเซียเท่านั้น แต่ภายในบริเวณยังมีสนามกีฬาอื่น ๆ เช่น สระว่ายน้ำ สนามบาส และสนามไดร์ฟกอล์ฟ รวมไปถึงฟิตเนสและสปา แถมบางส่วนของอาคารก็ถูกสร้างให้เป็นห้องพักสุดหรู ครบครันภายในอาคารเดียว

                  แม้จะมีการปรับปรุง แต่รูปลักษณ์ภายนอกของอาคารสนามกีฬา ยังถูกรักษาไว้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะจุดสำคัญอย่างลานด้านหน้าของอาคาร ที่มีรูปปั้นของ วลาดิมีร์ อิลยิช เลนิน (Vladimir Ilyich Lenin) ผู้นำคนแรกของสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าภาพของนักกีฬาประเภทต่าง ๆ

Cr. cdni.rt.com

                  ด้วยที่ตั้งของสนามที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำมอสโก และมีภูเขาเป็นจุดชมวิวอยู่ฝั่งตรงข้าม Luzhniki จึงเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของสถาปัตยกรรมประจำเมืองมอสโกที่น่าไปเยี่ยมชมพร้อมกับลองดูการแข่งขันเกมฟุตบอลดี ๆ สักครั้งในชีวิต

Cr. www.foottheball.com, codigo-bonus.net