สวัสดีค่ะกลับมาพบกันอีกครั้งกับ New Project เวลายังคงเดินไปอย่างรวดเร็ว ความทรงจำและความสุขในการฉลองปีใหม่ ยังคงตราตรึงอยู่ในใจไม่หายเลยล่ะค่ะ แต่เผลอเพียงเดี๋ยวเดียวก็ก้าวเข้าเดือนที่ 3 ของปี 2017 กันแล้วในส่วนของเวลาที่กำลังเดินไปข้างหน้าทุกวันๆ แต่งานออกแบบตกแต่งภายในของบาริโอก็ไม่มีหยุดนิ่งเช่นกันค่ะ จนทำให้คลอดผลงานใหม่ๆมาให้แฟนๆได้รับชมกันอีกแล้ว และก็มั่นใจเลยว่าหลายๆท่านกำลังรออ่านกันอยู่จริงไหมคะ?

      New Project ในเดือนนี้ขอพาชาวบาริโอปรับเปลี่ยนอารมณ์จากครั้งก่อน กับสไตล์ที่เรียบโก้ ที่มาพร้อมกับความหรูหราในยุคสมัยใหม่ บ้านที่แสนอบอุ่นของครอบครัวที่อาศัยอยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่และลูกในพื้นที่กว่า 350 ตร.ม.

 

 

      ความมีคลาสแบบฉบับของบ้านในยุคสมัยใหม่เป็นสัมผัสแรกเมื่อเข้ามาภายในบ้าน โถงต้อนรับที่อยู่บริเวณกลางบ้านเปิดโล่งสามารถมองเห็นส่วนต่างๆของบ้านได้ บรรยากาศรอบตัวพากันกล่อมให้ผู้ที่มาเยือนจะต้องเคลิบเคลิ้มไปกับความละมุนละไมจากการคุมโทนของสีวานิลลา ที่มีกลิ่นอายของความหอมหวานอยู่ไม่น้อยและยังสร้างความน่าสนใจด้วยสีน้ำตาลเข้มที่แทรกตัวเข้ามามีส่วนร่วมเสริมกับดีไซน์การตกแต่งที่มีความเรียบโก้แฝงความหรูหราที่ไม่เยอะมากจนเกินไป ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวา

 

      Living room ที่ชวนให้น่าหย่อนกายลงไปพักผ่อน สีนวลๆภายในห้องที่เข้ากับสีของเฟอร์นิเจอร์ พาให้อยากจะใช้เวลาร่วมกันกับครอบครัวอยู่ที่มุมนี้ โซฟารูปตัวแอลสำหรับใช้นั่งทำกิจกรรมด้วยกันหรือไม่ว่าจะมีแขกไปใครมาก็ใช้ห้องที่แสนอบอุ่นนี้ต้อนรับแขก เสมือนการเชื้อเชิญให้ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศและนั่งรอเจ้าของบ้านที่ living room แห่งนี้

      หลังจากเปิดประตูก้าวเข้ามาในตัวบ้านจะพบกับตี่จู่เอี๊ยที่วางอยู่ในตู้ที่เลียนแบบเตาผิงแบบฝรั่งด้านบนเตาผิงยังสามารถวางของตกแต่งตั้งโชว์ได้ ถัดมาจากตี่จู่เอี๊ยต้องสะดุดตาอีกครั้งกับแผงโทรทัศน์สีโอ๊คเข้มแนวนอนยาวเข้ากันได้ดีกับผนังด้านหลังที่มีการเซาะร่องสร้างเส้นตกแต่งที่เรียบง่ายแต่เป็นเสมือนจุดนำพาสายตาให้มองไปรอบห้อง

 

 

      ความเรียบหรูในรูปแบบของสมัยใหม่ โดดเด่นนำมาจากห้อง Dining Room ความหรูหราที่ได้จากวัสดุเงาวาวจากส่วนต่างๆที่ทางดีไซน์เนอร์เลือกใช้ตกแต่ง เส้นสายที่เรียบง่ายถูกดึงเข้ามาใช้ร่วมกับวัสดุจำพวกแสตนเลสเกิดเป็นความมีระดับที่ทันสมัย ห้องอาหารที่ตกแต่งในสไตล์ Contemporary โดดเด่นด้วยชุดรับประทานอาหารสำหรับ 6 ที่นั่ง ความรู้สึกที่ดูมีมิติจากการติดกระจกเงาทำให้ไม่เกิดความอึดอัดนอกจากจะทำให้ห้องดูกว้างขึ้นแล้วยังสะท้อนความเงางามของวัสดุต่างๆ ประกอบกับแผ่นทองคำเปลวที่ติดไว้บริเวณฝ้ายิ่งช่วยเสริมกันให้บริเวณนี้ดูโออ่ามากยิ่งขึ้น

 

 

      นอกจากนี้โคมไฟระย้ารูปทรงวงแหวนที่ชวนเพลินตาไปด้วยคริสตัลพร้อมด้วยแสงที่ตกมาสะท้อนระยิบระยับสร้างความตื่นตาตื่นใจได้ไม่น้อย ความรู้สึกที่พิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านั้นโต๊ะรับประทานอาหารยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ส่งเสริมให้ภายในบริเวณดูมีคลาสและมีความปราณีตในส่วนของงานดีไซน์ท็อปหินอ่อนตัดกับขอบโต๊ะโอ๊คดำขลิบเส้นสายตอกหมุดทอง สร้างดีเทลให้กับชุดโต๊ะรับประทานอาหารได้เป็นอย่างดี

 

 

      เมื่อเดินออกมาจากบริเวณของ Dining  Room บรรยากาศที่อบอุ่นเริ่มกลับมาโอบล้อมเพื่อให้เดินมาถึงบันไดที่จะนำพาไปยังชั้น 2 กลิ่นอายของความคลาสสิคเริ่มแทรกซึมเข้ามาอย่างลงตัว มีการกรุที่ผนังบันได พร้อมกับเซาะร่องคาดด้วยแสตนเลสเงาวาว ทำให้ดีไซน์ในส่วนนี้สามารถเชื่อมโยงกับงานออกแบบในส่วนอื่นๆของบ้านได้อย่างไม่ขัดตา

 

 

      เส้นสายที่เรียบง่ายของบันไดทางขึ้นบริเวณชั้นล่างดึงดูดใจให้เดินขึ้นมายังโถงชั้น 2 ลวดลายที่คลาสสิคบริเวณผนังยังกลมกล่อมไม่ผิดเพี้ยนไปจากบรรยากาศของบันไดชั้นล่าง สร้างความสมดุลให้กับผนังห้องอีกด้านด้วยการติด Dado ในส่วนด้านล่างของผนังพร้อมทั้งเหนือประตูยังถูกกรุขึ้นมาเป็นดีไซน์ให้สวยงามสอดรับกันได้ดีเปรียบเสมือนเป็น Gimmick ให้กับโถงแห่งนี้

 

 

      มาถึง Master Bedroom  ที่โอ่งโถงโดยมีรูปแบบของความคลาสสิคเข้ามาผสม พร้อมกับถ่ายทอดบรรยากาศที่มีความหวานละมุนจากโทนสีที่เลือกใช้ ผสานเส้นโค้งเว้าจากผนังหัวเตียงที่ทำให้เกิดความรู้สึกที่อิ่มเอิบทว่าในความละมุนยังแฝงไปด้วยความหรูหราอยู่ตามจุดต่างๆด้วยการเลือกใช้บัวฝ้ากรุผนังรอบห้อง

 

 

      ความอ่อนหวานยังคงโดดเด่นด้วยลวดลายวอลเปเปอร์ที่สร้างความรู้สึกอ่อนช้อยชวนหลงใหล พร้อมทั้งขนาบข้างด้วยตู้โชว์ทรงสูงติดผนังฝ้าเพื่อให้เจ้าของบ้านได้ใช้วางของโชว์หรือของสะสมที่รักเพื่อแสดงออกถึงความเป็นตัวตนของตัวเองได้อย่างจุใจ และยังมีการสร้างมิติของแสงเงาด้วยการซ่อนไฟไว้ตามชั้นวางช่วยให้ของตกแต่งโดดเด่นได้มากยิ่งขึ้น ทั่วบริเวณห้องยังคงคุมโทนด้วยสีวานิลลาที่เห็นแล้วก็ต้องรู้สึกได้ถึงความหอมหวาน และผ่อนคลายอาการเหนื่อยล้าจากชีวิตประจำวันได้อย่างสบายใจ

 

 

      ห้องนอนต่อมาจะเน้นที่ความสะอาดตาและเบาบางจากการเลือกใช้สีขาวขับเน้นด้วยสีเทาช่วยให้บรรยากาศภายในห้องดูสบายตา และลงตัวเหมาะสำหรับลูกสาวของบ้าน ภายในห้องเกิดมิติจากการเพิ่ม space  ด้วยการคาดกระจกเงาบริเวณหัวเตียงเพื่อสะท้อนอีกด้านของห้องให้ห้องนี้ดูโปร่ง รับกับโทนสีห้องได้อย่างพอดี

 

 

      สลับมาอีกด้านของห้องเป็นมุมที่ต้องใช้งานบ่อยครั้ง จึงถูกออกแบบมาอย่างครบครันเหมาะแก่การใช้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โต๊ะทำงานที่แบ่งสรรสัดส่วนมาเพื่อสำหรับใช้เก็บของขณะทำงาน และหยิบใช้ได้อย่างสะดวก

 

 

      ถัดเข้ามาก็จะพบกับความอ่อนช้อยจากส่วนโค้งของลวดลายหน้าบานกระจกภายในห้องแต่งตัว สะท้อนรายละเอียดของงานดีไซน์ และมีความอ่อนหวานรับกับสีครีมทั่วทั้งบริเวณรอบห้องได้อย่างประจวบเหมาะ

ห้องลูกชาย 1
ห้องลูกชาย 2

      และห้องสุดท้ายที่ดูสุขุม มีความหนักแน่นจากการเลือกใช้สีน้ำเงินและผนังวอลเปเปอร์สีเข้มเหมาะกับเจ้าของห้องอย่างลูกชายประจำบ้านหลังนี้สีน้ำเงินเข้ามามีส่วนร่วมในจุดต่างๆภายในห้อง ไม่ว่าจะเป็นผนังด้านหัวเตียงรวมไปถึงหน้าบานตู้เสื้อผ้า และผนังด้านโต๊ะทำงาน เลือกใช้สีครีมที่นุ่มนวลแต่แทรกความหนักแน่นในสไตล์ของผู้ชาย ด้วยการคาดสีน้ำเงินเสริมเข้าไปตัดกับสีครีม มาในรูปแบบของเส้นสายที่เรียบง่ายเป็นเส้นตรง

      บ้านแสนละมุนที่แฝงไปด้วยความหรูหรา พร้อมซ่อนความหวานไว้ตามส่วนต่างๆ โดดเด่นในดีเทลของงานดีไซน์และเรื่องของการใช้งานหวังว่าหลายๆท่านจะต้องถูกใจกับบ้านที่ครบครันหลังนี้อย่างแน่นอนเลยล่ะค่ะและสำหรับใครที่ชื่นชอบและสนใจอยากมีบ้านในสไตล์ของบาริโอ อย่าลืมติดต่อมาใช้บริการสามารถวางใจในบาริโอบ้านของท่านก็เปรียบเสมือนบ้านของเราค่ะ และพบกันใหม่ในเดือนหน้านะคะ

สวัสดีค่ะ 🙂