ปลาทูไทย อุดมด้วย “โอเมก้า 3”

การรับประทานอาหาร และการดำเนินชีวิตแบบเร่งรีบเป็นตัวทำให้เกิดโรคได้มากมาย โดยเฉพาะโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต สูง ฯลฯ ซึ่ง มีโอกาสพัฒนาไปเป็นโรคหัวใจ และโรคเส้นเลือดในสมองได้

อาหารที่เราบริโภคในปัจจุบัน ถือว่ามีสารอาหารต่างๆ หดหายไป ซึ่งบางชนิดยังเป็นโทษต่อร่างกายอีกด้วย เช่น ผลไม้ที่มีความหวานมาก ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคได้ โดยเฉพาะไขมันซึ่งมีทั้งไขมันดีและไขมันไม่ดี ซึ่งร่างกายต้องการไขมันดีมาช่วยในการฟื้นฟูเซลล์และฮอร์โมนในส่วนต่างๆ

จากข้อมูลทางวิชาการพบว่า ร่างกายต้องการไขมันส่วนดีนำไปใช้ คือ โอเมก้า 3, 6 และ 9 ซึ่งตัวที่ร่างกายต้องการมากที่สุดคือโอเมก้า 3 ซึ่งจะช่วยป้องกันโรคหัวใจ และโรคสมองเสื่อมได้

โอเมก้า 3 มีอยู่มากในอาหารจำพวกปลาทะเล รวมทั้งในพืชและน้ำมันบางชนิด เช่น ถั่วเหลือง ผักโขม ผักแขนง เมล็ดปอ และในสาหร่าย แต่ในอาหารเหล่านี้ จะเป็นโอเมก้า 3 ที่ไม่ใช่รูปแบบเดียวกับที่อยู่ในปลา อย่างไรก็ตาม โอเมก้า 3 จะถูกทำลาย เมื่อนำไปประกอบอาหารด้วยวิธีใช้ความร้อนสูงๆ โดยเฉพาะวิธีการทอด เพราะโอเมก้า 3 จะละลายไปกับน้ำมันที่ใช้ทอดเกือบทั้งหมด

ดังนั้น วิธีที่จะประกอบอาหารให้คงโอเมก้า 3 ไว้ให้ได้มากที่สุดก็คือ การยำ การต้ม หรือแกง เพราะโอเมก้า 3 จะละลายอยู่ในน้ำซุป หรือน้ำแกง นอกจากนี้ ปลาทูของไทยยังมีโอเมก้า 3 มากพอเทียบเท่ากับปลาแซลมอน

ว่าแล้ว วันหยุดที่จะถึงนี้ขับรถไปใกล้ๆ กรุงเทพฯ ที่ จ.สมุทรสงคราม แหล่งปลาทูคะนองของไทยๆ มาบริโภคเพิ่มโอเมก้า 3 โดยไม่จำเป็นต้องซื้อหาปลาราคาแพงมาประกอบอาหารเลยค่ะ

Alis

Home  |  About Bareo  |  News & Events  |  Art of Design  |  Decor Guide  |  The Gallery  |  Living Young  |  Talk to Editor  |  Links

บริษัท บาริโอ จำกัด
50 ซอยบรมราชชนนี 4 ถนนบรมราชชนนี เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700   Tel. 66 2881 8536-7   Fax. 66 2881 8538