ออกแบบตกแต่งภายใน : Bareo ออกแบบตกแต่งภายใน : Bareo ออกแบบตกแต่งภายใน : Bareo ออกแบบตกแต่งภายใน : Bareo
ออกแบบตกแต่งภายใน : Bareo ออกแบบตกแต่งภายใน : Bareo ออกแบบตกแต่งภายใน : Bareo ออกแบบตกแต่งภายใน : Bareo
ออกแบบตกแต่งภายใน : Bareo ออกแบบตกแต่งภายใน : Bareo ออกแบบตกแต่งภายใน : Bareo ออกแบบตกแต่งภายใน : Bareo
ออกแบบตกแต่งภายใน : Bareo ออกแบบตกแต่งภายใน : Bareo ออกแบบตกแต่งภายใน : Bareo ออกแบบตกแต่งภายใน : Bareo
 
 

 

หวานรักโรแมนติคกับรำเพย

     เดือนสิงหาคมนี้ เป็นเดือนแห่งกาลมงคลสมัยอีกเดือนหนึ่งของทุกปี ในเดือนนี้ เรามักจะมีสิ่งที่ดีๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถของปวงชนชาวไทยทุกคน และเรายังได้ถือเอาวันนี้เป็นวันแม่แห่งชาติด้วยไงคะ สำหรับปีนี้ วันแม่แห่งชาติ ตรงกับวันเสาร์ ดังนั้นจึงมีวันหยุดชดเชยในวันจันทร์อีกวันหนึ่ง ทำให้กลายเป็นวันหยุดยาว หลายต่อหลายคนจึงได้ทำการวางแผนการเที่ยวไว้ตั้งแต่เย็นวันศุกร์ออกไปเที่ยวท่องตะลุยต่างจังหวัด กลับมาอีกทีวันจันทร์เย็นๆ ซะเลย

ส่วนอีกหลายคนที่มีสตางค์เหลือเฟือ ก็วางแผนบินกันไปยังประเทศใกล้ๆ เพื่อการช็อปปิ้งบ้าง ถ่ายรูปท่องเที่ยวบ้าง น่าอิจฉากันจริงๆ แต่ก็มีอยู่อีกไม่น้อยเลยทีเดียวที่เลือกที่จะนั่งอยู่กับบ้าน เพื่อเสพสุขความสำราญกับรายการดีๆ ทั้งทางโทรทัศน์และเครื่องเสียงชั้นเยี่ยม หรือจะเลือกเอาแผ่นซีดี เพราะๆ มานั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติคภายในบ้านของเรา เป็นการชดเชยเวลาที่ขาดหายไปจากการทุ่มเททำงาน จากที่เคยกลับบ้านมืดๆ ค่ำๆ ก็จะได้อาศัยก็เวลาช่วงวันหยุดยาวอย่างนี้แหละคะที่จะไม่ต้องออกไปผจญกับฝูงชนทั้งหลาย นั่งชมเชยบ้านของเรากันให้หนำใจ และถ้าอย่างไร รำเพยยินดีที่จะอยู่เป็นเพื่อน นำเรื่องดีๆ จากภาพยนตร์มาเล่าสู่กันฟังต่อไปนะคะ

เริ่มต้นกันด้วยเรื่องของแจ็ค สแปโรว์ กัปตันจอมเพี้ยนคนดัง ที่คงจะผ่านสายตาของทุกท่านไปแล้ว โดยมีหลายต่อหลายท่านมาบ่นให้รำเพยฟังว่าสนุกสู้ภาคแรกไม่ได้ รำเพยก็เห็นด้วยเหมือนกันนะคะ แต่ก็อาจเป็นเพราะภาคนี้เป็นภาคที่ไม่จบในตัวเอง ไม่เหมือนกับภาคแรกที่ยังไม่รู้ว่าหนังจะดังเปรี้ยงปร้างขนาดนี้ เลยต้องตั้งใจทำหน่อย พอหนังติดตลาดแล้ว คราวนี้ เลยมีการเล่นตัว ปล่อยเรื่องออกมาแค่ครึ่งเดียว ความสนุกเลยลดลงไปบ้าง ทำให้หลายคนแอบผิดหวังเล็กๆ รำเพยก็คิดเอาเสียว่าหนังสนุกต้องจ่ายสองเท่า คือต้องดูภาคจบอีกภาคแหละคะ ถึงจะตัดสินได้ (กว่าจะได้ตัดสิน ก็เก็บเงินไปโข แว่วๆ ว่าแจ็คภาคนี้ ทำรายได้ให้กับดีสนีย์ไปสูงกว่า Finding Nemo ซะอีก)

แม้ว่าจะเข้าเดือนสิงหาคมแล้ว แต่ฝนก็ยังคงไม่จางจากฟ้า ทำให้บรรยากาศช่วงนี้ ครึ้มๆ ดูโรแมนติค เหมาะกับคนช่างฝันอย่างรำเพย เลยว่าจะเขียนเกี่ยวกับภาพยนตร์รักหวานซึ้งมาแนะนำให้ดูกันในช่วงวันหยุดยาวนี้ดีกว่านะคะ..

สำหรับเรื่องแรกที่จะแนะนำเป็นหนังเก่าที่ออกมานานพอสมควรแล้ว เป็นภาพยนตร์ย้อนยุคไปในราวปี 50-60 เกี่ยวกับเเรื่องราวของความรักระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสาววัยรุ่นที่มีฐานะแตกต่างกัน แต่บังเอิญมาพบกันในช่วงวันหยุดภาคฤดูร้อน ความรักของทั้งคู่เบ่งบาน แต่ไม่อาจผ่านบทพิสูจน์บทแรกได้ ฝ่ายหญิงก็ได้กลับไปยังคฤหาสน์ก่อนที่จะได้ออกไปพยาบาลอาสาสมัครในช่วงสงครามโลกและได้ช่วยนายทหารหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยฐานะยศศักดิ์ และได้หมั้นกันในที่สุด ซึ่งเรื่องราวก็น่าจะจบลงด้วยดี หากเธอไม่คิดจะกลับไปเพื่อพบกับคนรักคนแรกเพื่อรำลึกถึงความหลังอีกครั้งหนึ่ง..

 

 
 
 
 

พล็อตเรื่องที่ดูธรรมดา แต่เรื่องจะมาเข้มข้นเอาในช่วงกลางและท้ายเรื่อง ก่อนที่จะหักมุมด้วยความรักชนิดที่คนดูต้องสะอื้นและทราบซึ้งในคำว่ารักแท้.. เล่ากันมาตั้งนานแล้ว พึ่งจะได้โอกาสเฉลยถึงชื่อเรื่องคะ “The Notebook” นำแสดงโดยดาราที่รำเพยเองก็ไม่ค่อยรู้จักเลยสักคน แต่ได้บทประพันธ์จากนวนิยายที่ขายดีของ Nicholas Sparks ในชื่อเดียวกัน หากใครที่ต้องการชมภาพยนตร์รักที่ทราบซึ้งกับความสุข รำเพยขอแนะนำว่าอย่าพลาดเชียวคะ



จบจากเรื่องรักน้ำตาท่วมไปแล้ว ก็คงมาถึงเรื่องรักกุ๊กกิ๊กบ้าง แต่คงจะเป็นเรื่องเก่าสักหน่อยของทอม แฮงค์กับเม็ก ไรอันในเรื่องที่ดูสนุกตลอดกาลอย่าง “You’ve got mail” แถมพร้อมด้วยเสียงเพลงสนุกๆ ตลอดเรื่องก่อนที่จะปิดท้ายด้วยเพลง “Anyone at all” ของ Carol King ที่สุดแสนจะไพเราะ เคล้ากับเสียงเปียโน ว่ากันว่า แค่ได้ฟังเพลงภายในภาพยนตร์ก็ถือว่าคุ้มแล้วล่ะคะ

 

 
 
 

 

อันที่จริงเรื่องนี้ได้เคยเล่าไปแล้วในตอนสุดยอดพระเอกในดวงใจ แต่พอดีได้ไปดูการจัดอันดับภาพยนตร์รักโรแมนติคมา ปรากฎว่าชื่อ You’ve got mail นี้ติดอันดับเกือบทุกโผ เลยต้องนำกลับมาเล่าซ้ำอีกสักครั้งนะคะ

เรื่องนี้เปิดตัวด้วยการแนะนำโลกไซเบอร์ที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของเราๆ ท่านๆ ไปอย่างถาวร ทำให้เกือบทุกคนบนโลกใบนี้ ได้ใช้บริการการส่งจดหมายผ่านทางสายโทรศัพท์ และไปออกยังปลายทางในเกือบจะทันที ซึ่งนำพาให้นางเอกกับพระเอกของเราได้มาพานพบกันในโลกไซเบอร์แห่งนี้ ทั้งๆ ที่ทั้งคู่เป็นคู่ปรับกันซะด้วย โดยนางเอกเป็นเจ้าของร้านขายหนังสือเด็กที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากแม่ของเธอ ชื่อร้าน “Shop around the Corner” ต้องมาแข่งขันกับ Chain ร้านหนังสือยักษ์ใหญ่ที่เพียบพร้อมอย่าง Fox ของพระเอก (ร้าน B2S ที่เปิดใหม่ ก็น่าจะได้ไอเดียจากร้านในภาพยนตร์เรื่องนี้ละมังคะ) ทั้งคู่ได้ปิดบังตัวตนของตนเองไว้หลังเครื่องคอมพิวเตอร์

 
 
 
 

 

เพื่อให้คำปรึกษาและปลอบใจซึ่งกันและกัน ซึ่งรำเพยว่าแปลกมากเลยนะคะที่คนเรามักจะทำดีต่อกัน เมื่อไม่รู้จักกัน แต่พอพบหน้ากันแทนที่จะพูดจากันดีๆ กลับหาเรื่องกันซะอย่างนั้น

อันที่จริงเรื่องนี้ ได้พล็อตเรื่องมาจากภาพยนตร์รักยุคคลาสสิคอีกเรื่องหนึ่งที่ชื่อว่า “Shop around the Corner” (ชื่อเดียวกับชื่อร้านของนางเอกแหละคะ รำเพยเดาว่าเพื่อเป็นการคารวะต่อเจ้าของบทประพันธ์ดั้งเดิม) ซึ่งสร้างในปี 1940 นำแสดงโดย James Stewart กับ Magaret Sullavan คะ (ภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็ได้ติดโผภาพยนตร์รักโรแมนติคด้วยเช่นกัน อย่างไร ลองหามาชมกันนะคะ น่ารักมากเชียว)

 จากหนังรักกุ๊กกิ๊ก ก็คงต้องเป็นหนังรักสองเรื่องซ้อนของพระเอกนิโคลาส เคจจาก City of Angels เทวดาที่ตกหลุมรักแพทย์สาวอย่างเม็ก ไรอัน (ใครจะห้ามไม่รักเธอได้ลงละคะ) จนยอมที่จะเสียสละสถานะของตัวเองเพื่อกลับมาเป็นคนอีกครั้ง เพียงเพื่อจะได้สัมผัสและรักเธอ.. ว้าว! รักหวานซึ้งที่จบลงแบบน้ำตาคลออีกเรื่อง (แย่จัง เขียนไปน้ำตาท่วมคอมฯ ไป..เฮ้อ..)

 

 
 
 

 

 
 
 

 

กับเรื่องที่สอง Family Man ที่เคจแสดงเป็นหนุ่มโสดผู้บริหารระดับสูงของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ต้องพบว่าชีวิตของตนเองหายไป กลายเป็นชายฐานะปานกลางที่มีครอบครัวน่ารัก ลูกสอง กับภรรยาแสนสวยผู้เสียสละ เคจจึงพยายามนำชีวิตของตนกลับคืนมาท่ามกลางความประหลาดใจของครอบครัว และที่สุดแล้ว เคจก็ได้พบกับสิ่งที่ตนเองต้องการมาตลอดชีวิต โดยฉากที่ซึ้งที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้ คือฉากที่นิโคลาส เคจร้องเพลงให้กับภรรยาในวีดีโอที่ได้บันทึกไว้ ลองหามาชมนะคะ แล้วคุณจะพบกับความรักที่เหนือกว่าความรักทั่วๆ ไป

A Walk in the Clouds คือภาพยนตร์เรื่องต่อไป เป็นเรื่องราวของทหารที่ปลดประจำการ แล้วกลับมาขายช็อคโกแลต และได้บังเอิญมาพบกับสาวสวยที่ต้องกลับไปเผชิญความผิดที่ได้ทำไว้กับครอบครัว ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้คีนู รีฟส์มาแสดงนำเป็นชายหนุ่มที่ไร้ญาติขาดมิตรและเสียสละจนได้เข้ามาอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่นของนางเอกสาวแสนสวย สายสัมพันธ์ของครอบครัวทำให้ทุกคนยอมให้อภัยแก่นางเอก และต้อนรับพระเอกไว้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต (ยกเว้นพ่อนางเอกที่ดุ แต่ก็แฝงด้วยความรักลูกอย่างสุดหัวใจ) จนสุดท้ายที่ความจริงเปิดเผยออกมา ทำให้ทุกคนต้องผิดหวังและเสียใจ

ภาพยนตร์เรื่องนี้ มีฉากที่งดงามของไร่องุ่นกับบ้านแบบวิลล่าให้ชมตลอดทั้งเรื่อง หากใครหลงใหลในสถาปัตยกรรมคลาสสิคแบบนี้ละก้อ อย่าพลาดเชียวนะคะ ถือว่าได้กำไรสองต่อทีเดียว

 

 
 
 

 
 
 

 

“ไม่มีใครหล่อเท่าเดวิด.. แม้แต่ตัวเดวิดเอง” คำพูดนี้เป็นคำพูดอมตะของ Sabrina ในชื่อเรื่องเดียวกัน Sabrina เป็นภาพยนตร์รักโรแมนติคที่ถูกสร้างขึ้นถึงสองครั้งในพล็อตเดียวกัน มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยเท่านั้น โดยครั้งแรกสร้างขึ้นในปี 1954 นำแสดงโดย Humphey Bogart, William Holden กับ Audrey Hepburn สามสุดยอดดาราในยุคนั้น ส่วนครั้งหลังสร้างในปี 1995 มี Harrison Ford, Greg Kinnear และ Julia Ormond นำแสดง

 

 
 
 

 

เรื่องราวของมหาเศรษฐีตระกูล Lallaby ที่ต้องขจัดลูกสาวของคนขับรถไปให้พ้นทาง ก่อนที่จะทำให้แผนการผนวกกิจการขนาดยักษ์ของเขาที่ต้องอาศัยการแต่งงาน เชื่อมสัมพันธ์ของน้องชายสุดหล่อกับลูกสาวมหาเศรษฐีอีกตระกูลหนึ่งต้องล้มครืนลง จนในที่สุด การนำตัวเองเข้าไปพัวพันกับสาวน้อยเจ้าเสน่ห์กลายเป็นหลุมพรางที่ดักตัวเขาไว้เอง ทั้งสองภาค มีเพลงไพเราะซ่อนอยู่รอให้คุณได้ไปค้นพบ โดยเฉพาะภาคหลัง “How can I remember thing that never happened” เพลงที่มีเนื้อหากินใจ ทำเอารำเพยซึมไปได้เป็นวันๆ

 

สงสัยคงต้องหยุดไว้ที่แค่นี้ก่อน สำหรับเดือนนี้ เดี๋ยวท่านผู้อ่านจะเบื่อไปซะก่อน สำหรับเดือนหน้า รำเพยสัญญาว่าจะมาต่อกันด้วยภาพยนตร์รักโรแมนติคก้องโลกกันอีกตอน ส่วนจะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น อดใจรออีกสักเดือนนะคะ..สวัสดีค่ะ..

 
 
 
 

 

 

 
 

 

 
บทความอื่นๆ ในหมวด
 
 
Bareo-isyss : interior design ชมสะพานกับภาพยนต์อมตลอดกาล
Bareo-isyss : interior design

10 พระเอกในดวงใจ

Bareo-isyss : interior design สุดยอดพระเอกในดวงใจ
Bareo-isyss : interior design หวานรักโรแมนติก..กับรำเพย New
 
 
     

 

 
Home | About Bareo | News & Events | Art of Design | Decor Guide | The Gallery | Living Young | Talk to Editor | Links
 
บริษัท บาริโอ จำกัด
50 ซอยบรมราชชนนี 4 ถนนบรมราชชนนี เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700 Tel. 66 2881 8536-7 Fax. 66 2881 8538
house servic, decoration design home architect architecture interior design designer homeplan residential furniture family decorat building build planning cost news information structure arch drawing apartment idea bangkok develop foreman เฟอร์นิเจอร์ การซ่อมแซมบ้าน วัสดุแต่งบ้าน ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องอาหาร ออกแบบ ตกแต่งภายใน ออกแบบตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์ บ้านสวย มัณฑนากร สถาปัตย์ ตกแต่ง บารีโอ บริการ ปรึกษา รับสั่งผลิตเฟอร์นิเจอร์ตามแบบ รับเหมาตกแต่ภายใน วรวุฒิ ธรรมกุลางกูร มยุรี ธรรมกุลางกูร