
ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่ไม่ว่าจะมองทางไหนก็พบแต่ความวุ่นวาย การจะหาสถานที่สงบ ๆ สักแห่งเพื่อพักผ่อนหย่อนใจชั่วครู่จึงกลายเป็นสิ่งสำคัญที่จะขาดไปไม่ได้ สวนสาธารณะได้กลายเป็นสถานที่ที่จะช่วยเติมเต็มความสดชื่นและผ่อนคลายให้กับชาวเมืองที่ต้องการธรรมชาติเข้ามาช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้า หลาย ๆ เมืองจึงสร้างสวนสาธารณะไว้ใจกลางแหล่งพลุกพล่านเพื่อให้ทุกคนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน แถมเรายังสามารถเดินเข้าหาความสงบเองได้ง่าย ๆ ลองมาดูกันค่ะว่า พื้นที่สีเขียวของแต่ละประเทศนั้นจะสวยงามร่มรื่นและมีไฮไลท์อะไรที่แตกต่างกันบ้างนะ
Cr. www.bcn.travel
Park Güell (เมืองบาร์เซโลนา, สเปน)
Park Güell สวนสาธารณะที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของเมืองบาร์เซโลนา ด้วยสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ จากฝีมือการออกแบบของ Antoni Gaudí สถาปนิกผู้สร้าง ลา ซากราดาฟามิเลีย (La Sagrada Familia) มหาวิหารเลื่องชื่อของเมืองและเจ้าของผลงานอีกหลายแห่ง เช่น อาคาร Casa Vicens และ Casa Batlló ซึ่งล้วนแต่เล่นกับสีสัน เส้นโค้ง และรูปทรงเรขาคณิตได้อย่างไม่มีใครเหมือน
ความโด่งดังของสวนสาธารณะแห่งนี้จึงไม่ได้มาจากวิวทิวทัศน์ตระการตาของหมู่บ้านที่สามารถมองเห็นได้จากยอดเนินเขาเท่านั้น แต่เป็นเพราะสิ่งก่อสร้างรูปร่างแปลกตาที่มีอยู่มากมายในสวน รวมถึงบ้านขนมปังขิงมหึมาคล้ายกับเดินอยู่ในเทพนิยายระเบียงที่ปูด้วยกระเบื้องโมเสกเข้ากับธีมของตึก น้ำพุรูปมังกร กิ้งก่าโมเสกสีสดขนาดยักษ์ที่เรียกได้ว่าเป็นไฮไลท์ ไปจนถึงบ้านพักอาศัยที่เต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ Gaudí ออกแบบเองทั้งหมดซึ่งยังถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี โดยที่บ้านหลังนี้ได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมแล้วในปัจจุบัน

กิ้งก่ายักษ์โมเสก
Cr. visitbarcelona.com
ภายในบ้านของ Gaudí
Cr. mikestravelguide.com
Cr. www.newyorkjourney.com
Central Park (เมืองนิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา)
หากพูดถึงสวนสาธารณะบนโลกนี้แล้ว คงจะขาด Central Park ที่ ใจกลางมหานครนิวยอร์กไปไม่ได้ พื้นที่สีเขียวที่ล้อมรอบด้วยป่าคอนกรีตแห่งนี้ มีพื้นที่ถึง 843 เอเคอร์ ประกอบด้วยต้นไม้ใหญ่ ทุ่งหญ้า ทะเลสาบ เวทีจัดแสดง อนุสาวรีย์แห่งประวัติศาสตร์ และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการกีฬาต่าง ๆ จุดที่น่าสนใจ คือ บรรยากาศของ Central Park นั้นจะเปลี่ยนไปในทุกฤดูกาล และจะสวยที่สุดในตอนที่ใบไม้เปลี่ยนสี กับช่วงฤดูหนาวที่ทั้งสวนจะย้อมไปด้วยสีขาวของหิมะ ซึ่งไม่ว่าจะมาเที่ยวในฤดูไหนก็คงอดไม่ได้ที่จะตื่นตาตื่นใจทุกครั้ง
นอกจากนี้ภาพยนตร์ฮอลลีวูดหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Breakfast at Tiffany’s, Night at the Museum, Enchanted ไปจนถึงภาพยนตร์แอคชั่นอย่าง The Avenger ก็ยังใช้สวนแห่งนี้เป็นโลเคชั่นสำคัญในหนัง ทั้งนี้เป็นเพราะความกว้างใหญ่ของอาณาเขต Central Park จึงมีโลเคชั่นหลากหลายซึ่งล้วนแต่สวยงาม และยังดึงดูดนิวยอร์กเกอร์กับนักท่องเที่ยวให้เข้าไปเยี่ยมชมได้อย่างไม่ขาดสาย ทำให้ Central Park มีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นพื้นที่กลางแจ้งอันทรงค่ามากที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง
รูปปั้นน้ำพุนางฟ้า
Cr. Wikipedia
และไฮไลท์ของสวนสาธารณะแห่งนี้ที่ไม่ว่าใคร ๆ ก็ต้องได้ยลสักครั้งหากได้เยี่ยมเมืองนิวยอร์ก ก็คือ ระเบียงเบธเทสดา ที่มองลงไปเจอพบกับลานกว้างและรูปปั้นน้ำพุนางฟ้า (Bethesda Fountain) สุดยิ่งใหญ่อันเป็นเอกลักษณ์ของ Central Park และ Strawberry Fields Memorial จุดรำลึกถึงการจากไปของ John Lennon ผู้เป็นตำนานนั่นเองค่ะ แต่นอกเหนือจาก Central Park แล้ว สหรัฐฯ ก็ยังมีสวนสาธารณะสุดอลังการให้ได้ชื่นชมอีกมากมายในรัฐอื่น เช่น Griffith Park ในลอสแอนเจลิส และ San Diego ในรัฐแคลิฟอเนียร์ ที่อาจจะมีขนาดเล็กกว่าแต่ก็สวยงามไม่แพ้กันเลยค่ะ

Griffith Park และ Balboa Park
Cr. Eyeflare.com, .sandiego.org
Cr. www.graymalin.com
Hyde Park (เมืองลอนดอน, อังกฤษ)
สวนสาธารณะที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่เกือบ 350 เอเคอร์ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงลอนดอนมาตั้งแต่สมัยของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 เมื่อปี 1536 และเป็นสถานที่ที่สามารถพบกับความเงียบสงบได้ท่ามกลางความโกลาหลและแออัดของลอนดอนในอดีต
Hyde Park มีชื่อเสียงมากเพราะมักจะถูกใช้เป็นที่จัดกิจกรรมสำคัญต่าง ๆ อย่างคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลก นอกจากนี้ยังเต็มไปด้วยงานประติมากรรมและสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นมากมาย ทั้ง รูปปั้น ซุ้มประตู และอนุสาวรีย์บุคคลสำคัญของประเทศตั้งอยู่ เช่น อนุสรณ์เจ้าหญิงไดอาน่า รูปปั้นของดยุคแห่งเวลลิงตัน ไปจนถึงรูปปั้นตัวละครเอกจากวรรณกรรมอังกฤษ อย่างปีเตอร์แพน และจุดที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่งใน Hyde Park คือการมี “Speakers’ Corner” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อนุญาตให้ประชาชนออกมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางด้านการเมืองต่อหน้าสาธารณชนกันได้อย่างอิสระ ให้สมกับเป็นประเทศต้นแบบของประชาธิปไตย
ส่วนโซนอื่น ๆ ของ Hyde Park เต็มไปด้วยความสดชื่นของธรรมชาติ เหมาะแก่การมานั่งพักผ่อนในวันหยุดกับครอบครัวแบบไร้มลพิษ และทำกิจกรรมร่วมกันได้มากมาย ทั้งพายเรือในทะเลสาบชมพระราชวัง ขี่ม้า ขี่จักรยาน เล่นเทนนิส หรือเดินชมสวนดอกไม้อันอุดมสมบูรณ์ต่าง ๆ เหตุนี้ประชาชนทั่วไปจึงขนานนามสวนสาธารณะแห่งนี้ให้เป็นเสมือน “ปอดของเมืองลอนดอน”
Cr. riskyregencies.com
อย่างไรก็ตาม ในลอนดอนนั้นยังมีสวนสาธารณะที่น่าสนใจและเงียบสงบอีกหลายแห่งเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Kensington Garden ที่อยู่ใกล้กันกับ Hyde Park, St. James’s Park ที่มีวิวของพระราชวังบักกิ้งแฮม London Eye และหอนาฬิกาบิ๊กเบนอยู่ด้านหลัง รวมไปถึง Hampstead Heath ที่น่าเอนตัวลงบนผืนหญ้าแล้วรับแดดสักครั้ง สมกับเป็นเมืองที่ได้รับชื่อว่ามีสวนสาธารณะมากที่สุดเมืองหนึ่งของโลกจริง ๆ ค่ะ
Cr. www.st-christophers.co.uk
St. James’s Park และ Hampstead Heath
Cr. traveldigg.com
Cr. www.tourismvancouver.com
Stanley Park (แวนคูเวอร์, แคนาดา)
ไม่ไกลจากตัวเมืองแวนคูเวอร์ มีสวนสาธารณะ Stanley ที่เขียวชอุ่มไปด้วยทิวสนตระหง่านตั้งอยู่ ด้วยความกว้างใหญ่ถึง 1000 เอเคอร์ จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นอุทยานขนาดย่อม จนได้รับการยอมรับว่านี่คือสวนสาธารณะที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เพราะมากกว่าพื้นที่สีเขียวสุดกว้างใหญ่ที่เห็นกันแล้ว Stanley Park ยังเต็มไปด้วยสวนดอกไม้ แถมมีชายหาดส่วนที่ยื่นเข้าไปในมหาสมุทรแปซิฟิก
Cr. yallabook.com
ทั้งนี้ เพราะว่าด้านหนึ่งของสวนนั้นติดกับมหาสมุทร Stanley Park จึงมีอควาเรียมที่เรียกว่า Vancouver Aquarium และโชว์สัตว์น้ำซึ่งเป็นไฮไลท์ที่ทุกคนต่างชื่นชอบ ด้วยพื้นที่มหาศาลกิจกรรมพักผ่อนต่าง ๆ จึงเกิดขึ้นที่นี่ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการปั่นจักรยาน นั่งรถราง ปีนเขา จ็อกกิ้ง หรือเดินเล่นชิล ๆ ริมชายหาด ชมวิวของเมืองแวนคูเวอร์ที่กั้นด้วยผืนสมุทร แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ไม่สามารถเข้าไปชมได้ คือ พื้นที่ด้านในเป็นป่าลึกซึ่งมีสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่ โดยถือเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติไว้ภายในเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยค่ะ สวนสาธารณะแห่งนี้จึงเต็มไปด้วยอากาศบริสุทธิ์ที่สามารถมาพักผ่อนกันได้อย่างเต็มปอดอยู่ตลอดเวลา


















