fine-dining-Hight-tea-luxury-eating

กินหรู ดูดีมีชาติตระกูล แบบ fine dining และ Hight-tea

 

CR. instragram.com

 

เมื่อก่อนหากพูดถึงอาหารหรูๆ ส่วนใหญ่เราจะนึกถึงอาหารในโรงแรม 5 ดาว ใส่ชุดหรูเต็มยศในโอกาสพิเศษต่างๆ ซึ่งปัจจุบัน มีรายการโทรทัศน์ ในสื่อดิจิตอล ที่มีการนำเสนออาหาร ที่พูดกันจนคุ้นหูว่า “Fine dining”

 

เรามาทำความรู้จักกับ ร้านอาหารแบบ ”Fine Dining” กันค่ะ ซึ่งปัจจุบันไม่ได้มีอยู่เฉพาะในโรงแรมหรูแล้วนะคะ โดยทั่วไปมักหมายถึงร้านอาหารระดับบนที่มีกลุ่มลูกค้าหลักคือผู้มีฐานะดีถึงดีมากและนำเสนออาหารคุณภาพสูงที่สุด ปรุงอย่างพิถีพิถัน โดยเชฟฝีมือดี มีบรรยากาศที่เป็นทางการและบริการด้วยเมนูที่มีวัตถุดิบคุณภาพสูง  ในส่วนของเครื่องดื่มจะมีการให้บริการด้วยไวน์คุณภาพสูงและมีให้เลือกมากมาย รวมถึงมีบริการผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์หรือ Sommeliers ประจำร้านด้วย เพื่อให้คำแนะนำและเสนอไวน์ที่เหมาะกับอาหารแต่ละจาน นอกจากนี้ยังมักมีกฏข้อบังคับในเรื่อง เครื่องแต่งกายที่เรียกว่า dress code อีกด้วย ยกตัวอย่าง ผู้หญิงใส่เดรส ผู้ชายไม่ใส่กางเกงขาสั้น ไม่สวมรองเท้าแตะ เป็นต้น

 

อาหารแบบ “Fine Dining” มี 3 องค์ประกอบสำคัญดังนี้

ความเป็นเลิศของอาหารและเครื่องดื่ม

 

CR. kiranshouston.com

 

อาหารทุกจานมักปรุงขึ้นด้วยวัตถุดิบชั้นยอดหรือหาได้ยาก อาจจะไม่ได้มีเมนูให้เลือกมากมาย แต่รายการอาหารที่มีในเมนูจะน่าสนใจและพิเศษกว่าเมนูในร้านทั่วไป มีร้านอาหารแบบ “Fine Dining” หลายแห่งที่ให้บริการด้วยเมนูอาหารเพียงไม่กี่รายการแต่เมนูเหล่านั้นจะเปลี่ยนไปทุกวันหรือทุกสัปดาห์เพื่อให้พ่อครัวได้ใช้เฉพาะวัตถุดิบที่สดใหม่อยู่เสมอและตรงตามฤดูกาลมากที่สุด

 

ส่วนในเรื่องของเครื่องดื่ม มักให้บริการด้วยไวน์ชั้นเลิศ เครื่องดื่มแอลกอฮอลที่เลือกสรรค์เฉพาะตัวที่ดีที่สุด รวมทั้งมีเก็บสะสมไว้ให้บริการหลากหลายชนิดมาก หลายๆร้านมักจะมีการจับคู่ไวน์เข้ากับอาหารแต่ละจานเพื่อส่งเสริมให้รชชาติของอาหารจานนั้นๆดีที่สุด โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์และเชฟเป็นคนคัดเลือกไว้บริการ

 

การบริการเหนือระดับ

 

CR. pinterest.com

CR. jamarattigan.com

มาตรฐานการบริการในร้านอาหารแบบ “Fine Dining” จะมีรายละเอียดและความพิถีพิถันมากกว่าร้านทั่วไปไม่ใช่เพียงแค่รับรายการอาหารและเซิฟอาหารเท่านั้น โดยทั่วไปมักรวมถึง

– บริการนำไปส่งยังโต๊ะอาหาร จัดการเครื่องใช้บนโต้ะให้เหมาะสมกับลูกค้า รวมถึงการเลื่อนเกาอี้ให้กับลูกค้าด้วย

– บริการนำทางไปยังห้องน้ำหรือที่ล้างมือ

– บริการจัดเรีองเครื่องใช้และเก็บสิ่งของบนโต๊ะในระหว่างการเปลี่ยนรายการอาหาร

– บริการเก็บและพับผ้าเช็ดปากหากลูกค้าลุกจากโต๊ะ

– บริการให้ข้อมูลและแนะนำรายละเอียดของอาหารแต่ละรายการโดยไม่มีการอ่านจากลิส

– บริการเสิร์ฟอาหารโดยเสิร์ฟบนจานรองที่ตั้งอยู่บนโต๊ะด้านหน้าของลูกค้า

 

การบริการที่มีรายละเอียดสูงนี้ต้องใช้ผู้ให้บริการที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีในเรื่องของมารยาทและวัฒนธรรมการรับประทานอาหารและทักษะต่างๆ ผู้ให้บริการนั้นต้องสามารถตอบคำถามลูกค้าได้ในทุกๆเรื่อง ทุกๆรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับรายการอาหารที่มี รวมทั้งไวน์ที่ให้บริการ อีกทั้งสามารถแนะนำรายการอาหารต่างๆให้ตรงกับที่ลูกค้าต้องการ เรียกได้ว่าผู้ให้บริการไม่สามารถจะละเลยหรือขาดการใส่ใจในรายละเอียดได้เลย

 

บรรยากาศการตกแต่งที่หรูหรา

 

CR. architecturaldigest.com

 

ด้วยองค์ประกอบต่างๆเหล่านี้  จึงทำให้ต้นทุนในการให้บริการของร้านอาหารแบบ “Fine Dining” สูงกว่าร้านทั่วไป แต่นั่นก็เป็นส่วนประกอบที่ช่วยการันตีความสมบูรณ์แบบในทุกๆมิติของประสบการณ์การรับประทานอาหารในแบบ “Fine Dining” นั่นเอง

 

การดื่มชาแบบชาวอังกฤษ

 

CR. pinterest.com

 

หากพูดถึงวัฒนธรรมการดื่มชานั้น มีมาช้านาน ยิ่งถ้าพูดถึงวัฒนธรรมการดื่มชาแบบผู้ดีจึงไม่พ้นการดื่มชาของชาวอังกฤษแน่นอน เพราะส่วนหนึ่งเป็นกิจกรรมของชนชั้นสูงจนถึงราชวงศ์ ที่ได้รับความนิยมแสดงถึงฐานะและรสนิยมของคนนั้นๆจวบจนถึงปัจจุบัน

 

ชาวอังกฤษแบ่งการดื่มชาออกเป็น 3 เวลา คือ เช้า บ่าย และเย็น แต่จะให้ความสำคัญกับการดื่มชา ช่วงเวลาอาหารเช้าและอาหารเย็น เพราะเป็นอาหารมื้อใหญ่ โดยจัดขึ้นในหลายสถานที่ เช่น การดื่มชาในสวน ดื่มชาในห้องนั่งเล่น หรือในงานเลี้ยงเต้นรำต่างๆ

 

เริ่มจากเบรกฟาสต์ที (Breakfast Tea)

 

CR.trendland.com

 

ในช่วงเช้าจะเป็นการดื่มชาพร้อมกับอาหารเช้า เช่น ออมเล็ต ไข่ดาว แฮม หรืออิงลิชมัฟฟิน

 

ต่อมาคืออาฟเตอร์นูนที (Afternoon Tea) หรือโลว์ที (Low Tea)

 

CR.bocadolobo.com

 

เป็นการดื่มชาหลังมื้อกลางวัน เริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น. – 19.00 น. เนื่องจากสมัยก่อนอาหารค่ำจะเสิร์ฟเวลาประมาณ 20.00 น. การดื่มชาในช่วงเวลาดังกล่าวจึงทำให้ไม่รู้สึกหิวจนเกินไป การดื่มชาหลังมื้อกลางวันจึงกลายเป็นมื้ออาหารเล็กๆยามบ่าย อีกทั้งยังเป็นที่นิยมมากในหมู่ขุนนางและชนชั้นสูงของอังกฤษ และเป็นช่วงเวลาดื่มชาที่นิยมมากที่สุด การทานจะนั่งทานกับโต๊ะเตี้ยและเก้าอี้หรืออาร์มแชร์ จนบางครั้ง Afternoon Tea ถูกเรียกว่า Low Tea นั่นเอง

 

ปิดท้ายด้วยมีลที หรือมีตที (Meal Tea or Meat Tea) หรือเรียกอีกชื่อว่า ไฮที (High Tea)

 

Cr.bocadolobo.com

 

เป็นการดื่มชาในมื้อเย็น แต่เดิมเป็นการดื่มชาของชนชั้นแรงงาน เนื่องจากชนชั้นแรงงานในสมัยก่อน เลิกงานช่วงตอนเย็นไม่มีเวลาพักดื่มชายามบ่าย  Afternoon Tea แบบชนชั้นสูง การดื่มชาในช่วงเย็นจึงต้องดื่มควบคู่ไปกับการทานอาหารมื้อหนักที่ต้องนั่งทานบนโต๊ะอาหาร จึงเป็นที่มาของคำว่า High Tea เพราะเป็นการทานบนโต๊ะสูงแบบโต๊ะอาหาร แต่ภายหลังกลับได้รับความนิยมในหมู่ชนชั้นสูง จึงเปลี่ยนจากการเสิร์ฟคู่กับอาหารธรรมดาแบบชาวบ้านมาเป็นอาหารเลิศรสที่ปรุงจากวัตถุดิบชั้นดี

 

CR.store.savannahcoffee.com

 

ปัจจุบัน การดื่มชา ไม่ได้แบ่งตามช่วงเวลา หรือ แบ่งตามชนชั้น เพราะนิยมดื่มชาในช่วงเวลาว่าง หรือ สังสรรค์ จึงเรียกการดื่มชาพร้อมขนมและของว่างว่า “Hight-Tea”

หลักการของการจัดของว่างและขนมเพื่อรับประทานคู่กับการดื่มชา แบ่งเป็นสามหมวด ซึ่งนิยมจัดในถาดหรือจานเป็นชั้นๆ ประกอบไปด้วย

 

ชั้นล่างสุด หรือ ชั้นที่ 1 เป็นของว่างแบบคาว เน้นเป็นของทีทานแล้วอิ่มอยู่ท้อง เช่น แซนวิช เบอเกอร์ไส้ต่างๆ

 

ชั้นตรงกลาง หรือ ชั้นที่ 2 เป็นสโคน คุกกี้ บิสกิต รับประทานคู่กับแยมผลไม้ และ เนยสด บางที่จะมีค็อตครีมเสิร์ฟด้วย

 

ชั้นบนสุด หรือ ชั้นที่ 3 เป็นขนมหวาน เช่น พานาค็อตต้า ช็อคโกแลตมูส ทาร์ตผลไม้ต่างๆ เป็นชั้นสุดท้ายไว้สำหรับล้างปากตัดกับความขมของชาได้ดี

 

ด้วยความนิยมดื่มชานี้เอง ชาวอังกฤษจึงพิถีพิถันในการคัดเลือกชนิดของชาสำหรับดื่มในแต่ละช่วงเวลา ดังนี้

 

CR. pahd083.wix.com

 

ช่วงเช้า ควรดื่ม ชาอิงลิชเบรกฟาสต์ (English Breakfast Tea) เป็นชาสูตรผสมระหว่างชาซีลอนกับชาอัสสัม หรือส่วนผสมของชาเคนยากับชาอัสสัมรสเข้มข้นมาก ดื่มแล้วช่วยให้ตาสว่าง รู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า

 

ช่วงบ่าย ควรดื่ม ชาดาร์จีลิง หรือชาวินเทจ ดาร์จีลิง (Vintage Darjeeling Tea) เป็นชาที ่มีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ รสชาติดี เข้ากันได้ดีกับของว่างยามบ่ายหรือมื้อกลางวัน

 

ช่วงเย็น ควรดื่ม ชาเอิร์ลเกรย์ (Earl Grey Tea) เป็นชาสูตรผสมระหว่างชาดาร์จีลิง ชาจีน และแต่งกลิ่นด้วยสมุนไพร มีรสฝาดเฉพาะตัว เหมาะสำหรับล้างคอหลังอาหาร

 

ช่วงก่อนเข้านอน ควรดื่ม Jasmine Tea หรือ ชากลิ่นมะลิ และ Rose Tea หรือชากลิ่นกุหลาบ ซึ่งกลิ่นหอมจากดอกไม้ของชาทั้งสองชนิดช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและหลับสบายตลอดคืน

 

CR. blog.naver.com

 

จึงไม่แปลกใจที่การดื่มชาแบบผู้ดีอังกฤษจะได้รับความนิยมแพร่หลายทั่วโลก เพราะนอกจากจะได้จิบชา ในบรรยากาศที่ดี แถมเคียงด้วยขนมของกินเล่นแสนอร่อย จึงถือว่าเป้นอีกหนึ่งความสุขของการกินหรูดูดีแสนอร่อยที่เชื่อว่าหลายคนต้องติดใจอย่างแน่นอน

 

 

เขียน/เรียบเรียง : Jeedwonder

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

thegreatgastro.com
www.ohlor.com