สำหรับผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต สิ่งที่ต้องการหลักอย่างหนึ่งคงหนีไม่พ้นบ้านหลังงาม ที่ตอบสนองต่อการใช้ชีวิต ในแบบฉบับของตนเอง ดังเช่น ผู้ที่ใช้ชีวิตในย่านธุรกิจใจกลางเมืองใหญ่ ก็คงต้องการรูปแบบของความหรูหรา พร่างพราย แบบคนเมืองใหญ่

      Metro Lifestyle คืออีกหนึ่งรูปแบบของชีวิตในเมืองที่ผนวกเอาความหรูหรา มีรสนิยม ผสมเข้ากับความงามของ Space เพื่อสร้างประโยชน์ใช้สอยที่ลงตัวของเจ้าของบ้านหลังนี้ค่ะ

      ทีมออกแบบของ Bareo&Isyss ได้รับการมอบหมายให้ทำการออกแบบตกแต่งบ้านหลังงามหลังนี้ โดยมีคุณมยุรี ธรรมกุลางกูร ในฐานะ Design Director เป็นผู้วาง Concept หลัก ส่วนคุณดิษฐวัฒน์ ชินะกาญจนดิษฐ์ เป็น Head Designer ร่วมกับคุณนนทชัย นาคนิล และคุณชัยทัต ตรงต่อศักดิ์ในฐานะ 3D CG Designer

 

 

      เริ่มจากประตูทางเข้าใหญ่ ที่นักออกแบบได้กำหนดให้ใช้ประตูแบบกึ่งทึบกึ่งโปร่ง และมีบานข้างเป็นกระจกเพื่อดึงเอาแสง ธรรมชาติเข้ามาจนถึงตำแหน่งที่วางเจ้าที่เพื่อให้ตรงกับหลักฮวงจุ้ย และจากโถงต้อนรับนี้ ก็จะมองเห็นส่วนรับรองแขกที่เป็น Double Volume ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นจุดเด่นของบ้านหลังนี้

 

 

 

      ส่วนรับรองแขกนี้เป็นโถงกระจกใสสูงสองชั้น ที่ให้ความโล่งโปร่งสบายตา ตัดกับชุดโซฟารูปตัวแอลสีเข้มขรึมรับกับพรมลายใน โทนเดียวกัน และเน้นจุดเด่นของโถงสูงด้วยแนวผ้าม่านสีครีม ตัดกับผนังทีวีที่หรูหรา อลังการด้วยผนังปิดทองตัดกับเส้นสาย ไม้สีเข้มเดินเป็นแนวตั้ง ดึงสายตาลงมาที่ตู้วาง LED TV แบบ Lauren Style ที่ปิดผิวด้วยสีทอง ให้เข้ากับโคมไฟกลางห้องดวงใหญ่

      ด้านหลังของโถงเจ้าที่ด้านหน้า เป็นห้องทานอาหารหลักขนาด 8 ที่นั่ง ที่ใช้โต๊ะอาหารยาวทำจากไม้มะฮอกกะนีสีเข้มกับเก้าอี้ แบบรับเต็มหลัง บุผ้าสี Prussian Blue ภายใต้ฝ้าเพดานตกแต่งสีทอง กับไฟประดับคู่ นอกจากนี้ Designer ก็ยังได้เพิ่มส่วนซุ้มประตูทางเข้าสีเดียวกับ โต๊ะทานอาหารเพื่อดึงสมดุลของงานให้เข้ากันอย่างกลมกลืน

 

 

      ใกล้กับส่วนทานอาหาร จะเป็นห้องพักผ่อน ซึ่งเดิมเจ้าของบ้านตั้งใจจะทำเป็นห้องทำงาน แต่ติดปัญหาเรื่องฮวงจุ้ย จึงได้ปรับมาเป็นห้องพักผ่อน ที่มีตู้หนังสือและตู้เก็บไวน์และเก้าอี้นั่งสบายแบบ Eames Chair ที่คงความอมตะมากว่า 60 ปี

 

 

      ก่อนจะขึ้นไปยังชั้นสอง รำเพยขอพาไปชมโถงบันไดสักนิดนึงนะคะ เพราะโถงบันไดนี้ ทางทีมนักออกแบบคนเก่งก็ได้ตกแต่ง โดยแอบดึงเอางานสไตล์ Old English เข้ามาใช้แทรกกับ Metro Style ได้อย่างน่าสนใจ เป็นการสร้างความรู้สึกที่หรูหราเพิ่มเติม ให้กับส่วนทานอาหารชั้นล่างได้เป็นอย่างดี

 

 

      พอขึ้นไปถึงชั้นสองของบ้าน ก็จะพบกับโถงแบบ Double Volume อีกครั้ง โดยในจุดนี้ ทีมออกแบบได้ลดความระยิบระยับลงบ้าง เพื่อให้เหมาะสมกับเป็นห้องพักผ่อน โดยจะจัดวางชุดโซฟายาวสี Snowy Grey เพื่อให้รับกับผนัง Home Theater สีครีมบน Background สีเข้ม และเพื่อไม่ให้เรียบจนเกินไป ทาง Designer ก็ยังได้นำเอาขอบ สเตนเลสมาคาด พร้อมกับติดไม้ชิ้นบนหน้าบานตู้ด้านข้าง เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับห้องนี้ด้วยค่ะ

 

 

 

      เข้ามาที่ห้องนอนใหญ่กันบ้างนะคะ…

      ในห้องนอนใหญ่ จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนนอนและส่วนทำงาน โดยส่วนนอนจะตกแต่งแบบ Contemporary Classic ที่ให้ความรู้สึกอ่อนหวานและสวยงามด้วยผ้าบุทอลาย ที่หัวเตียงและดึงบุ๋มแบบ Old Elegant Style ที่ให้ความรู้สึกนุ่มหนา น่านอน ตัดกับกระจกเงาสีชาเพิ่มมิติให้กับห้อง สะท้อนกับผนังปลายเตียงที่ตกแต่งแบบเรียบง่ายด้วยเส้นสาย แต่ซ่อนด้วย Function ที่รองรับการติดตั้ง Home Theater ที่เป็นงานออกแบบเฉพาะของ Bareo & Isyss เพื่อให้สะดวกต่อการร้อยสาย เพิ่มเติมด้วยตัวเอง

 

 

      ในขณะที่ส่วนทำงานจะตกแต่งแบบเรียบง่าย เพราะเป็นตำแหน่งเก็บทรัพย์ จึงต้องต่อเติมส่วนระเบียงออกไปให้เป็นห้องทำงาน โดยห้องนี้จะตกแต่งแบบเรียบง่ายพร้อมตู้ซ่อนตู้เซฟและมีประตูเพื่อบังส่วนทำงานซ่อนในผนังอย่างมิดชิดอีกด้วย

 

 

      สุดท้ายของเดือนนี้ คงต้องเป็นห้องพระ ที่จัดไว้ในตำแหน่งและทิศตามที่ซินแสระบุไว้ โดยทาง Bareo & Isyss ได้ออกแบบโดยใช้ไม้ย้อมสี Dark Oak ตัดกับเส้นสเตนเลสแลลายขนแมว และเน้นจุดเด่นที่องค์พระประธานด้วยแผงไม้ฉลุลาย โดยตู้ชุดนี้ นอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานองค์พระที่เจ้าของบ้านได้สะสมไว้แล้ว ยังมีส่วนที่เปิดออกมาสำหรับเก็บหนังสือธรรมะ และของที่ใช้ในการบูชาต่างๆ อีกด้วยค่ะ

      เป็นอย่างไรบ้างคะ…สำหรับบ้านหรูใจกลางเมืองแบบ Metro Lifestyle ที่ตกแต่งแบบ Full Option ซะจนรำเพยต้องหลงใหล ตั้งแต่แรกเห็น เพียงแค่โถงรับแขก ที่หรูหรา ประดับด้วยแผ่นทองก็ละลายใจไปได้กว่าครึ่งแล้ว นี่ขนาดยังพาไปชมไม่ครบทั้งหลังนะคะ เพราะยังมีทีเด็ดในส่วนแต่งตัวและห้องน้ำ ที่รำเพยจะพาไปชมในครั้งต่อไป โปรดคอยติดตามนะคะ

…รำเพย…