Spa Design ผ่อนคลายในสปา

Spa Design

 

แต่ละคนมีจุดประสงค์ของการท่องเที่ยวแตกต่างกัน…เที่ยวเพื่อไปพักผ่อน เที่ยวเพื่อไปพบเจอสิ่งใหม่ๆ เที่ยวเพื่อไปตามหาวิวสวยๆ หรือเที่ยวเพื่อไปลองชิมอาหารอร่อยๆ ทั่วโลก

โดยมากการท่องเที่ยวก็คือการออกไปข้างนอกใช่มั๊ยล่ะค่ะ แต่กลับกัน…สำหรับนักท่องเที่ยวบางกลุ่มเลือกที่จะเดินทางไปยังโรงแรมต่างๆ ทั่วโลกและดื่มด่ำกับ Facilities ของโรงแรมตั้งแต่ห้องพัก ห้องอาหาร ห้องสันทนาการไปจนถึงห้องสปา…

ใช่แล้วค่ะ ในเมื่อเกริ่นมากันแบบนี้แล้ว บทความนี้เราจะพาทุกท่านไปพบกับห้องสปา Facilities ที่แทบทุกโรงแรมหรูต้องมี และแน่นอนว่าสปาแต่ละแห่งที่เราจะหยิบยกมาในวันนี้นั้นไม่ใช่แค่สปาธรรมดา แต่เป็นสปาที่มีดีไซน์เก๋ มีเอกลักษณ์ที่ชวนให้เราอยากไปพักเพื่อใช้บริการเลยทีเดียวค่ะ

จะมีที่ไหนบ้าง ถ้าพร้อมแล้วก็ไปชมกันเลยค่ะ 🙂

Tschuggen Grand Hotel Spa

 

(Credit : https://tschuggen.ch)

 

Location : Arosa, Switzerland

Project Year : 2006

Designer : Botta Studio Partnership | Architektur- und Ingenieurbüro Fanzun AG

 

Tschuggen Grand Hotel Spa เป็นสปา ซาวน่าร์ ห้องอบไอน้ำ ฟิตเนส ร้านทำผม ห้องโยคะ และส่วนพักผ่อนอื่นๆ อีกมากมาย ของโรงแรม Tschuggen Grand Hotel ที่แยกพื้นที่จากส่วนโรงแรมออกมาตั้งอยู่กลางป่าสนใน Arosa ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยจะมีรถราง Tschuggen Express เชื่อมจากส่วนโรงแรมมาที่ส่วนสปา ตัวอาคารสปานั้นมีคอนเซปการออกแบบให้กลมกลืนกับพื้นที่ป่ารอบๆ ดังนั้นแทนที่อาคารจะตั้งสูงโดดขึ้นมา ทางดีไซน์เนอร์จึงออกแบบให้ตัวอาคารถูกกดลงไปใต้ดินทั้งสิ้น 4 ชั้น รวมพื้นที่ราว 5,000 ตารางเมตรแทน

 

ส่วนที่โผล่พ้นพื้นดินขึ้นมาจะเป็นหลังคาทรงสามเหลี่ยมหลังโค้งที่ใช้วัสดุทึบและกระจกใส การออกแบบหลังคาให้เป็นทรงโค้งนอกจากด้านความสวยงามแล้ว ยังช่วยให้หิมะไม่ทับถมค้างกันบนหลังคาในฤดูหนาวนั่นเอง วัสดุทึบมีไว้เพื่อกันแสงอาทิตย์ที่จะเข้ามาในตัวอาคารไม่ให้มากจนเกินไป และกระจกใสนั้นมีไว้เพื่อดึงแสงจากภายนอกเข้ามาในตัวอาคารแบบ indirect light ช่วยสร้างบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติให้กับพื้นที่ภายใน

 

การออกแบบตกแต่งภายในสปาจะเน้นการตกแต่งที่ให้บรรยากาศผ่อนคลาย เหมาะแก่การพักผ่อน วัสดุหลักที่ใช้ภายในจะเน้นการใช้ไม้และหินเพื่อให้เกิดความรู้สึกใกล้เคียงกับธรรมชาติ การเปิดพื้นที่ให้โล่งทำให้บรรยากาศของชั้นใต้ดินไม่อึดอัด มีการใช่ lighting  เข้ามาช่วยเสริมให้พื้นที่ดูมีมิติมากขึ้น สร้างความประทับใจแรกให้กับผู้ที่มาเข้าใช้งานได้เป็นอย่างดี

 

Hotel Marqués de Riscal

(Credit : https://www.marriott.com)

 

Location : La Rioja, Spain

Project Year : 2006

Designer : Frank Gehry | Yves Collet

 

ก่อนหน้านี้เราเคยพูดถึง Frank Gehry สถาปนิกชื่อดังของโลกที่มีสไตล์การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์อย่างการ Deconstruction กันไปแล้วในหลายๆ บทความ ซึ่งในบทความนี้เองเราก็ต้องขอหยิบยกผลงานของ Frank Gehry มานำเสนอให้ทุกท่านได้รู้จักกันอีกแห่งค่ะ

 

Hotel Marqués de Riscal ตั้งอยู่ที่เมือง La Rioja ที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตไวน์ Rioja ของประเทศสเปน สถานที่ตั้งของโรงแรมและสปาแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางไร่องุ่นที่ให้บรรยากาศเงียบสงบ ดังนั้นเพื่อสร้างความโดดเด่นและแตกต่างกับบรรยากาศโดยรอบ Frank Gehry จึงได้ออกแบบอาคารที่ยุ่งเหยิงนี้ขึ้นมาจนกลายเป็นที่จุดเด่นอีกแห่งในเมือง La Rioja

 

Inspiration ของเส้นสายที่เกิดขึ้นนั้นมาจากการผสมผสานของเอกลักษณ์ของ ‘ไวน์’ อันเป็นของขึ้นชื่อของพื้นที่ โดยนำมาเล่นกับการใช้สีของวัสดุ คือ สีม่วงไวน์แทนไวน์ของ Rioja, สีเงินแทนฟอยล์ที่พันรอบฝาขวดไวน์ และสีทองแทนฉลากไวน์ เมื่อนำมารวมกันกลายเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ที่เป็นสถานที่ผลิตไวน์ นำสีสันต่างๆ มารวมกันเป็นเส้นสายที่เหมือนคลื่น เป็นตัวแทนของการเขย่าไวน์ให้กระทบกับแก้วก่อนดื่ม ส่วนวัสดุที่ถูกเลือกใช้คือไทเทเนียมด้านที่โดดเด่นท่ามกลางแสงอาทิตย์และไร่องุ่น และกระจกที่ทำให้ตัวอาคารเกิดมิติจากการมีวัสดุทึบและวัสดุใส

 

Frank Gehry นั้นเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบภายนอกอาคาร ส่วน Yves Collet เป็นดีไซน์เนอร์ที่ดีไซน์งานออกแบบตกแต่งภายในค่ะ ดังนั้นบรรยากาศภายในสงบนิ่งผ่อนคลายคอนทราสกับงานออกแบบภายนอกราวกับอยู่คนละโลก ตัวพื้นที่ภายในจะเน้นให้เกิดความรู้สึกของการพักผ่อนแต่ยังคงคอนเซปที่จะสื่อถึงไร่องุ่นอันเป็นสถานที่ตั้งของสปา โดย Yves Collet เลือกใช้สีแดงเป็นสีที่สื่อถึงไวน์และองุ่นเป็นสีหลักของพื้นที่ และมีการเปิดด้านหนึ่งของสปาให้เป็นหน้าต่างทั้งแถบมองเห็นวิวไร่องุ่นภายนอก

 

 

Le Royal Monceau Raffles Paris

(Credit : https://www.raffles.com/paris/spa/)

 

Location : Paris, France

Project Year : 2013

Designer : Philippe Starck

 

ท่ามกลางอาคารและตึกเก่าในกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศส โรงแรม Le Royal Monceau Raffles Paris มี ‘My Blend’ เป็นส่วนสปาและทรีตเม้นต์ขนาดกว่า 1,500 ตารางเมตรที่มีคอนเซปการดีไซน์ให้เกิดความรู้สึกเป็นพื้นที่แห่งความสงบและผ่อนคลายโดย Phillippe Starck ดีไซน์เนอร์ผู้ออกแบบนั้นเป็นดีไซน์เนอร์ที่ถนัดงานออกแบบสไตล์ Post Modern ซึ่งเป็นสไตล์ที่เน้นการมีรูปร่างหรือรูปทรงที่เป็นอิสระ ค่อนไปทางงานแบบ Futuristic หน่อยๆ  ซึ่ง Phillippe Starck ก็สะท้อนงานออกแบบสไตล์นี้ออกมาในสปาของเขาด้วยค่ะ

 

เสาสแตนเลสและเก้าอี้ดีไซน์พิเศษของ Phillippe Starck ที่เป็นวัสดุผิวสะท้อนมีการบิดรูปทรงให้เกิดมิติภายในพื้นที่ นอกจากนี้ยังช่วยเสริมให้พื้นที่ดูสว่างไสวจากการสะท้อนสีขาวอันเป็นสีหลักของงาน สื่อถึงความสะอาดบริสุทธิ์ราวกับก้อนเมฆที่ลอยละล่อง และตกแต่งพื้นที่ด้วยกระจกเงาให้พื้นที่ดูหรูหรา โปร่งและสะอาดตา ทั้งยังขยายพื้นที่ให้ดูกว้างขวางมากขึ้น

 

นอกจากนี้สระน้ำ Indoor ความยาว 23 เมตรถูกเปิดด้านบนให้เป็น Skylight เพื่อรับแสงจากภายนอกเข้ามาภายในตัวอาคาร ทำให้พื้นที่ราวกับอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติและท้องฟ้าทำให้เกิดบรรยากาศของสปาสงบและบริสุทธิ์ที่ราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์

 

Huvafen Fushi

(Credit : http://www.holysmithereens.com)

 

Location : North Malé Atoll, Maldives, Sri Lanka

Project Year : 2007

Designer : Studio RHE | ISM Design

 

‘มัลดีฟส์’ สถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์แห่งการพักผ่อน หมู่เกาะที่ตั้งอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรอินเดีย และหนึ่งในหมู่เกาะเหล่านั้นก็คือเกาะ North Malé Atoll สถานที่ตั้งของโรงแรม Huvafen Fushi อันมีสปาใต้น้ำแห่งแรกของหมู่เกาะมัลดีฟส์

 

ตั้งอยู่ลึกลงไปจากผิวน้ำ 6 เมตร สปาส่วนตัวใต้น้ำแห่งแรกของหมู่เกาะมัลดีฟส์ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นไอค่อนของ Luxury Boutique Hotel ที่มี Facilities การพักผ่อนที่ครบครัน การออกแบบสปาแห่งนี้มีคอนเซปให้ผู้มาใช้งานรู้สึกสงบและผ่อนคลายระหว่างทำสปา สีหลักที่ใช้เน้นการใช้สีขาวเพื่อให้สามารถดื่มด่ำเพลิดเพลินกับการมองฝูงปลาว่ายน้ำในทะเลสีฟ้างดงาม ราวกับได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของโลกใต้ทะเล

 

เป็นยังไงกันบ้างคะกับสปาทั้งสี่แห่งที่เราหยิบยกมาแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกันในครั้งนี้ อ่านแล้วรู้สึกอยากหลบไปผ่อนคลายที่สปาหนีอากาศร้อนๆ ของเดือนเมษายน-พฤษภาคม แบบนี้กันเลยรึเปล่าเอ่ย? แต่หากว่าสปาเหล่านี้อยู่ไกลเกินไปและในวันหยุดของเรานั้นมันร้อนจนคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี เราขอแนะนำกิจกรรมดับร้อนอื่นๆ อย่าง Summer Stay Cool สนุกกับกิจกรรมคลายร้อน และ Modern Tropical House กรุ่นกลิ่นอายบ้านฤดูร้อน ไว้ให้ทุกท่านได้ลองพิจารณากันค่ะ

 

สำหรับหน้าร้อนแบบนี้อย่าลืมดื่มน้ำมากๆ ทาครีมกันแดดและหาเวลาพักผ่อนร่างกายเพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรงกันด้วยนะคะ

 

แล้วพบกันใหม่ในเดือนหน้า

สวัสดีค่ะ 🙂