
ลงรักปิดทอง
” ลงรักปิดทอง ” มรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า และเป็นหนึ่งในศาสตร์ตราช่างชั้นสูงในสกุลช่างสิบหมู่ไทย ที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาของช่างไทยที่สามารถสร้างสรรค์และเพิ่มคุณค่าให้กับผลงานทางศิลปะได้อย่างงดงาม
การลงรักปิดทอง

ลงรักปิดทอง คือ ศิลปะทางการช่าง ว่าด้วยการตกแต่งผิวภายนอกของวัตถุ รวมไปถึงตกแต่งบนพื้นผิวองค์ประกอบสำหรับงานสถาปัตยกรรมแบบไทย เช่น บานประตู หน้าต่างอุโบสถ เป็นต้น การลงรักปิดทองนั้นเป็นหนึ่งในศาสตราช่างชั้นสูง ในสกุลช่างสิบหมู่ไทยที่ถือกำเนิดมาแล้วเมื่อ 400 ปีก่อน นอกจากนี้ยังมีการเขียนลายด้วยน้ำยาหรดาล ก่อนทำการลงรักปิดทองและรดน้ำ เป็นการเพิ่มความวิจิตรมากยิ่งขึ้น ซึ่งลายรดน้ำเป็นการเขียนลวดลายให้ปรากฏเป็นลายสีทองด้วยวิธีปิดทองแล้วเอาน้ำรด ซึ่งศิลปะเหล่านี้ถูกเรียกชื่อตามเทคนิคการทำว่า “ ศิลปะลายรดน้ำ ลงรักปิดทอง ”
ทำความรู้จักกับเครื่องรัก

ที่ถูกเรียกว่าเครื่องรักนั้น เกิดจากการใช้ยางรักเป็นตัวเชื่อมระหว่างภาชนะ สิ่งของกับทอง ยางรักนั้นได้จากการเจาะยางของต้นรัก และ นำยางรักมาทาเคลือบที่สิ่งของ และนำทองคำเปลวมาติดชั้นนอกสุด เพื่อเป็นการตกแต่งทำให้เกิดความสวยงาม ทองคำเปลวที่ใช้กับงานศิลปะลงรักปิดทอง ต้องเป็นทองคำบริสุทธิ์ และขณะทำการปิดทองขอบของทองคำเปลวควรเหลื่อมกันประมาณสองมิลลิเมตร การวางทองคำเปลวลงบนชิ้นงานมักจะใช้นิ้วแตะอย่างเบามือที่สุด ในกรณีที่ใช้เทคนิคนี้กับงานประติมากรรมแกะสลักที่มีลวดลายวิจิตร ช่างฝีมือจะมีการใช้พู่กันเข้ามาช่วย
ซึ่งเทคนิคลงรักปิดทองเดิมเป็นงานช่างที่สร้างขึ้นมาโดยเกี่ยวข้องกับศาสนาและพระมหากษัตริย์เป็นส่วนใหญ่ และมีการผ่อนคลายให้ช่างพื้นบ้านสามารถนำมาสร้างสรรค์ได้ในรูปแบบของตนเอง นอกจากนี้ยังมีการพบหลักฐานการใช้ยางรักเพื่อปิดทองพระพุทธรูปในสมัยอยุธยา รวมไปถึงผลงานลายรดน้ำด้วย
เสน่ห์และความสวยงามของการลงรักปิดทอง
ศิลปะการลงรักปิดทอง และการเขียนลายรดน้ำ เป็นศิลปะที่เกิดจากการผสมผสานกันของงานฝีมือกับเทคนิคการสร้างสรรค์งานที่ซับซ้อน เสน่ห์และความสวยงามของการลงรักปิดทองจึงอยู่ที่ความละเอียดปราณีต เพราะผลงานแต่ละชิ้นที่เกิดขึ้นนั้น ล้วนเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้เทคนิคชั้นสูง ซึ่งแต่ละขั้นตอนมีความซับซ้อนล้วนต้องอาศัยความชำนาญร่วมด้วย มากไปกว่านั้นยังต้องมีความอดทนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ผลงานจะออกมาวิจิตรเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของช่าง และสิ่งเหล่านี้เองที่ได้กลายเป็นเสน่ห์ของศิลปะประเภทนี้ จนถูกยกย่องให้เป็นภูมิปัญญาระดับสูงควรค่าแก่การสืบต่อแก่คนรุ่นปัจจุบัน
วิธีการลงรักปิดทอง

Credit : exotiq .com
กรรมวิธีการทำลงรักปิดทองจะเริ่มจากใช้ยางรักแบบน้ำที่ผ่านการกรองมาอย่างดีจนเป็นน้ำเกลี้ยง จากนั้นทาบนวัตถุที่ต้องปิดทอง หลังจากทาแล้วปล่อยให้ยางรักเกิดความเหนียวจนพอดี ซึ่งขั้นตอนนี้จำเป็นต้องใช้ความชำนาญรวมถึงทักษะช่างสังเกตถึงความเหนียวที่พอดี ถ้ายางรักมีความเหนียวที่พอดีจะสามารถทำให้ปิดทองได้สวย
หลังจากที่ทายางรักไว้เรียบร้อย จะเริ่มใช้ทองคำเปลวชนิดที่ผ่านการคัดพิเศษมาแล้ว ใช้ปิดในส่วนที่ทายางรักเอาไว้ ซึ่งสามารถปิดได้ในลักษณะที่เป็นผิวเรียบ ส่วนถ้าต้องการปิดในส่วนที่เป็นลายแกะสลัก หรือปิดทองร่องกระจก จะสามารถเลือกใช้ทองชนิดที่ไม่ผ่านการคัดได้ และเมื่อเสร็จในขั้นตอนของการปิดทองจะใช้ปลายพู่กันกดทับอีกครั้ง หากช่างที่ชำนาญมากๆบางส่วนก็สามารถใช้มือกดได้เช่นกัน แต่การใช้แปรงหรือพู่กันนั้นจะช่วยให้ทองสามารถเข้าถึงซอกมุม ส่วนต่างๆของงานได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
วิธีการทำลายรดน้ำ

Credit : takemetour .com
หลังจากเขียนลวดลายเรียบร้อยจึงทำการปิดทองทับ และขั้นตอนสุดท้ายคือการคลี่ลวดลายด้วยการรดน้ำให้ชุ่ม ทองในบริเวณที่ไม่ได้วาดน้ำยาหรดาลไว้ก็จะค่อยๆหลุดออก สามารถใช้สำลีชุบน้ำเป็นตัวช่วยในการเช็ดได้ และจึงเกิดเป็นลายรดน้ำลงรักปิดทองนั่นเอง
ลวดลายที่ใช้ในการลงรักปิดทอง

Credit : thailandnow .in.th
ศิลปะลงรักปิดทองหากกล่าวถึงลวดลายที่นิยมใช้ในการสร้างสรรค์ มักจะพบตัวอย่างตามพระราชวัง อุโบสถ และจะเป็นลวดลายเกี่ยวกับเรื่องราวทางพระพุทธศาสนา และลวดลายธรรมชาติเป็นส่วนมาก นอกจากนั้นยังมีการลงรักปิดทองแบบลายฉลุ ที่พบได้ตามวัดในส่วนของเพดาน ขื่อ ฝาผนังในพระอุโบสถพระวิหาร หอพระธรรม เป็นต้น โดยจะมีลักษณะทั่วไปที่ใช้เป็นลวดลายหย่อม เช่นลายดาว ลายดอกไม้ร่วง ลายดาวรังแตน ลายดอกจอก และนอกจากนี้ยังมีการวาดเป็นลวดลายติดต่อกัน เช่น ลายก้านแย่งดอกใน ลายกรวยเชิง ลายเกลียว เป็นต้น
งานลงรักปิดทองในยุคสมัยปัจจุบัน

Credit : nationthailand .com
ในยุคสมัยใหม่ศิลปะลงรักปิดทองมีการนำมาประยุกต์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มากขึ้น และเปิดโอกาสให้ศิลปินมีอิสระทางการสร้างสรรค์ ไม่มีความจำเป็นที่ต้องอยู่แต่ในกรอบเสมอไป จึงทำให้เกิดเป็นไอเดียผลงานลงรักปิดทองที่ร่วมสมัยในรูปแบบใหม่ๆ เช่นการนำมาประยุกต์คู่กับความสวยความงามอย่างเครื่องประดับ หรือแม้กระทั่งของใช้อย่างเคสโทรศัพท์ เป็นต้น
ไอเดีย Innovative products ของไทย ที่มีการนำเอาความประณีตของศิลปะลงรักปิดทอง มาผสมผสานเข้ากับสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้คนเข้าถึงความงดงามเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น








































