Dinosaur Museum
พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์

“Dinosaur Museum” สถานที่ที่จะช่วยย้อนเวลาให้เราได้กลับไปในยุคที่เคยมีไดโนเสาร์อยู่บนโลกนี้ เพราะด้วยหลักฐานและซากฟอสซิลที่ถูกค้นพบนั้น เหมือนแทบจะสามารถพาไดโนเสาร์หลุดออกมาจากจินตนาการเลยก็ว่าได้

Fukui Prefectural Dinosaur Museum

Credit : japan-guide .com
Fukui Prefectural Dinosaur Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดฟุกุอิ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นศูนย์กลางการวิจัยไดโนเสาร์ในญี่ปุ่นและเป็นที่ตั้งของ แหล่งขุดค้นที่ใหญ่และอุดมสมบูรณ์ที่สุดของประเทศ และถูกจัดว่ามีชื่อเสียงโด่งดังอันดับ 1 ในจังหวัดฟุกุอิ โดยที่จังหวัดนี้ยังเป็นแหล่งที่มีการค้นพบ Fossil ไดโนเสาร์มากที่สุดในประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ด้วยความที่มีพื้นที่ติดทะเลจึงอาจทำให้การเก็บรักษาซากดึกดำบรรพ์ค่อนข้างที่จะสมบูรณ์ ซึ่งตามข้อมูลได้กล่าวว่าซากดึกดำบรรพ์ที่สมบูรณ์นั้นส่วนใหญ่มักจะอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำนั่นเอง
Credit : ana .co.jp
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีตัวอาคารที่โดดเด่นตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เป็นมิตรต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม Fukui Prefectural Dinosaur Museum เป็นอาคาร 4 ชั้น ที่ภายในใช้จัดแสดงซาก Fossil ที่ถูกค้นพบในจังหวัดฟุกุอิ
Credit : ana .co.jp
บรรยากาศภายในได้รับการออกแบบให้มีความโปร่ง โล่งสบาย โดยจะมีเพดานทรงกลม จะมีช่องเปิดวงกลมขนาดใหญ่สำหรับรับแสงธรรมชาติเข้ามาในตัวอาคาร ทำให้ภายในอาคารสว่างและไม่อึดอัด
พิพิธภัณฑ์ประกอบด้วยสามโซน ได้แก่ โลกไดโนเสาร์ โลกวิทยาศาสตร์ และประวัติศาสตร์แห่งชีวิต ในโซนของโลกไดโนเสาร์มีการจัดแสดงโครงกระดูกไดโนเสาร์ทั้งตัวมากกว่า 44 ตัว ตั้งตระหง่านอยู่ในห้องโถง และในจำนวนนี้ 10 โครงกระดูกเป็นฟอสซิลจริง รวมถึงมีสายพันธุ์ฟุกุอิแรพเตอร์ (Fukuiraptor) และฟุกุอิซอรัส (Fukuisaurus) ที่ถูกค้นพบในจังหวัดฟุกุอิและบริเวณใกล้เคียง นอกจากนี้ยังมีไดโนเสาร์ animatronic ขนาดเท่าของจริงจัดแสดงอยู่หลากหลายตัว และยังมีข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับวิวัฒนาการของไดโนเสาร์ตั้งแต่อดีตจนกลายเป็นนกในปัจจุบัน
Credit : japan-guide .com
นอกจากเรื่องของไดโนเสาร์แล้วยังมีนิทรรศการวิทยาศาสตร์โลก ที่ครอบคลุมถึงการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกและการก่อตัวของหิน แร่ธาตุ และอัญมณีล้ำค่ามากมาย ให้ได้เรียนรู้และศึกษา

Smithsonian Museum of Natural History

Credit : thehill .com
Smithsonian Museum of Natural History เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ใน Washington DC เปิดขึ้นในปี 1910 เพื่อกระตุ้นการค้นพบและการศึกษาเกี่ยวกับโลกธรรมชาติ และเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในนิวยอร์ก ที่นี่แบ่งเป็นหลายส่วน เช่น Human Origins, Ocean Hall และ Mammals
ภายนอกและภายในของอาคารมีการตกแต่งที่คลาสสิค เมื่อเดินเข้ามาภายในจะพบกับห้องโถงที่โอ่งโถง พร้อมการจัดแสดงซากดึกดำบรรพ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไว้อย่างน่าเกรงขาม
Credit : washingtonpost .com
ในโซนของซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์นั้น จะถูกจัดไว้อย่างเป็นสัดส่วน มีการทำฉากเป็นภาพประกอบเพื่อให้ผู้ชมได้อรรถรสและรู้สึกได้เข้าถึงของจริงมากยิ่งขึ้น ผู้เข้าชมจะได้พบกับ Fossil ไดโนเสาร์สายพันธุ์ไทแรนโนซอรัสเร็กซ์หรือที่รู้จักกันว่า T-rex ,ไดโพลโดคัส และไทรเซอราทอปส์ และจากการปรับปรุงครั้งล่าสุดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็ได้มีซาก Fossil ของทีเร็กซ์ที่มีความสูงถึง 15 ฟุต มาจัดแสดงเพิ่มด้วย อีกทั้งยังมีตัวอย่างของ Fossil สิ่งมีชีวิตอื่นๆ รวมแล้วมากกว่า 700 ตัวอย่าง

Field Museum Chicago

Credit : hotels .com
Field Museum Chicago พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่เป็นที่นิยมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะที่นี่มีตัวอย่างของซากดึกดำบรรพ์อยู่มากกว่า 40 ล้านตัวอย่าง โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดในปี 1921 และตั้งอยู่ในเมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา (Chicago, USA) ปัจจุบันมีนักวิทยาศาสตร์กว่า 150 คนที่เดินทางไปทั่วโลกเพื่อทำการวิจัยในสาขาสัตววิทยา มานุษยวิทยา ธรณีวิทยา พฤกษศาสตร์ และการอนุรักษ์ ตัวอาคารมีการออกแบบไว้อย่างคสาสสิคตามแบบฉบับของพิพิธภัณฑ์ตะวันตก ส่วนภายในถูกตัดตกแต่งให้เป็นโถงกว้างสุดอลังการ เพื่อใช้จัดแสดงซากดึกดำบรรพ์ล้ำค่า
Credit : hotels .com
ไฮไลท์จะอยู่ที่กลางห้องโถงที่ได้จัดแสดงซากดึกดำบรรพ์ของสัตว์เลี้ยวลูกด้วยนมขนาดใหญ่ หนึ่งในนั้นมีไดโนเสาร์ ทีเร็กซ์เป็นซากที่มีโครงกระดูกที่สมบูรณ์ถึง 90% และมีความยาวมากกว่า 40 ฟุต ซึ่งเป็นซากดึกดำบรรพ์ของทีเร็กซ์ที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบมา
Credit : openhousechicago .org
นอกจากนี้ยังมีซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์สายพันธุ์ปาตาโกไททัน มาโยรัมที่ถูกตั้งชื่อว่า Máximo the Titanosaur เพราะเป็นไดโนเสาร์ที่ตัวใหญ่ที่สุดที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบจนถึงปัจจุบัน โดยมีขนาดความยาวถึง 122 ฟุต สูง 28 ฟุต Máximo the Titanosaur เป็นไดโนเสาร์กินพืชคอยาว ที่อาศัยอยู่เมื่อกว่า 100 ล้านปีก่อน ณ ปัจจุบันสถานที่ค้นพบคือเมืองปาตาโกเนีย ประเทศอาร์เจนตินา (Patagonia, Argentina)

Royal Tyrrell Museum

Credit : Tyrrell
พิพิธภัณฑ์ Royal Tyrrell ที่มีชื่อเสียงระดับโลกตั้งอยู่ในประเทศแคนาดา เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งเดียวในแคนาดาที่อุทิศให้กับวิทยาศาสตร์ซากดึกดำบรรพ์โดยเฉพาะ ตัวอาคารมีการออกแบบในรูปแบบที่ทันสมัย ให้บรรยากาศของความก้าวทันเทคโนโลยี และนอกจากจะจัดแสดงไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกแล้ว พิพิธภัณฑ์ยังมีโปรแกรมสร้างสรรค์ ความสนุกสนาน และการศึกษาที่หลากหลายซึ่งเสมือนได้นำอดีตยุคก่อนประวัติศาสตร์ให้กลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง
Credit : Tyrrell
ห้องจัดแสดงซากไดโนเสาร์ของที่นี่มีสายพันธุ์ของไดโนเสาร์อยู่อย่างหลากหลาย ตั้งแต่ ไทรเซราทอปส์สัตว์กินพืชที่เป็นสายพันธุ์ที่จดจำได้ง่าย ไปจนถึงแคมาราซอรัสขนาดยักษ์ รวมไปถึงทีเร็กซ์ผู้ยิ่งใหญ่

พิพิธภัณฑ์สิรินธร กาฬสินธุ์

Credit : thai.tourismthailand .org
พิพิธภัณฑ์สิรินธรตั้งอยู่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแหล่งขุดซากดึกดำบรรพ์ไดโนเสาร์ที่พบได้มากที่สุดของประเทศไทย อาคารที่นี่มีการออกแบบให้เพดานเป็นกระจกลักษณะเป็นวงกลม และเมื่อมีแสงส่องพาดผ่านมากระทบกับซาก Fossil ของไดโนเสาร์ยิ่งทำให้ได้ความรู้สึกที่ดูน่าเกรงขาม และน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เดิมเป็นศูนย์วิจัยไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ในปี พ.ศ.2537 ในบริเวณที่เป็นหลุมขุดค้นปัจจุบันมีการพบซากดึกดำบรรพ์ ชิ้นแรกของไดโนเสาร์กินพืชที่ถูกตั้งชื่อว่า ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน
Credit : Amazing Thailand
และยังพบว่า ภูกุ้มข้าวแห่งนี้เป็นแหล่งที่พบซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์กินพืชที่มีความสมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย นอจากนี้ยังมีการยังขุดพบซาก Fossil ไดโนเสาร์ในขนาดต่างๆ ที่เป็นสายพันธุ์กินพืชมากกว่า 7 ตัว และมีจำนวนกระดูกมากกว่า 700 ชิ้น เรียกได้ว่าประเทศไทยเองก็เป็นแหล่งขุดซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งด้วยเช่นกัน
ถึงแม้ว่าเราจะเกิดไม่ทัน และไม่เคยได้พบเห็นไดโนสาร์ตัวเป็นๆ แต่การมีพิพิธภัณฑ์ก็ทำให้ดึงเอาไดโนเสาร์ในจินตนาการออกมาอยู่ตรงหน้าเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากจะได้เห็นซากดึกดำบรรพ์ของจริงแล้ว ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวไกลก็ได้เติมแต่งความสมจริงด้วยเสียงรวมไปถึงลมหายใจของไดโนเสาร์ จนแทบจะเหมือนมันได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
สามารถติดตามผลงานต่าง ๆ ของทาง Bareo ได้ที่ช่องทางเว็บไซต์ของ Bareo หรือทาง Facebook : Design by Bareo ที่จะคอยอัพเดทข่าวสาร งานดีไซน์ และผลงานการออกแบบตกแต่งภายในมากมาย ให้ท่านผู้อ่านได้รับความรู้ และความสนุกตลอดทั้งปี
หรือหากสนใจจะออกแบบตกแต่งภายในกับทาง Bareo ทางเราก็มีบริการออกแบบภายในครบวงจร โดยสามารถอ่านรายละเอียดการให้บริการของเราได้ที่นี่ คลิ๊ก
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
japan-guide .com
washingtonpost .com
tyrrellmuseum .com
thai.tourismthailand .org

CONTENT RELATED

NEW CONTENT

PORTFOLIO