Lighthouse Design

ประภาคาร (Lighthouse) สิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญต่อการเดินเรือ ใช้ในการบอกตำแหน่ง และเปรียบเสมือนเป็นเข็มทิศของนักเดินเรือ โดยในปัจจุบันประภาคารต่าง ๆ ถูกพัฒนาให้มีเทคโนโลยีที่มากขึ้น รูปทรงและดีไซน์ที่แปลกตา เพื่อใช้ได้ทั้งประโยชน์ในการเดินทางและให้ความสวยงามกับสถานที่ตั้งอีกด้วย

ความเป็นมาของ Lighthouse

ในอดีตการเดินทางทางเรือถือเป็นตัวเลือกของการเดินทางที่รวดเร็วและง่าต่อการเดินทางไกลมากที่สุด แต่ด้วยสภาพอากาศ และคลื่นลมทะเล จึงจำเป็นที่จะต้องมีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทาง เครื่องหมายต่าง ๆ รวมไปถึงไฟส่องสว่างที่เป็นตัวช่วยในการเดินเรือ โดยจะมีการนำไฟส่องสว่างมาติดตั้งบริเวณชายฝั่งทะเลและในแม่น้ำ
ประภาคารมีขึ้นครั้งแรกเมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีลักษณะเป็นหอคอยที่มีการสุมเชื้อเพลิงให้เกิดเปลวไฟคอยให้ความสว่างไสวในยามค่ำคืน เพื่อนำทางแก่นักเดินเรือที่สัญจรไปมาในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รวมถึงชายฝั่งทางตอนเหนือของแอฟริกา รอบๆลิเบีย และอียิปต์ ในช่วงฤดูหนาวจะมีคลื่นลมแรง ทำให้เป็นอุปสรรคที่ยากมากในการเดินเรือ ประภาคารจึงถือกำเนิดขึ้น โดยมีชื่อเรียกเป็นภาษาพื้นเมือง ความหมายว่า หอคอยไฟ (Fire – Tower)

Cr. Mckinsey

ประภาคาร จะถูกสร้างขึ้นในบริเวณที่มีความโดดเด่นมองเห็นได้จากระยะไกล ๆ เช่น ริมชายฝั่ง ปากแม่น้ำ ปากอ่าว ท่าเรือ หรือเกาะขนาดเล็กกลางทะเล เพื่อให้นักเดินเรือมองเห็นได้ทั้งในช่วงกลางวัน และกลางคืน

ประโยชน์ของประภาคาร

Cr. Irishtimes

ประภาคารใช้ในการแสดงที่หมายสำคัญในการเดินเรือ หรือใช้ในการแสดงจุดอันตรายในการเดินเรือ โดยสร้างเอาไว้ตามเขตที่มีความเสี่ยงต่อการเดินเรือ เช่น ที่ตื้น หินใต้น้ำ ร่องน้ำ เพื่อป้องกันอันตรายซึ่งเกิดจากการเดินเรือ

Lighthouse Design

โดยในปัจจุบันประภาคารมีการออกแบบและตกแต่งให้สวยงาม กลายเป็นสถาปัตยกรรมที่อยู่คู่กับท้องทะเล ที่มีทั้งประโยชน์และให้ความสวยงามในเวลาเดียวกันอีกด้วย

Andrea Cimini’s Lighthouse

Cr. Archdaily

Andrea Cimini’s Lighthouse เป็นผลงานการออกแบบของดีไซน์เนอร์ชาวสวิสเซอร์แลนด์ ผู้ท้าทายกฎเกณฑ์ของการออกแบบ โดยใส่ความสร้างสรรค์ลงไปในผลงานประภาคารแห่งนี้ให้แตกต่างจากประภาคารทั่วไป และยังมีฟังก์ชันการใช้งานที่มากขึ้น

Cr. Archdaily

หนึ่งในฟังก์ชันที่ทำให้ Andrea Cimini’s Lighthouse แตกต่างจากประภาคารอื่น ๆ นั่นก็คือ ประภาคารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยแบ่งออกเป็นหลาย ๆ ชั้นเพื่อเป็นฟังก์ชันของส่วนพักอาศัย ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักอาศัยได้อีกด้วย
แต่อยากไรก็ตาม Andrea Cimini’s Lighthouse ยังคงเป็นเพียงแนวคิดที่ยังไม่ได้สร้างจริง แต่คาดว่าแผนผังของประภาคารแห่งนี้จะได้นำไปใช้ในอนาคตอันใกล้เพื่อทดแทนประภาคารหลังเก่าที่ต้องซ่อมแซมใหม่อย่างแน่นอน

The Punta del Hidalgo lighthouse

Cr. Flickr

The Punta del Hidalgo lighthouse เป็นประภาคารที่มีการใช้งานทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของ เกาะเตเรนิเฟ (Tenerife Island) ในประเทศสเปน ซึ่งการก่อสร้างประภาคารแห่งนี้เสร็จสมบูรณ์ในปี 2535 และเปิดใช้งานในปี 2537 โดยถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนการส่องสว่างทางทะเล

Cr. Flickr

The Punta del Hidalgo lighthouse แห่งนี้ ถูกเลือกให้เป็น 1 ใน 6 ของสัญลักษณ์บนตราประทับของสเปน เป็นประภาคารที่ออกแบบไว้อย่างทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์ ประกอบด้วยเสาที่มีความสูงแตกต่างกันไล่เรียงไปตามลำดับ ลักษณะคล้ายกับลูกศรสีขาวที่พุ่งขึ้นฟ้านั่นเอง

Kiz Kulesi

Cr. Armadacini

Kiz Kulesi ในอดีตรู้จักกันในชื่อ Tower of Leandros ตั้งอยู่บนเกาะขนาดเล็กทางตอนใต้ของช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus) ในอิสตัลบลู ประเทศษตุรกี ถูกสร้างขึ้นในสมัยกรีกโบราณ เพื่อใช้เป็นประภาคารควบคุมการเข้าออกช่องแคบบอสฟอรัสของเรือที่มาจากเปอร์เซีย

Cr. Decodecolar1pic

ในปีค.ศ. 1999 มีเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.4 ทำให้ Kiz Kulesi เกิดความเสียหาย จึงมีการปรับปรุงโครงสร้างด้วยการเสริมเหล็กจนแข็งแรง และในปัจจุบันก็ได้กลายเป็นร้านอาหาร รวมถึงคาเฟ่ที่มีวิวเป็นมหาสมุทรในช่องแคบบอสฟอรัสนั่นเอง

Enoshima Lighthouse

Cr. Lightphotos

ประภาคารเอโนชิมะ (Enoshima Lighthouse) ตั้งอยู่ในสวน Samuel Cocking Garden บนเกาะ ใน Fujisawa, Kanagawa ประเทศญี่ปุ่น เป็นหอสังเกตการณ์และประภาคารในเอโนชิมะ เป็นหอคอยสูง 101.5 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

Cr. Wow-j

โดยปัจจุบันถูกจัดการให้เป็นหอคอยชมวิว เปิดรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาดูวิวที่ดาดฟ้าชั้นบนสุด สามารถมองเห็นทะเลที่โอบล้อมเอโนชิมะได้รอบ 360 องศา เรียกได้ว่าทัศนียภาพในช่วงเย็นไปจนถึงช่วงใกล้ค่ำ นอกจากนี้ประภาคารเอโนชิมะได้รับการกำหนดให้เป็นมรดกทางด้านทัศนียภาพในยามค่ำคืนของญี่ปุ่นในปี 2010 อีกด้วย

Madang Lighthouse

Cr. Flickr

Madang Lighthouse ตั้งอยู่ในในปาปัวนิวกินี ประภาคารที่ใช้งานได้แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 2501 และเสร็จสมบูรณ์ในปี 2502 สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์ที่อุทิศให้กับทหารออสเตรเลียและอังกฤษส่วนใหญ่ รวมไปถึงอาสาสมัครท้องถิ่นที่ทำหน้าที่เป็นสายลับให้กับพันธมิตรในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้เฝ้าระวังชายฝั่งมีความเสี่ยงอย่างมากในการเฝ้าระวังกองกำลังญี่ปุ่นและรายงานให้พันธมิตรทราบถึงการโจมตีของผู้บุกรุก และมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รอดชีวิต

Cr. Flickr

ประภาคารรูปลักษณ์ที่ทันสมัยต่างจากประภาคารทั่วไปนี้ ในปัจจุบันเป็นที่สนใจของผู้คนทั่วไป ด้วยการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์จึงทำให้กลายเป็นสถานที่สำคัญทางการท่องเที่ยว และทางประวัติศาสตร์ไปโดยปริยาย
สิ่งก่อสร้างที่ถึงแม้จะเคยมีประโยชน์มากแค่ไหน เมื่อเวลาผ่านไปอาจทำให้หลายคนมองข้ามความสำคัญไปได้ แต่ด้วยงานออกแบบและงานดีไซน์ แสดงให้เห็นว่าความสวยงามยังเป็นตัวช่วยดึงความสนใจของผู้คนให้กลับมามองและเห็นคุณค่าของประภาคารได้อีกครั้ง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
https://www.archdaily.com
https://kapitaennem0.wordpress.com
https://www.justdial.com
https://www.japanhoppers.com
https://www.tieweng.com

CONTENT RELATED

NEW CONTENT

PORTFOLIO