Nouveau’s Costume

แฟชั่นแห่งยุคนวศิลป์

ถ้าพูดถึงยุคของแฟชั่นที่หรูหรา อลังการมากที่สุด หนึ่งในนั้นต้องยกให้ยุคอาร์ตนูโว ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นยุคที่ปฎิวัติการแต่งกายของสตรีในยุคนั้นเลยก็ว่าได้

Cr. gallica.bnf.fr

Art Nouveau (อาร์ตนูโว) เกิดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศอังกฤษ ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วง ค.ศ. 1890 ถึง 1905 โดยมีลักษณะเด่นคือ เน้นการใช้รูปแบบธรรมชาติ โดยเฉพาะดอกไม้นานาพรรณและพืชชนิดอื่นๆ มาสร้างเป็นลวดลายที่งดงาม เส้นโค้งที่อ่อนช้อย ซึ่งเป็นรูปแบบของการลดทอนจากธรรมชาติ เช่น แมลง เปลือกหอย ใบไม้ เถาวัลย์ เป็นต้น ทำให้สไตล์อารต์นูโวดูมีมิติและเป็นศิลปะที่นำกลับมาใช้ได้เสมอๆ

Cr. Pinterest

ถึงแม้ว่าศิลปะแบบอาร์ตนูโวจะเกิดขึ้นที่อังกฤษ แต่กลับโด่งดังและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศฝรั่งเศส เนื่องจากมีการเปิดตัวในงาน La Maison de art Nouveau ณ กรุงปารีส โดยมี Sarah Bernhardt นักแสดงชื่อดังชาวฝรั่งเศส เป็นนางแบบใส่เครื่องประดับสไตล์อาร์ตนูโว ซึ่งหลังจากงานนี้ทำให้เธอยิ่งโด่งดังไปพร้อมกับการเป็นไอคอนประจำแฟชั่นสไตล์อาร์ตนูโวเลยก็ว่าได้ และมีศิลปินชื่อดังในยุคนี้เสนอตัวออกแบบตัดชุดให้เธอได้สวมใส่มากหน้าหลายตา อีกทั้งบางคนยังลงมือจรดปลายดินสอลงบนผืนผ้าใบเพื่อบรรจงวาดภาพ Sarah Bernhardt ในสไตล์อาร์ตนูโวอีกด้วย

Cr. silhouettescostumes.com

แฟชั่นอาร์ตนูโวถือเป็นยุคที่สตรีเริ่มมีบทบาทมากขึ้น เริ่มรู้จักทำงานหาเงินเลี้ยงดูตัวเองได้ และมีการเข้ากลุ่มสำหรับทำกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ สไตล์การแต่งตัวจึงแปลกและแตกต่างเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเป็นอย่างมาก เริ่มกล้าจะเปิดเผยเนื้อหนังหรือร่างกายบ้าง เน้นสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดสัดส่วนและทันสมัยมากขึ้น ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่ผิดเพี้ยนไปจากวัฒธรรมเดิมๆ นั้น ส่งผลให้เกิดการต่อต้านจากกลุ่มแฟชั่นอนุรักษ์นิยม stylization หรือกลุ่มคนที่ไม่พึงพอใจที่สตรียุคนี้เริ่มมีอิสระในการแต่งกายมากขึ้นจนอาจเกินขอบเขตที่เคยมีมา ในขณะที่ผู้คนจำนวนมากก็เห็นว่าแฟชั่นอาร์ตนูโวไม่ได้เป็นอันตรายและไม่ทำลายศีลธรรมของเหล่าผู้หญิงใดๆ เลย

Cr. gogmsite.net

ซึ่งต้องบอกว่าแฟชั่นในยุคของอาร์ตนูโวนั้นหรูหราและอลังการ โดยลักษณะของชุดส่วนใหญ่จะเป็นเดรสที่ใส่สวมสบาย ผ่านการออกแบบตัวชุดที่ทำให้ไหล่ตั้งตรงสง่าผ่าเผย ไม่ลู่ลงเหมือนแฟชั่นยุคก่อนๆ ใส่แล้วดูผู้ดีมียศสูงศักดิ์ และได้มีการตัดชุดสูทแบบกระโปรง ยังใส่คอร์เซ็ต ซึ่งมีการเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับสรีระมากขึ้นอีกด้วย

Cr. silhouettescostumes.com

โดยองค์ประกอบของชุดในยุค Art Nouveau จุดเด่นอยู่ที่ Corset (คอร์เซต) ซึ่งนักออกแบบตั้งใจให้เป็นไอเทมที่ช่วยให้ดูหรูหราขึ้น และทำให้ผู้หญิงมีรูปร่างผอม โดยวิธีการใส่จะต้องสวมจากคอลงไปจนกระทั่งถึงเอวต่ำลงไปถึงกระโปรงที่แคบมาก

Undergarments

การแต่งกายของสตรีในยุคนั้นค่อนข้างมีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก ภายใต้กระโปรที่ฟูฟองสวยงาม เบื้องหลังเต็มไปด้วย Undergarments หรือกระโปรงซับด้านใน ซึ่งเป็นกระโปรงยาว เนื้อผ้าบางเบา ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้สวมใส่ไม่รู้สึกระคายเคืองหรืออึดอัด ความพิเศษของ Undergarments ในยุคแฟชั่นอาร์ตนูโนนี้ก็คือ ส่วนของปลายกระโปรงที่มีการปักลวดลายโค้งมนและเส้นขอบปักที่มีรอยเย็บอย่างปราณีตสร้างสไตล์ที่แตกต่างดุจการเคลื่อนไหวของธรรมชาติ

Cr. silhouettescostumes.com

Bodice

เนื่องจากการแต่งตัวในยุคอาร์ตนูโวจะเน้นการสวมใส่เสื้อผ้าที่ดูหรูหรา ตระการตา เพื่อสร้างบุคลิกผู้หญิงให้ดูสูงโปร่งและสง่างาม จึงทำให้เกิดไอเทมที่เรียกกันว่า Bodice ซึ่งเป็นเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงที่ครอบคลุมร่างกายจากคอไปจนถึงถึงเอว โดยไอเทม Bodice เป็นส่วนบนของชุดที่ออกแบบได้อย่างทันสมัย สร้างขึ้นมาก็เพื่อแยกความแตกต่างจากกระโปรงและแขนเสื้อ ลักษณะเป็นผ้าสองชิ้นที่ผูกติดกันบ่อยครั้งจะผ่านกรรมวิธีการทำโดยการปัก สร้างความประณีตและงดงาม

Cr. silhouettescostumes.com

Skirt

ในส่วนกระโปรงจะเน้นการสวมใส่กระโปรงยาว ที่มีลักษณะบานฟูฟอง โดยเน้นลวดลายที่เรียบง่าย หรือบางครั้งจะเน้นไปที่งานปักลวดลายที่ปลายกระโปรง เพื่อเพิ่มความหรูหรา ผ่านการเลือกใช้เนื้อผ้าที่ทรงตัวสวย ใส่สบาย
ซึ่งส่วนประกอบของชุดเมื่อมาอยู่รวมกันจะดูสวยงามและลงตัว แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะแฟชั่นยุคอาร์ตนูโว นอกจากความโดดเด่นของชุดแล้ว ในส่วนของเครื่องประดับก็จัดเต็มความหรูหราไม่แพ้กันเลยทีเดียว

Cr. silhouettescostumes.com

เล่าย้อนกลับไปในยุคอาร์ตนูโว ถึงแม้จะเป็นยุครุ่งเรืองและเฟื่องฟูของการแต่งกายสตรี แต่ในยุคนั้นก็ยังถือขนบธรรมเนียมประเพณีบางอย่างอยู่ โดยส่วนใหญ่มีความคิดเห็นว่าผู้หญิงที่ปล่อยผมจะหมายถึงผู้หญิงที่ยังบริสุทธิ์หรือผู้หญิงที่ทำงานบริการ ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากเลือกที่จะเกล้าผมขึ้นให้เรียบร้อย ทั้งนี้ทั้งนั้นการเกล้าผมขึ้นอาจจะดูเรียบง่ายไปในยุคที่การแต่งองค์ทรงเครื่องรุ่งเรือง ดังนั้นเหล่าผู้หญิงที่มีฐานะจึงได้มีการหาสิ่งของอื่นๆ มาตกแต่งผมเพิ่มเติม ได้แก่ ผ้าคาดผม หมวกและเครื่องประดับผม เป็นต้น
โดยผ้าคาดผมจะต้องมีลูกเล่นเล็กๆ ตกแต่งด้วยลวดลายและเครื่องประดับต่างๆ ให้สวยงาม ในขณะที่หมวกเหล่าสตรีในยุคอาร์ตนูโวจะพกติดตัวเวลาออกนอกบ้านหรือไปทำธุระข้างนอก สำหรับใช้กันแดดและฝน ซึ่งหมวกก็จะมีตั้งแต่สีเรียบๆ ไปจนถึงแบบอลังการ เช่น หมวกที่ประดับตกแต่งด้วยดอกไม้ โบว์และขนนก ทั้งนี้ถ้าหมวกของใครประดับได้หรูหราและอลังการมากเท่าใด นั่นบ่งบอกให้เห็นว่าสตรีผู้นั้นมีฐานะร่ำรวยมากขนาดไหนนั่นเองค่ะ

Cr. what-i-found.blogspot.com

ส่วนเครื่องประดับผมอื่นๆ สำหรับการใช้ตกแต่งผมแบบเรียบง่าย ก็จะมีตั้งแต่เชือกคาดผมที่ประดับตกแต่งสวยงาม ไปจนถึงการทำผมและตกแต่งด้วยเครื่องประดับแบบอลังการ เช่น เสียบดอกไม้ ผูกโบว์ขอบลูกไม้อันใหญ่ๆ ไปจนถึงการเกล้าผมสูงและสวมมงกุฏเอาไว้ด้านบนกันเลยทีเดียว
และอีกหนึ่งไอเทมที่ขาดไม่ได้ในยุคที่มีการเปิดเผยเนื้อหนังมากขึ้น ก็คือ ผ้าคลุม นั่นเอง ซึ่งผ้าคลุมจะเป็นไอเทมที่ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย เพราะบางช่วงเวลาการแต่งตัวที่เปิดเผยมากขึ้นย้อนแย้งกับอากาศที่หนาวจัดในแถบทวีปยุโรป จึงจำเป็นต้องมีผ้าคลุมไว้กันหนาว จนทำให้เกิดกระแสเป็นแฟชั่นที่ตกแต่งผ้าคลุมให้สวยงามเข้ากับชุดที่สวมใส่ตามมา ไม่อย่างนั้นแทนที่จะสวมผ้าคลุม ผู้หญิงในยุคนั้นก็จะสวมชุดที่มีความหนาหลายชั้นไปเลยแทน เพราะสามารถประดับลวดลาย ลูกไม้ กระดุมและสิ่งประดับต่างๆ เข้าไปได้ง่ายกว่านั่นเอง
เห็นแล้วใช่ไหมคะว่า “ความเยอะ” แต่ “ลงตัว” แบบแฟชั่นอาร์ตนูโวเป็นอย่างไร เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งยุคที่สวยงาม ตราตรึงใจจริงๆ จึงไม่แปลกใจเลยค่ะที่ดีไซเนอร์เสื้อผ้าแบรนด์ดังๆ จะหยิบยกเอาแรงบันดาลใจของเสื้อผ้ายุคอาร์ตนูโว มาออกแบบเป็นคอลเลคชั่นใหม่ๆ กันบ่อยครั้ง ถือเป็นหนึ่งแฟชั่นที่ไม่มีวันตายที่แท้จริงเห็นด้วยไหมคะ??
ขอบคุณข้อมูลจาก
silhouettescostumes.com
www.fashionologiahistoriana.com
en.wikipedia.org/wiki/Art_Nouveau

CONTENT RELATED

NEW CONTENT

PORTFOLIO