
” วัด ” น่าไป 6 ภาคทั่วไทย
“ วัด ” ถือเป็นศูนย์รวมทางจิตใจของเหล่าพุทธศาสนิกชน ในศาสนาพุธ โดยวัดในประเทศไทยมีจำนวนหลายพันแห่งทั่วทุกภูมิภาค ซึ่งแต่ละวัดต่างก็มีความโดดเด่น และมีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของตนเอง ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่สามารถดึงดูดให้พุทธศาสนิกชนเดินทางเข้าวัดทำบุญกันมากขึ้นอีกด้วย
วันนี้บาริโอจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับวัดไทยจากทั้งหมด 6 ภูมิภาค มีวัดไหนที่น่าไปและน่าสนใจบ้าง ไปติดตามกัน….
วัดพระธาตุดอยกองมู แม่ฮ่องสอน

Credit : th.wikipedia
เริ่มแรกขึ้นเหนือไปที่ วัดพระธาตุดอยกองมู จังหวัดแม่ฮ่องสอน กันก่อน วัดแห่งนี้มีอายุยาวนานมากกว่า 150 ปี โดยตั้งอยู่บนเนินเขาทางทิศตะวันออกของแม่ฮ่องสอน เป็นวัดที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ของเมืองแม่ฮ่องสอนได้แบบ 360 องศา สวยงาม และกว้างใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง
นอกจากเป็นจุดชมวิวเมืองแม่ฮ่องสอนแล้ว วัดพระธาตุดอยกองมู ยังมีเจดีย์ใหญ่ถึง 2 องค์ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นหลักของวัดเลยก็ว่าได้ ประกอบด้วยเจดีย์ใหญ่และเจดีย์เล็ก
เจดีย์ใหญ่ มีลักษณะเป็นแบบทรงเครื่องมอญ ตกแต่งด้วยลายปูนปั้น รอบฐานเป็นซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูป ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2403 ใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระมหาโมคคัลลานะเถระซึ่งเป็นสาวกของพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง สร้างขึ้นโดยจองต่องสู่ พ่อค้าชาวไทใหญ่
เจดีย์เล็ก สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเนื่องในการขึ้นครองเมืองในปี 2417 โดย พญาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองหรือเปรียบดั่งผู้ว่าราชการคนแรกของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตัวเจดีย์ออกแบบเป็นรูปทรงแบบเครื่องมอญเช่นเดียวกันกับเจดีย์องค์ใหญ่ ฐานเป็นแบบสี่เหลี่ยมจตุรัสซ้อนกัน 3 ชั้น ประดับรูปปั้นสิงห์ตรงมุมฐานทั้ง 4 มุม
สำหรับใครที่อยากไปวัดทำบุญ ขอพรที่วัดพระธาตุดอยกองมู สามารถเดินทางมาได้ทุกวัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้า
วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว อุบลราชธานี

Credit : th.m.wikipedia
หากใครมาเยือนดินแดนดอกคูณ แถวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่าลืมแวะมาที่อีกหนึ่งวัดที่ถือเป็นความ Unseen Thailand คือวัดสิรินธรวรารามภูพร้าว จังหวัดอุบลราชธานีด้วย
วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือที่ใครๆ เรียกว่า วัดเรืองแสง เป็นวัดที่ออกแบบโดยมีต้นแบบมาจาก วัดเชียงทองของ จากประเทศลาว และได้จำลองสภาพแวดล้อมมาจากป่าหิมพานต์หรือเขาไกรลาศ จุดเด่นของวัดแห่งนี้อยู่ที่ด้านหลังของโบสถ์ที่ออกแบบเป็นสถาปัตยกรรมแบบนูนต่ำรูปต้นกัลปพฤกษ์ขนาดใหญ่ ทำมาจากกระเบื้องเคลือบสารฟลูออเรสเซนต์ ซึ่งมีคุณสมบัติทำให้เรืองแสงสีเขียวเด่นในเวลากลางคืน สร้างความสวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจ ดึงดูดให้เข้าวัดได้มากขึ้น โดยวัดสิรินธรวรารามภูพร้าวมีสถานที่รองรับผู้ฝึกปฎิบัติธรรมด้วย
ผลงานการสร้างต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสงเป็นฝีมือของ คุณากร ปริญญ์ ปุณโณ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากTree of Life ในหนังเรื่อง Avatar ทำให้เขามุ่งมั่นและตั้งใจติดตั้งโมเสกแต่ละชิ้นด้วยตนเอง และรอบๆ ต้นไม้มีการใช้สารเรืองแสง “ฟอสเฟอร์” เพื่อให้สามารถรับแสงแดดในตอนกลางวันและเรืองแสงได้ในเวลากลางคืน
ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการมาชมต้นกัลปพฤกษ์เรืองแสง อยู่ที่ประมาณ 18.00 – 19.30 น หากมองด้วยตาเปล่าอาจจะเห็นไม่ชัดมากนัก แต่ถ้าถ่ายรูปออกมาจะได้ภาพต้นกัลปพฤกษ์สีเขียวที่เด่นชัด
วัดท่าซุง อุทัยธานี

Credit : thai.tourismthailand .org
มาต่อกันที่วัดท่าซุงหรือวัดจันทาราม ซึ่งอยู่ในจังหวัดอุทัยธานี บนพื้นที่ของภาคกลางตอนบน ซึ่งหากมองจากภายนอกวัดท่าซุงอาจเหมือนไม่มีอะไรมาก แต่ว่าภายในโบสถ์นั่นถูกตกแต่งได้โดดเด่นและแตกต่างจากวัดทั่วไปๆ
วิหารแก้ว ถือเป็นไฮไลท์หนึ่งของวัดท่าซุง สร้างขึ้นโดยหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ ใช้เป็นที่บรรจุร่างสังขารที่ไม่เน่าเปื่อยในโลงแก้วของหลวงพ่อ และเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปจำลองพระพุทธชินราช ภายในวิหารแก้วถูกตกแต่งด้วยเสากระจกที่สวยงาม ผนังกระจก และโคมระย้าอันวิจิตร ส่องแสงระยิบระยับ เพื่อเน้นให้พระพุทธรูปสีทองขนาดใหญ่ส่องประกาย กระเบื้องปูพื้นขัดมันอย่างสูงระยิบระยับด้วยแสงสะท้อน ในขณะที่หน้าต่างและประตูประดับประดาด้วยเทวทูต
และอีกหนึ่งจุดเด่นของวัดคืออาคารปราสาททองคำสีเหลืองอร่าม ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครองราชย์ครบ 50 ปี ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งตัวอาคารถูกก่อสร้างด้วยอิฐฉาบปูนประดับลายไทยดูสวยงามตระการตา สำหรับใช้เป็นที่ประดิษฐานสิ่งสำคัญต่างๆ
วัดท่าซุงเปิดให้เวลาเข้าชมเป็นเวลา โดยเปิดเป็น 2 รอบ คือ รอบ 9:00 – 11:45 น. และ 14:00 – 16:00 น.
วัดปากน้ำโจ้โล้ ฉะเชิงเทรา

Credit : mgronline
อุโบสถ์ทองคำแห่งเดียวในไทย อยู่ที่วัดปากน้ำโจ้โล้ ต.ปากน้ำ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ที่มีอายุยืนยาวมากกว่า 200 ปี ตั้งอยู่บนเลียบแม่น้ำบางปะกง ในอดีตพื้นที่ของวัดเคยเป็นที่ตั้งของทัพพม่า และถูกล้อมโจมตีจากกองทัพของพระเจ้าตาก และพระเจ้าตากได้รับชัยชนะ จึงรับสั่งให้เจดีย์ไว้เป็นอนุสรณ์ ณ ที่แห่งนี้
จุดเด่นของวัดปากน้ำโจ้โล้ คือตัวพระอุโบสถ์สีเหลืองทองอร่ามตา ทั้งภายนอกและภายในตัวอาคาร เป็นการออกแบบเพื่อจำลองเปรียบเสมือนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ใครเห็นเป็นต้องมีความสุข จิตใจสงบ โดยบริเวณหลังคาถูกประดับด้วยพญานาคและธรรมจักร ส่วนกลางตกแต่งด้วยบุษบกยอดฉัตร ในขณะที่กำแพงชั้นนอกถูกตกแต่งด้วยลายธรรมจักรและโคมไฟรูปทรงช้าง 3 เศียร นอกจากนี้ตัวโบสถ์ได้มีการออกแบบให้สามารถเดินลอดใต้ฐานพระประธานเพื่อเสริมสิริมงคลได้ด้วย
วัดพระธาตุจุฬามณีศรีสยาม ตาก
Credit : th.worldorgs
วัดพระธาตุจุฬามณีศรีสยาม อยู่ในอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เป็นอีกหนึ่งวัดที่บรรยากาศดี วิวทิวทัศน์สวยงาม เพราะตั้งอยู่ท่ามกลางป่าเขา โดดเด่นตั้งแต่ริมถนนทางเข้าวัดที่มีรูปปั้นพระสงฆ์ยืนถือบาตร เรียงกันไปจนถึงตัววัด (ไม่พบข้อมูลผู้ก่อตั้งและผู้ออกแบบ) และภายในวัดจะมีแลนด์มาร์คสำคัญ คือองค์พระธาตุจุฬามณีศรีสยาม สีเหลืองทองอร่ามตั้งตระหง่าน ตระการตา ซึ่งตัวพระธาตุถูกออกแบบเป็นชั้นๆ รอบพระธาตุ คล้ายกับขั้นบันได โดยในแต่ละชั้นได้มีการวางพระพุทธรูปนั่งสมาธิองค์เล็กล้อมรอบพระธาตุ โดยมีฉากหลังเป็นวิวต้นไม้ทั้งน้อยใหญ่และภูเขาเขียวขจี ใกล้กันมีลำน้ำเมยเป็นเส้นกั้นพรมแดนไทยและพม่า บรรยากาศช่วงเช้าๆ ที่อากาศเย็นๆ หรือในช่วงฤดูหนาวจะมีหมอกลอยปกคลุม มีเมฆลอยต่ำ นับเป็นภาพที่สวยงามมาก ถือว่าการไปวัดวัดพระธาตุจุฬามณีศรีสยามนอกจากจะได้บุญแถมยังได้ภาพสวยๆ กลับไปอีกด้วย
วัดไชยธาราราม (วัดฉลอง) ภูเก็ต










































