
Dry Ice Cuisine
อาหารท่ามกลางสายหมอก
หมอกขาวๆ ที่ถูกปล่อยออกมาจากน้ำแข็งแห้ง เมื่อถูกจับมาเข้าคู่กับศิลปะการตกแต่งจานอาหาร ก็ได้กลายเป็นตัวช่วยสร้าง Mood และยกระดับให้กับจานอาหารนั้นๆดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น หรือจะเรียกว่าเป็นการสร้างเสน่ห์ให้กับจานอาหารด้วย Dry ice ก็ไม่ผิด
Art of Cuisine

Credit : concreteplayground .com
นอกจากรสชาติของอาหารที่เป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆแล้ว หน้าตาความสวยงามของอาหารก็มีความสำคัญด้วยเช่นกัน เหมือนกับประโยคที่กล่าวไว้ว่า “The eyes also eat.” จึงทำให้การทำอาหารไม่เพียงแต่จะต้องอร่อยเท่านั้น แต่ต้องตกแต่งอาหารให้สวยงามซึ่งสิ่งนี้เองทำให้ต้องมีศาสตร์แห่งศิลป์เข้ามาแต่งเติมให้อาหารน่ารับประทานยิ่งขึ้นไปอีก

Credit : greatbritishchefs .com
ศิลปะการตกแต่งอาหารที่กล่าวถึง ไม่ใช่แค่เพียงการทำอาหารให้ดูน่ารับประทาน แต่ยังมีความละเมียดละไมมากไปกว่านั้น นั่นคือ “ ความวิจิตรบรรจง ” ในการตกแต่งเข้ามาผสมผสานกับการทำอาหาร โดยส่วนมากแล้วเรามักจะเห็นการตกแต่งจานที่มีการใช้ทักษะขั้นสูงกับอาหารในลักษณะ Fine dining โดยมีแนวทางพื้นฐานในการจัดจานที่จะช่วยเป็นไกด์ในการเริ่มตกแต่งจานอาหาร เช่น การจัดจานแบบดึงดูดสายตาทั้งหมดไปที่ตรงกลาง, การจัดเรียงอาหารเป็นแนวตรง, การเรียงอาหารเป็นรูปวงกลม เป็นต้น

Sup Kambing Betawi ที่ถูกเสิร์ฟมาแบบเทคนิค Deconstruction
Credit : manual .co.id
นอกจากการจัดเรียงแล้วสิ่งที่เป็นที่นิยมในการออกแบบตกแต่งจานอาหารก็คือการใช้เทคนิคพิเศษเข้ามาร่วมด้วยเช่น เทคนิค Deconstruction (การเสิร์ฟแบบแยกส่วนประกอบ) หรือ เทคนิคการใช้ Dry ice ที่เข้ามาช่วยสร้างความตื่นตาตื่นใจขณะทำการเสิร์ฟ

เทคนิคการใช้ Dry ice ในการเสิร์ฟ
Credit : craftandcocktails .co
การใช้น้ำแข็งแห้งเพื่อความงามของอาหารเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในวงการอาหาร เพราะนอกจากจะช่วยสร้างความสวยงามแล้วยังมีอุณหภูมิที่เย็นจัดจนสามารถช่วยรักษาสภาพของอาหารได้เป็นอย่างดี
Dry ice
Dry ice หรือน้ำแข็งแห้งเป็นชื่อสามัญของคาร์บอนไดออกไซด์ในสถานะของแข็ง มีลักษณะคล้ายกับน้ำแข็งธรรมดา แต่มีอุณหภูมิที่ต่ำกว่ามาก โดยมีอุณหภูมิความเย็นถึง – 79 องศาเซลเซียส และเป็นที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสหกรรมอาหาร ข้อดีของน้ำแข็งแห้ง คือ ไม่ส่งผลต่อรสชาติของอาหารแต่ช่วยให้อาหารยังคงความสดและรักษารสชาติไว้ได้เต็มที่ ซึ่งน้ำแข็งแห้งนั้นหากไม่ได้สัมผัสโดยตรงก็จะไม่มีอันตรายอะไร เพราะน้ำแข็งแห้ง คือ คาร์บอนไดออกไซด์ เราจึงมักจะเห็นกันอยู่บ่อยๆ ในการนำน้ำแข็งแห้งไปใช้ตกแต่งร่วมกับอาหารโดยการทำให้เกิดควัน ซึ่งไม่ได้มีอันตราย (หากไม่ได้เผลอรับประทานน้ำแข็งเข้าไป)

Credit : polarice .co.uk
ถ้าได้กินควันของน้ำแข็งแห้งเข้าไปก็จะเหมือนกับกินโซดา หรือน้ำอัดลม แต่ต้องไม่เป็นการสัมผัสโดยตรงกับผิวหนัง เพราะด้วยอุณหภูมิที่เย็นจัดจะทำให้ผิวหนังไหม้พองได้ หากต้องการใช้งานกับอาหารจะต้องมีการห่อไว้หรือมีอะไรกั้นเพื่อไม่ให้เผลอกลืนลงคอ
ประโยชน์ที่มากไปกว่าความสวยงามคือน้ำแข็งแห้งจะไม่ละลายเหมือนน้ำแข็งธรรมดา แต่จะสลายได้ด้วยการระเหิด ซึ่งการระเหิดของน้ำแข็งแห้งนั้นจะทำให้เกิดฟองดันขึ้นรวมถึงทำให้มีควันที่ลักษณะคล้ายหมอก (เกิดจากคาร์บอนไดออกไซด์ผสมกับไอน้ำจนกลั่นตัวเป็นหมอก) และยังมีการหมุนวนเกิดขึ้นจึงทำให้นิยมนำมาใช้ใส่ในเครื่องดื่ม เพราะมันจะช่วยผสมเครื่องดื่มให้เข้ากันได้เองไม่ต่างจากการคน และด้วยความน่าทึ่งหลายๆ ประการของน้ำแข็งแห้งจึงมักจะได้เห็นเมนูดังที่เหล่าเชฟเลือกใช้น้ำแข็งแห้งมาประกอบการตกแต่งจานของเขา
LA BRUMA by Quique Dacosta

Credit : denia .com
LA BRUMA เป็นหนึ่งในเมนูอาหารของ EL POBLET ร้านอาหารในสเปน ซึ่งเป็นร้านอาหารที่ได้รับดาวจากมิชลินสองดวง ที่นี่โดดเด่นทั้งในด้านของรสชาติและทางด้านของการตกแต่งจานอาหารที่มีสุนทรียศาสตร์ ทางร้านนำเสนอเมนูที่รังสรรค์โดยเชฟชื่อดังอย่าง Quique Dacosta ซึ่ง LA BRUMA เสมือนเป็นตัวแทนของความรู้สึกเมื่อตื่นขึ้นในตอนเช้าพร้อมกับหมอก ที่เกิดจากการเทน้ำร้อนลงไปจะทำให้เกิดเอฟเฟกต์ควันสีขาวฟุ้งกระจาย ซึ่งเกิดมาจากการใช้ Dry ice มาเป็นส่วนประกอบในการออกแบบตกแต่งจาน ภายใน LA BRUMA ประกอบไปด้วยขาหมู ถั่วลันเตา และถั่วเขียว พื้นผิวมีการเลียนแบบกลิ่นอายของดินชื้นในตอนเช้า เรียกได้ว่าเป็นการสร้างอรรถรสให้น่ารับประทานอย่างมากเลยทีเดียว

Credit : orden45 .com
WARM PICKLED OYSTER by Martín Berasategui

Credit : chefspencil .com
Warm Pickled Oyster เป็นเมนูที่ถูกออกแบบทั้งรสชาติและหน้าตาโดยเชฟ Martín Berasategui ชาวสเปน ผู้ถือครองดาวมิชลิน มากถึง 8 ดวง เพราะเขามีร้านอาหารระดับดาวมิชลินเป็นของตัวเองอยู่หลายแห่ง อีกทั้งยังเป็นเจ้าของสูตรหอยนางรมดองอุ่น ๆ กับแตงกวาเย็น เสิร์ฟพร้อมโฟมแอปเปิ้ล โดยลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของมื้ออาหารนี้ คือควันที่ฟุ้งกระจายล้อมรอบไปด้วยกลิ่นของวัตถุดิบในจานได้อย่างครบถ้วน ซึ่งสิ่งนี้ยังเป็นการแสดงออกถึงความชำนาญในการจัดทิศทางควันของเชฟ โดยควันมาจากการใช้น้ำแข็งแห้งนั่นเอง อาหารจานนี้ทำให้เห็นว่าศิลปะการประกอบอาหารที่มีทั้งความงดงาม และการเลือกใช้เทคนิคที่เหมาะสม เป็นตัวช่วยสำคัญที่ส่งเสริมอาหารให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น
Meritage’s Peruvian scallops by Keith Bombaugh

Credit : boston .com
Meritage’s Peruvian scallops เมนูนี้ถูกสร้างสรรค์โดยเชฟดัง Keith Bombaugh แห่งร้านอาหาร Meritage ในชิคาโก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องอาหารสมัยใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดย Meritage’s Peruvian scallops จานนี้เรียกได้ว่าเป็นเมนูที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ที่เปิดประสบการณ์ใหม่สำหรับผู้ที่ได้ลิ้มลอง เพราะ ควันที่พวยพุ่งขึ้นมาตีจมูกนำพาเอากลิ่นหอมของหอยเชลล์ขึ้นมาด้วยอย่างเต็มปอด ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้น้ำแข็งแห้งเข้ามาช่วยให้คล้ายกับมีเวทมนต์เลยทีเดียว ซึ่งควันที่เกิดขึ้นนั้นถึงแม้จะเป็นคาร์บอนไดออกไซด์แต่เกิดขึ้นในที่โล่งแจ้ง และเป็นเวลาไม่นานจึงทำให้ไม่มีอันตราย เมื่อจมูกได้รับกลิ่น ลิ้นก็ตามมาด้วยรสสัมผัสของหอยเชลล์ที่ถูกคิดค้นรสชาติให้มีความสดชื่นเมื่อรับประทานเข้าไป
Candy Cap Magic cocktail by The Botanist

Credit : liquor .com
Candy Cap Magic cocktail เป็นหนึ่งในเมนูเครื่องดื่มภายในร้านอาหารและบาร์ The Botanist ซึ่งอยู่ภายในโรงแรม Fairmont Pacific Rim ในนิวยอร์ก บาร์แห่งนี้มีทั้งค็อกเทลบาร์ เลานจ์แชมเปญ เมนูทั้งหมดได้รับแรงบันดาลใจจากหลักการทางพฤกษศาสตร์ มีการใช้วัตถุดิบมาจากพืชพรรณหลายชนิด ซึ่งจะต้องมีการศึกษาทดลองเกี่ยวกับพืชมาเป็นอย่างดีก่อนจะนำมาใช้ทำค็อกเทล โดยจะเลือกใช้พืชพรรณในท้องถิ่นมาเป็นส่วนผสมหลัก และจำเป็นต้องเลือกตามฤดูกาล เพื่อรสชาติที่ดีที่สุดในแต่ละช่วงเวลา รวมไปถึงศิลปะในการตกแต่งอาหารของแต่ละเมนู จะมีการออกแบบด้วยการยกพฤกษศาสตร์มาประดับตกแต่ง เช่นการเสิร์ฟค็อกเทลในลักษณะของสวนขวดที่ถูกจัดแต่งมาอย่างลงตัว เป็นต้น เป้าหมายของทีม The Botanist คือการดื่มเพื่อให้ดูมีศิลปะแต่ยังมีรสชาติที่ยอดเยี่ยม โดยมีเมนูที่โด่งดังอย่าง Candy Cap Magic cocktail และถูกตกแต่งในคอนเซ็ป cocktail bar and lab เป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างความฮือฮาให้กับบาร์แห่งนี้
Candy Cap Magic cocktail เป็นเมนูที่นำเสนอข้าวไรย์ผสมลูกกวาด และน้ำเชื่อมรูตเบียร์โฮมเมด Candy Cap Magic เป็นอาหารสไตล์เอิร์ธโทน ตกแต่งด้วยการเสิร์ฟ น้ำแข็งแห้งใต้มอสซึ่งมีค็อกเทลตั้งอยู่ จะถูกกระตุ้นกับไอน้ำให้มีควันหมอก และกระจายกับน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมีกลิ่นหอมที่ชวนให้นึกถึงกลิ่นฝน เรียกได้ว่าเป็นการใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์มาใช้กับอาหารได้อย่างน่าประทับใจ
New Summer Cocktail Menu by The Botanist








































