ต้องยอมรับเลยว่า ” ขนมหวาน ” มีอิทธิพลที่ทำให้เรานั้น Enjoy eating ได้มากขึ้นจริงๆ โดยเฉพาะในปัจจุบันที่วงการขนมหวานได้ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของรสชาติและรูปร่างหน้าตา รวมไปถึงการนำมาผสมผสานกับงานศิลปะจนเกิดเป็น Dessert Art ที่สุดครีเอท และน่ารับประทานไปในเวลาเดียวกัน

ศิลปะกับขนมหวาน

บ่อยครั้งเรามักจะได้เห็นการ Collab กันระหว่างศาสตร์ทั้งสองแขนงอย่าง “ศิลปะ” และ “อาหาร” ซึ่งถ้ามองแบบเจาะลึกจะพบว่าการทำอาหารนั้นมีความคล้ายกับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ จนแทบจะเทียบได้ว่าการทำอาหารเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง เพราะเชฟผู้ทำจะต้องการออกแบบ และมีความคิดสร้างสรรค์ในการจะคิดค้นแต่ละเมนูขึ้นมา อีกทั้งยังมีขั้นตอนการจัดตกแต่งจานที่ต้องอาศัยทั้งทักษะ และมุมมองการจัดองค์ประกอบทางศิลปะ เพื่อเข้ามาเป็นตัวช่วยให้การจัดจานอาหารออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Credit : news18 .com
ในขณะเดียวกันอาหารที่ต้องมีการดีไซน์เข้ามาเกี่ยวข้องก็ยังคงไม่จำกัดเฉพาะประเภทใดประเภทหนึ่ง สามารถสร้างสรรค์ได้ทั้งอาหารคาวและหวาน โดยเฉพาะกับขนมหวานที่สามารถดีไซน์ไปได้อย่างสุดโต่ง และในปัจจุบันยังมีเชฟที่มีความเป็นศิลปิน นำเอาศิลปะเข้ามาผสมผสานกับขนมหวานให้ดูสนุกสนานมากขึ้น มีการคิดนอกกรอบที่ไม่ใช่เพียงใช้ศิลปะเพื่อจัดจาน หรือจัดองค์ประกอบบนจานเท่านั้น แต่เป็นการปรุงงานศิลปะให้ ” ขนมหวาน ” เหล่านี้กลายเป็น Art Pieces ที่สามารถกินได้นั่นเอง

งานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นจากขนมหวาน

Sara Anne Ward – Dessert Art Project

Koons Twinkies
Credit : wired .com
Dessert Art Project โปรเจคถ่ายภาพของ Sarah Anne Ward ช่างภาพจากนิวยอร์ก Sarah เป็นช่างภาพที่เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพอาหาร เธอใช้เวลาคลุกคลีกับภาพอาหารและสูตรอาหารเป็นจำนวนมาก เธอจึงมีไอเดียที่จะท้าทายตัวเองในการถ่ายภาพรายการอาหาร โดยที่มีการอ้างอิงถึงผลงานศิลปะที่โด่งดัง และทำให้ผู้ชมทั่วไปจดจำได้เมื่อได้เห็น ซึ่งเธอมีแรงบันดาลใจมาจากผลงานยุคโมเดิร์นอาร์ตที่มีชื่อเสียงต่างๆ โดย Sarah ได้ทำงานร่วมกับสไตลิสต์ทางด้านอาหาร อย่าง Heather Meldrom และ Michelle Gatton พวกเขาได้สร้างสรรค์ Dessert Art Project ขึ้นมา เป็นภาพถ่ายผลงานศิลปะที่ทำมาจาก ขนมหวาน และมีคอนเซ็ปต์ว่า “คุณจะได้ลิ้มลองผลงานศิลปะที่โด่งดังที่สุดในโลกในเวอร์ชั่น ขนมหวาน ”
Jeff Koons – Balloon Dog (Magenta)
Credit : publicdelivery .org
ผลงานในโปรเจค Dessert Art Project หนึ่งในนั้นคือ Koons Twinkies ได้แรงบันดาลใจมาจากผลงาน original ชื่อดังอย่าง Ballon Dog ที่สร้างสรรค์โดย Jeff Koons เป็นประติมากรรมที่เสมือนสามารถนำผู้คนย้อนเวลากลับไปสู่ช่วงเวลาที่เรียบง่ายในวัยเด็ก และเกิดเป็นความประทับใจจนทำให้ผลงานชิ้นนี้โด่งดัง ซึ่ง Sarah และทีมงานเลือกใช้ขนม Twinkies ขนมเค้กสอดไส้ครีมที่มีรูปทรงเป็นทรงกระบอก นำมาประกอบกันจนได้รูปร่างเหมือนกับประติมากรรม Ballon Dog ที่แอบมีความขี้เล่นด้วยการเพิ่มรอยกัดโชว์ครีมด้านใน เสมือนให้ผู้รับชมได้รู้กันไปเลยว่ามันกินได้จริงๆ
Credit : dessertgirl.blogspot .com
อีกหนึ่งผลงานที่โดดเด่น เมื่อเห็นครั้งแรกก็ต้องนึกออกว่ามี Inspiration มาจากอะไร ผลงานชิ้นนี้คือ Mondrian Jello Jiggler Mold ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานศิลปะของ Piet Mondrian ผู้ที่ได้สร้างสรรค์รูปแบบของงานศิลปะนามธรรมด้วยการใช้เส้นตรงทั้งแนวตั้งและแนวนอน พร้อมกับรูปทรงเรขาคณิตง่ายๆอย่างสี่เหลี่ยม มาผสมผสานกับแม่สี และสีพื้นฐานอย่างสีขาว-ดำ ด้วยความเลือกใช้โทนสีที่มีเอกลักษณ์ จึงทำให้มองออกได้ไม่ยากว่า ขนมหวานชิ้นนี้ของ Sarah มีแรงบรรดาลใจมาจากงานศิลปะที่แสนจะโด่งดัง
Piet Mondrian – COMPOSITION NO. III
Credit : phillipscollection .org
โดยในครั้งนี้ได้มาอยู่ในรูปแบบของเจลลี่ที่สามารถรับประทานได้ ซึ่งผลงานเหล่านี้ถูกเก็บไว้เป็นภาพถ่ายอาจไม่ได้มีการจำหน่ายให้ได้ทดลองชิมกัน แต่หากใครที่สนใจผลงานของ Sarah ก็สามารถเข้าไปรับชมได้ที่เว็ปไซส์ของเธอ sarahanneward.com เพราะในโปรเจค Dessert Art Project ยังมีผลงานอีกหลากหลายชิ้นที่น่าสนใจ

Dinara Kasko – Architecture + Bakery

Credit : theinspirationgrid .com
Dinara Kasko เชฟขนมหวานจากประเทศยูเครน ที่อดีตเคยเป็นสถาปนิกและมีความสนใจในสถาปัตยกรรม แต่ปัจจุบันได้มีความสนใจในการทำขนมหวานมากกว่า เธอจึงเลือกเอาทั้งความถนัดทางด้านสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งการชอบทำอาหารของเธอมาผสมผสานเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างผลงานที่น่าอัศจรรย์ Dinara Kasko ให้ความสำคัญกับรูปร่างหน้าตาของขนมหวานของเธอพอๆกับรสชาติ เธอจึงได้นำประสบการณ์เดิมของเธอในฐานะสถาปนิกและนักออกแบบ มาออกแบบขนมผ่านการสร้างแบบจำลองแม่พิมพ์และพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติที่เกิดขึ้นใหม่ในโลกของอาหาร จนทำให้เธอได้เปลี่ยนจากสถาปนิกกลายเป็นเชฟที่ออกแบบเค้กสถาปัตยกรรมมาถึงปัจจุบัน
Credit : amazon
และด้วยวิธีทำขนมของเธอที่ค่อนข้างใหม่ จึงทำให้ขนมของเธอมีหน้าตาที่แปลกตาไม่ซ้ำใคร ซึ่งเค้กของเธอได้สร้างกระแสฮือฮาอย่างน่าประหลาดและกลายเป็นไวรัลบนโลกโซเชียล ร้านขนมรูปทรงเรขาคณิตได้รับความนิยมอย่างมากจากทั้งผู้ใช้โซเชียลมีเดียและนักทำขนมที่ต้องการทำเค้กแบบเดียวกันสำหรับลูกค้าของตน ถึงขั้นที่ Dinara Kasko ได้ผลิตแม่พิมพ์ซิลิโคนตามแบบของเธอเองภายใต้ชื่อของเธอและมีการวางจำหน่ายจนเป็นระดับอุตสาหกรรม
Cake Bubbles
Credit : interestingengineering .com
ผลงานขนมหวานของ Dinara Kasko เน้นการใช้รูปทรงทางเรขาคณิต เช่น ลูกบาศก์ สามเหลี่ยม และทรงกลม เป็นต้น อีกหนึ่งผลงานสร้างสรรค์ที่โด่งดังของเธอมีชื่อว่า Cake Bubbles มีหน้าตาเหมือนกับฟองสบู่แต่เคลือบไปด้วยไวท์ช็อกโกแลต ซึ่งเธอก็ได้สร้างมันขึ้นมาจากแม่พิมพ์ซิลิโคน นอกจากรูปทรงเรขาคณิตแล้ว ยังมีผลงานที่เน้นเส้นตรงที่คมชัดเพื่อสร้างขนมหวานของเธอออกมาในสไตล์มินิมอลสมัยใหม่ ที่มองดูแล้วเหมือนผลงานชิ้นเอกที่ดึงออกมาจากหอศิลป์ร่วมสมัยเลยก็ว่าได้
Credit : interestingengineering .com
สำหรับขนมของเชฟ Dinara Kasko ไม่ได้มีวางขายอยู่ทั่วไปแต่สามารถติดต่อ และสั่งซื้อผลงานได้ทางออนไลน์ รวมไปถึงยังมีคลาสสอนทำเค้กในสไตล์ของ Dinara Kasko โดยมีการเปิดรับนักเรียนทั่วโลก สามารถติดตามผลงานของเธอได้ที https://dinarakasko.com/pastry-school/

I Dolci di Gulliver – Matteo Stucchi

Credit : idolcidigulliver on Instagram
I Dolci di Gulliver หรือ The Desserts of Gulliver เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของ Matteo Stucchi เชฟขนมหวานชาวอิตาลี ผู้ที่ได้สร้างสรรค์โลกขนมหวานในจินตนการ ที่ไม่เพียงแต่ดูน่ารับประทานเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความสนุกสนานด้วยการใส่ Story ให้กับเค้กของเขาจนทำให้ภาพเค้กเหล่านี้กลายเป็นไวรัลและมีการแชร์ออกไปอย่างมากมาย แน่นอนว่าเกิดจากการที่ผู้คนประทับใจในการครีเอท พร้อมทั้งวิธีการเล่าเรื่องผ่านขนมหวาน
Credit : idolcidigulliver on Instagram
การสร้างสรรค์ขนมที่ขี้เล่นของ Matteo Stucchi มีการใช้สื่อเข้ามาเป็นตัวช่วยทำให้เรื่องราวที่เขาต้องการจะเล่าสมบูรณ์มากขึ้น ด้วยจินตนาการอันล้นเหลือเขาได้เลือกใช้ตุ๊กตาตัวเล็ก ๆ สร้างสรรค์ในลักษณะที่มีความหมาย และได้อธิบายถึงเรื่องราวต่างๆมากมาย โดยตุ๊กตาจิ๋วที่เขาเลือกใช้มีทั้งมนุษย์ เครื่องจักรกลต่างๆ จินตนาการและความอดทนในการประกอบฉากขนาดย่อ ที่สื่อสารความหมายออกมาได้ชัดเจนและค่อนข้างตรงใจคนได้เป็นอย่างดี เสมือนได้เข้าไปมีส่วนร่วมในโลกใบจิ๋วที่น่าทึ่งของเขา จนทำให้เขามีแฟนๆ ต่างประทับใจและติดตามมากกว่า 227,000 คนบน Instagram ซึ่ง Instagram เป็นแพลตฟอร์มเดียวที่ Stucchi ใช้เพื่อแบ่งปันภาพของเขา ซึ่งในอนาคตเขาก็มีแพลนที่จะเปิดธุรกิจของตัวเองเพื่อแสดงการผจญภัยอันแสนหวานในชีวิตจริง สามารถเข้าไปติดตาม Matteo Stucchi ได้ใน Instagram ที่มีชื่อว่า idolcidigulliver

Fly Me To The Moon – Nagatoya

Credit : nagatoya.ne
Fly Me To The Moon เป็นผลงานการสร้างสรรค์โดยร้านขนมหวานชื่อดัง Nagatoya ถูกสร้างขึ้นจากความปรารถนาที่จะให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นได้เพลิดเพลินกับขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม โดย Fly Me To The Moon เป็นโยคัง (Yokan) หรือ ขนมวุ้นถั่วแดงกวน รูปแบบใหม่ที่ผสมผสานวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมเข้ากับรสชาติและการออกแบบที่ทันสมัยในปัจจุบัน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีใหม่ในการเพลิดเพลินกับขนมญี่ปุ่น
Credit : topawardsasia .com
วิธีการกินเป็นหนึ่งในสิ่งที่จะนำพาผู้คนเข้าไปถึงเรื่องราวที่ตัวขนม Fly me to the moon ที่ต้องการจะสื่อ เพราะการกินในแต่ละครั้งต้องใช้วิธีตัดเป็นชิ้นบางๆ และค่อยๆตัดไปเรื่อยๆ เพื่อได้พบกับเรื่องราวภายในตัวขนมที่มีการเคลื่อนไหวไปด้วยเช่นกัน ซึ่งภายในจะเป็นเรื่องราวของนกสีน้ำเงินที่ค่อยๆ กางปีกออก โดยรอบคือทิวทัศน์ที่มีดวงจันทร์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากพระจันทร์เสี้ยวเป็นพระจันทร์เต็มดวง การใช้ลวดลายดังกล่าวเป็นตัวละครเพื่อสร้างเรื่องราวที่เหมือนเทพนิยาย ทำให้เกิดความคาดหวังในระดับหนึ่ง และยังเกิดปฏิสัมพันธ์กับตัวผลิตภัณฑ์อีกด้วย
นอกจากนี้การมีชื่อเดียวกับผลงานเพลงแจ๊สของ Frank Sinatra ทำให้เกิดความสนุกที่ซับซ้อนมากขึ้น และ หากใครที่สนใจอยากจะลองชิมขนม Fly me to the moon ก็สามารถกดสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่เว็ปไซส์ของร้าน nagatoya.net ได้เลย
ศิลปะจากขนมหวานเป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่ช่วยทำให้อิ่มใจแถมอาจจะได้อิ่มท้องไปพร้อมๆกัน การได้มองหน้าตาของขนมหวานที่เปรียบดั่งงาน Art Piece ที่ล้วนเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ และการคิดนอกกรอบ ถือเป็นการเติมเต็มที่ดีให้กับคนที่รักทั้งงานศิลปะและของหวาน
สามารถติดตามผลงานต่าง ๆ ของทาง Bareo ได้ที่ช่องทางเว็บไซต์ของ Bareo หรือทาง Facebook : Design by Bareo ที่จะคอยอัพเดทข่าวสาร งานดีไซน์ และผลงานการออกแบบตกแต่งภายในมากมาย ให้ท่านผู้อ่านได้รับความรู้ และความสนุกตลอดทั้งปี
หรือหากสนใจจะออกแบบตกแต่งภายในกับทาง Bareo ทางเราก็มีบริการออกแบบภายในครบวงจร โดยสามารถอ่านรายละเอียดการให้บริการของเราได้ที่นี่ คลิ๊ก
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
wired .com
phillipscollection .org
theinspirationgrid .com
topawardsasia. com
Instagram : idolcidigulliver

CONTENT RELATED

NEW CONTENT

PORTFOLIO