
French Style Guide
เราต่างนึกถึงกลิ่นอายของความมีระดับ และความประณีตอยู่ในใจเมื่อพูดถึงฝรั่งเศส ดินแดนแห่งแฟชั่น การออกแบบ และความสง่างาม จึงไม่แปลกที่มีการนำเอาความเป็นฝรั่งเศสมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันกันอย่างแพร่หลาย รวมไปถึงการออกแบบตกแต่งบ้านในรูปแบบของ French Style
การตกแต่งบ้าน สไตล์ฝรั่งเศส

Credit : parisperfect .com
การออกแบบตกแต่งภายใน สไตล์ฝรั่งเศส มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสควบคู่ไปกับอิทธิพลจากต่างประเทศ จึงเป็นสไตล์ที่ค่อนข้างจะอธิบายได้ยาก เพราะประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย จึงมีการออกแบบตกแต่งที่หลากหลายด้วยเช่นกัน โดยจะแบ่งความแตกต่างหลักๆ ได้อยู่สองแบบ คือ
1. การตกแต่งใน สไตล์ฝรั่งเศส แบบทั่วไปในเมือง ซึ่งในรูปแบบนี้ก็ยังสามารถแบ่งแยกออกไปได้อีกคือแบบคลาสสิคดั้งเดิม กับ ร่วมสมัย
2. ส่วนอีกรูปแบบหนึ่งก็คือ สไตล์ฝรั่งเศส แบบบ้านไร่ในโพรวองซ์ หรือ Provence (ชนบททางตอนใต้ของฝรั่งเศส) ถึงแม้ว่าทั้งสองแบบจะมีสไตล์ฝรั่งเศสเป็นหลักเหมือนกัน แต่ก็ยังคงมีความแตกต่างที่สามารถแยกได้อยู่พอสมควร อย่างไรก็ตามหากต้องการตกแต่งบ้านในสไตล์ฝรั่งเศส ก็สามารถผสมผสานทั้งสองรูปแบบไว้ในการตกแต่งบ้านหลังเดียวกันได้
จุดเด่นและเอกลักษณ์ของ สไตล์ฝรั่งเศส

Credit : bestdesignideas .com
เมื่อพูดถึงฝรั่งเศสเรามักจะนึกถึงความประณีต หรูหรา ความสง่างาม และความโรแมนติก การตกแต่งสไตล์ฝรั่งเศสจึงเน้นความเป็นสุนทรียศาสตร์ ที่ดูผ่อนคลาย มอบความงามแบบไม่ต้องพยายามและยังมีเสน่ห์แบบวินเทจอีกด้วย เพราะชาวฝรั่งเศสมีความสามารถโดยสัญชาตญาณ ในการผสมผสานของเก่าเข้ากับของใหม่ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่ง แสงไฟ หรือธีมโดยรวมของห้อง
เมื่อตกแต่งออกมาแล้วยังคงไว้ซึ่งพื้นที่โดยรอบที่ผ่อนคลาย มีการนำเอาของเก่ากลับมาใช้ใหม่ด้วยการผสมผสานกันอย่างลงตัว และพิถีพิถันกับของตกแต่งที่แสนจะประณีต ซึ่งการตกแต่งแบบนี้ก็เป็นการท้าทายเทรนด์อย่างหนึ่ง แต่ด้วยความคลาสสิคที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองอยู่แล้วก็สามารถทำให้ไม่ต้องคอยตามกระแสการตกแต่งในสไตล์ใหม่ๆ สักเท่าไร
การออกแบบตกแต่งภายในแบบฝรั่งเศสคลาสสิค

Credit : designcafe .com, Architectureartdesigns .com
การตกแต่งภายในแบบฝรั่งเศสดั้งเดิม การออกแบบนี้นำเสนอลวดลายและองค์ประกอบที่ผ่านกาลเวลามาสู่ความสมัยใหม่
ในส่วนของโทนสี และ Elements ที่นิยมนำมาใช้ตกแต่งภายในแบบสไตล์ฝรั่งเศส มักจะเลือกใช้ผนังสีอ่อนหรือสีขาว มักจะตกแต่งด้วยการเพิ่มไฟประดับและโคมไฟระย้าบนเพดาน มีการเสริมขอบบัวเพื่อดึงความมีระดับเข้ามาในพื้นที่ รวมไปถึงรายละเอียดของกำแพงที่เป็นตัวช่วยสร้างบรรยากาศความโออ่าเพิ่มมากขึ้น สไตล์นี้ยังโดดเด่นด้วยชุดเฟอร์นิเจอร์ที่ช่วยเพิ่มเติมความหรูหราแบบคลาสสิคเข้าไปอีกด้วยขาโต๊ะแบบ Cabriole leg (ขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ ที่ทำให้มีลักษณะโค้งงอไปมา) ที่มีการแกะสลักอย่างประณีต
การออกแบบภายในแบบฝรั่งเศสสมัยใหม่

Credit : thespruce .com
การออกแบบภายในแบบฝรั่งเศสสมัยใหม่มีลักษณะเฉพาะด้วยการผสมผสานอย่างสร้างสรรค์ของเทคโนโลยี องค์ประกอบ และวัสดุ โดยเน้นความเรียบง่ายด้วยสีกลางๆ เช่น สีขาวนวล และสีน้ำตาลอมเทา จับคู่เฟอร์นิเจอร์วินเทจหนึ่งหรือสองชิ้นผสมผสานกับเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัย เพื่อสร้างความสมดุลให้กับรูปลักษณ์โดยรวมของห้อง โดยสามารถเลือกใช้ผ้าฝ้ายออร์แกนิกที่เรียบง่าย ผ้ากำมะหยี่ หรือผ้าไหมหรูหรา สำหรับทำเบาะของเฟอร์นิเจอร์ เพื่อเป็นการสร้างกิมมิคให้กับห้องได้

Credit : lines-hub .com
การออกแบบตกแต่งภายในสไตล์ฝรั่งเศสแบบชาวเมืองสมัยใหม่นั้น เน้นเปิดรับแสงจากธรรมชาติ มีการเพิ่มหน้าต่างบานใหญ่เพื่อเปิดรับความเป็นธรรมชาติภายนอก และมีการใช้เส้นสายที่คมชัดและสีสันที่สดใสมากขึ้น แต่ก็ยังเลือกนำเอาเอกลักษณ์ความหรูหรา งานรายละเอียดจากการตกแต่งขอบบัวต่างๆ เข้ามาผสมผสาน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการออกแบบสไตล์ดั้งเดิม
การออกแบบตกแต่งภายใน สไตล์ฝรั่งเศส แบบบ้านไร่ใน Provence

Credit : lines-hub .com
การออกแบบตกแต่งภายในสไตล์ฝรั่งเศสแบบบ้านไร่ เป็นการตกแต่งที่เหมาะกับทั้งผู้มีรสนิยมที่ชอบการออกแบบที่เป็นทางการ และผู้ที่ชื่นชอบการออกแบบที่ดูผ่อนคลาย เพราะการออกแบบตกแต่งภายในสไตล์ฝรั่งเศสแบบบ้านไร่ มีการผสมผสานองค์ประกอบระหว่างความหรูหราและความเป็นคันทรี่เข้าไว้ด้วยกัน สำหรับการใช้โทนสีจะเป็นโทนสีที่ดูอบอุ่นนุ่มนวล อย่างสีครีม สีชมพู นอกจากนี้ยังนิยมใช้ไม้ปาร์เกต์ลายก้างปลา เพื่อสร้างลวดลายบริเวณพื้นอย่างประณีต การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์มักจะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นหลัก และมีความนิยมเลือกใช้โต๊ะ, เก้าอี้ ที่มีขาแบบ Cabriole leg คือขาที่มีลักษณะโค้งสวยเพื่อช่วยเพิ่มความหรูหรา แต่จะเป็น Cabriole leg ที่เรียบง่ายกว่าของสไตล์ฝรั่งเศสดั้งเดิม ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้เป็นช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับห้องได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้การตกแต่งแบบสไตล์ฝรั่งเศสแบบบ้านไร่ มักจะเลือกใช้ของเก่ามาสร้างกลิ่นอายของความวินเทจ ถึงแม้จะมีความวินเทจเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการออกแบบภายในสไตล์ฝรั่งเศส นั่นคือรายละเอียดของความหรูหราเล็กๆน้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นขอบบัวตามผนัง หรือฝ้า รวมถึงการแกะสลักก็ถูกนำมาใช้ในการตกแต่งด้วย

Credit : decoroutdoor .com
ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป การตกแต่งจึงกลายเป็นเรื่องที่สนุกสนานและมักไม่มีอะไรตายตัว แต่ก็จะมีองค์ประกอบการออกแบบบางอย่าง ที่สามารถทำตามได้ง่ายๆ หากต้องการตกแต่งภายในขั้นพื้นฐานแบบ French Style โดยจะเลือกนำไปประยุกต์ใช้ได้กับการตกแต่งทั้งแบบทั่วไปที่หรูหรา ทันสมัย หรือจะตกแต่งแบบบ้านไร่ก็ใช้ได้เช่นกัน ซึ่งมีดังนี้

Credit : decoroutdoor .com
– โคมไฟ : โคมไฟระย้า เชิงเทียน และโคมไฟตั้งพื้น
– เนื้อผ้า : ผ้ากำมะหยี่ ผ้าไหม ผ้าลินิน และผ้าชีฟองโปร่งแสง
– สถาปัตยกรรม : ลายดอกกุหลาบ ปูนปั้น หน้าต่างบานใหญ่
– การตกแต่งภายใน : สีกึ่งด้านหรือสีด้านและวอลเปเปอร์ตกแต่งลายดอกไม้
– ของตกแต่งและเครื่องประดับ : เครื่องประดับตกแต่งสีบรอนซ์ เงิน, ตุ๊กตาเซรามิก, กระจกในกรอบแกะสลักขนาดใหญ่, แจกันดอกไม้, ผ้าลายลูกไม้ และหมอนอิงปักมือ
– เฟอร์นิเจอร์ : โซฟาไม้ตกแต่งด้วยโลหะ มีพนักพิงและขาที่โค้งมนอย่างงดงาม, โต๊ะเก้าอี้รูปทรงงดงาม และพรมที่มีลวดลายจากพืช
– โทนสี : สีครีม, สีขาว, เฉดสีนุ่มนวล โดยปกติแล้ว จะใช้สีเดียวกันทั่วทั้งพื้นที่เพื่อสร้างการตกแต่งภายในที่ประสานกัน
สถานที่ท่องเที่ยวในสไตล์ฝรั่งเศส
The Mustang Blu Hotel, Thailand

Credit : Instragram : Melodyhan95
The Mustang Blu Hotel ตั้งอยู่ที่ย่านเยาวราช ประเทศไทย เป็นโรงแรมที่ได้นำตึกเก่าสไตล์โคโลเนียล (Colonial) อายุร้อยกว่าปีมาดัดแปลงใหม่จนกลายเป็นสถานที่สุดประทับใจ ซึ่งสไตล์โคโลเนียลมีความหมายมาจาก Colony ที่แปลว่าอาณานิคม จึงทำให้มีกลิ่นอายแบบยุโรปรวมถึงมีความเป็นฝรั่งเศสแฝงอยู่ไม่มากก็น้อย โดยผู้ออกแบบคือ คุณจอย-อนันดา ฉลาดเจริญ เธอให้คำอธิบายว่าการตกแต่งภายในของที่นี่เป็นรูปแบบวินเทจรีมิกซ์ เนื่องจากมีการรวบรวมความเป็นวินเทจหลากสไตล์เอาไว้ด้วยกัน เธอต้องการจะคืนคุณค่าให้กับอาคารเก่าโดยนำมาซ่อมแซม ประยุกต์แต่งเติม แต่ยังคงถนอมรูปแบบดั้งเดิมเอาไว้ให้ได้มากที่สุด
ภายในโรงแรมแห่งนี้มีทั้งเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นของเก่าจริงๆ และของใหม่ที่ทำให้ดูวินเทจผสมผสานกันอยู่แทบจะแยกไม่ออกเลยทีเดียว ที่นี่ทำเป็นคาเฟ่ที่ชั้น1 ซึ่งผู้คนภายนอกสามารถแวะเวียนเข้ามาชมบรรยากาศแบบวินเทจร่วมสมัยนี้ได้
Restro Qualia Restaurant, India

Credit : elledecor .in/article
Restro Qualia Restaurant ตั้งอยู่ที่ประเทศอินเดีย โดยได้รับแรงบันดาลใจจากร้านกาแฟหรูหราในปารีส ออกแบบโดยบริษัท P&D Associates โดยการออกแบบผสมผสานสไตล์ bistroฝรั่งเศสในยุคเก่า เข้ากับการตกแต่งแบบชนบท เลือกใช้โทนสีธรรมชาติ และมีรายละเอียดที่ซับซ้อนแต่ก็กลมกลืนไปกับการตกแต่งที่ทันสมัย สภาพแวดล้อมภายในร้านเน้นบรรยากาศที่อบอุ่นและสบาย ธีมของพื้นที่นี้แต่งแต้มด้วยอิฐฉาบปูน ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของวัฒนธรรมเก่าแก่ที่ผสมผสานกับสุนทรียภาพร่วมสมัย

Credit : elledecor .in/article
การตกแต่งภายในร้านเลือกใช้ของตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์เข้ามาสร้างบรรยากาศเช่น กระจกติดผนังลวดลายวินเทจ รวมถึงมีการติดโคมไฟระย้า ซึ่งก็โดดเด่นแต่เข้ากันได้ดีกับเฟอร์นิเจอร์แบบสมัยใหม่ แถมยังเป็นคาเฟ่ที่ใส่ใจผู้บริโภคในเรื่องของการเน้นย้ำถึง Layout ที่เหมาะสม ทำให้ภายในร้านมีบรรยากาศปลอดโปร่งและถ่ายเท เหมาะกับการมานั่งผ่อนคลายรับประทานอาหาร
Petits Plats, Thailand

Credit : Instragram : Petits Plats
Petits Plats เป็นร้านอาหาร สไตล์ฝรั่งเศส แบบเมดิเตอร์เรเนียน ตั้งอยู่ที่กรุงเทพ ประเทศไทย บรรยากาศภายในร้านรายล้อมไปด้วยผลงานจำลองศิลปะชื่อดัง ร้านอาหารแบ่งเป็นสองโซนคือด้านหน้าร้านที่ให้กลิ่นอายเหมือนคาเฟ่กลางกรุงปารีส








































