
The Cottage กระท่อมน้อยแสนอบอุ่น
Cottage Style เป็นการตกแต่งบ้านสไตล์ ” กระท่อม ” ชนบท หรือ คันทรี่ในแถบฝั่งตะวันออก ซึ่งโดดเด่นด้วยการดึงความเป็นธรรมชาติมาเป็นธีมหลัก เน้นความเรียบง่าย ผสมผสานกับการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งที่มีกลิ่นอายของความย้อนยุค สร้างบรรยากาศให้ดูอบอุ่น อ่อนหวาน แต่ก็ดูเรียบหรูไปพร้อมๆ กัน
หากใครได้ดูซีรีส์หรือหนังบ่อยๆ คงมีโอกาสได้เห็นบ้าน Cottage Style มาบ้าง จะเห็นได้ว่าบ้าน Cottage Style ไม่ได้มีลักษณะตายตัว และโดยทั่วไปแล้วจะมีขนาดกะทัดรัด เน้นการใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ไม้ อิฐ ก้อนหิน ดิน หรือปูน เป็นต้น รวมถึงของตกแต่งจากธรรมชาติ พร้อมตกแต่งสวนด้วยพืชผักสวนครัว ไม้ดอก หรือพันธุ์ไม้ที่เลื้อยตามรั้วและกำแพงบ้าน ให้อารมณ์ความเป็นชนบทยุโรป เพิ่มความเป็นธรรมชาติ และทำให้บรรยากาศในบ้านน่าอยู่มากยิ่งขึ้น

ห้องครัวสไตล์คอทเทจ จากหนังเรื่อง “The Holiday (2016)”
Credit : houseandgarden .co.uk
การตกแต่งบ้าน Cottage Style เป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศยุโรป อีกทั้งยังเป็นสไตล์ที่เรียบง่าย สามารถนำไป Mix & Match กับการตกแต่งแนวอื่นๆ ได้อย่างสวยงามลงตัว ทำให้ Cottage Style เป็นที่ชื่นชอบ และรู้จักกันอย่างแพร่หลาย และที่โดดเด่นและเป็นที่รู้จักมากที่สุดก็คือ English Cottage ซึ่งถือเป็นแหล่งกำเนิดของ Cottage Style เลยก็ว่าได้
English Cottage กระท่อม สไตล์อังกฤษ

Credit : Abbilyn Zavgorodniaia on Unsplash
ชาวอังกฤษในแถบชนบท มีการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย จึงเน้นบรรยากาศในบ้านพักอาศัยให้ดูสบายตา เป็นกันเอง อบอุ่น ให้ความผ่อนคลาย และความรู้สึกเหมือนได้สัมผัสกับธรรมชาติที่แวดล้อมได้เป็นอย่างดี
บ้านสไตล์ English Cottage โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ที่สื่อถึงความเป็นดั้งเดิมของวิถีชีวิตชาวชนบทอังกฤษ ดีไซน์ที่ดูเรียบหรู สง่างามและก็ให้ความอบอุ่น ผ่อนคลายและสบายตาไปพร้อมๆ กัน โดยมี 3 จุด สำคัญที่บ่งบอกความเป็น English Cottage คือ โทนสี เฟอร์นิเจอร์ และดีไซน์
โทนสี
การใช้โทนสีบ้านสไตล์ English Cottage มักจะใช้โทนสีธรรมชาติเป็นสีหลัก ที่ให้ความรู้สึกดูเรียบง่าย นุ่มนวลเป็นธรรมชาติ เมื่อนำมาจับคู่กับโทนสีพาสเทล ทำให้บรรยากาศบ้านให้ดูอ่อนหวาน นุ่มนวล และดูสบายตา
เฟอร์นิเจอร์
เฟอร์นิเจอร์จากวัสดุธรรมชาติเป็นตัวเลือกที่ลงตัวที่สุดของการตกแต่งบ้านสไตล์ English Cottage เช่น เก้าอี้โต๊ะ ตู้ โซฟา ที่ทำจากไม้ ให้กลิ่นอายความอบอุ่น และกลมกลืนไปกับเป็นธรรมชาติ และอย่าลืมเพิ่มความอ่อนหวานนุ่มนวล สไตล์ผู้ดีอังกฤษด้วยการประดับด้วยผ้าที่ให้ความรู้สึกบางเบาอย่าง ผ้าม่าน ผ้าคลุมโต๊ะ ผ้าคลุมโซฟา เพิ่มความสวยงามด้วยการประดับตกแต่งเพิ่มเติมด้วยกรอบรูปไม้ กระถางต้นไม้ หรือของตกแต่งเก่า เป็นต้น
ดีไซน์
ลักษณะของบ้าน สไตล์ English Cottage จะไม่มีลักษณะที่ตายตัว แต่จะนิยมเป็นบ้านชั้นเดียวไปจนถึงชั้นครึ่ง ตามแบบฉบับของบ้านสไตล์ยุโรป และเน้นวัสดุที่ทำจากธรรมชาติ ที่ดูเรียบง่าย ซึ่งสามารถหาได้จากใกล้ตัว ทำให้เกิดเอกลักษณ์ เช่น ผนัง หรือฝ้าเพดานไม้ที่โชว์ความเป็นธรรมชาติของผิวไม้ นอกจากนี้บ้านสไตล์ English Cottage ยังเน้นความโปร่ง โล่ง สบาย จึงใช้หน้าต่างบานใหญ่ เพื่อให้แสงและลมผ่านเข้ามา แถมยังทำให้บ้านกว้างขวางมากขึ้น
และอีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญที่บ่งบอกความเป็น English Cottage คือการมุงหลังคาแบบ Thantched Roofs แต่เดิมเป็นการมุงหลังคาด้วยใบจาก ฟางข้าว หรือฟางข้าวสาลี เป็นต้น สามารถกันแดด กันฝน และให้ความรู้สึกแบบชนบท และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก่อนที่ปัจจุบันจะเปลี่ยนมาเป็นการมุงหลังคาด้วยกระเบื้องซึ่งมีความสวยงาม แข็งแรงและทนทานมากกว่า แต่ในขณะเดียวกันก็มีราคาที่สูงกว่าเช่นกัน
Nordic Cottage กระท่อม สไตล์นอร์ดิก

Credit : Tobias Tullius on Unsplash
บ้านสไตล์ Nordic Cottage กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยดีไซน์ที่เรียบหรู ดู Modern อีกทั้งยังให้ความรู้สึกอบอุ่น น่าอยู่อาศัย และเน้นฟังก์ชั่นการใช้งาน
ความโดดเด่นของบ้านสไตล์ Nordic Cottage หรือเรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า Scandinavian Cottage คือดีไซน์ภายนอกที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ดูมินิมอล แต่ภายในกลับให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย สบาย และดูเข้าถึงธรรมชาติ ทั้งนี้เพราะบ้านสไตล์ Nordic มีต้นกำเนิดมาจากแถบประเทศที่มีช่วงกลางวันที่แสนสั้น และเวลากลางคืนที่ยาวนาน เพราะฤดูหนาวที่กินเวลายาวนาน เช่น ฟินแลนด์ นอร์เวย์ เดนมาร์ก ไอซ์แลนด์และ สวีเดน ทำให้ต้องเน้นการออกแบบบ้านที่สามารถรับแสงอาทิตย์ได้ดี โดยการใช้กระจกบานใหญ่ และช่วยทำให้บ้านดูโปร่ง โล่ง สบาย
อีกทั้งยังเน้นการออกแบบฟังก์ชั่น ใช้งานของใช้และเฟอร์นิเจอร์ให้สะดวก ทันสมัย เพราะคนแถบนี้จะใช้เวลาอยู่ในบ้านเป็นส่วนใหญ่ โดยจะเน้นเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านโทนสีธรรมชาติ ดีไซน์เรียบง่าย ขอบเรียบโค้งมน เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้บ้าน และเหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างมาก
สำหรับการใช้โทนสีของบ้านสไตล์ Nordic Cottage นั้น ภายนอกของตัวบ้านจะทาด้วยสีสันฉูดฉาด ได้แก่ สีแดง-ขาว หรือ สีเหลือง-ขาว เพื่อให้โดดเด่นท่ามกลางหิมะในฤดูหนาวที่ขาวโพลน ทำให้หาตัวอาคารบ้านเรือนเจอได้ง่ายทั้งยังเพิ่มสีสันให้ฤดูที่เงียบเหงาตัวบ้านสีสันสดใสนี้ยังโดดเด่นท่ามกลางสีเขียวชอุ่มของใบไม้ในฤดูร้อน เพิ่มความสดใสและมีชีวิตชีวาให้กับตัวเมืองอีกด้วย

Credit : Forbes
ส่วนภายในนั้นจะไม่เน้นสีสัน แต่จะเน้นการเลือกใช้สีเลียนแบบธรรมชาติ สีโทนสว่าง เช่น สีขาว สีพาสเทล และสีเอิร์ธโทน เพื่อให้บ้านดูสว่างและดูสบายตามากยิ่งขึ้น
และในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าบ้าน Nordic Cottage ถูกนำมาสร้างเป็นบ้านพักตากอากาศ รีสอร์ต กันมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพราะว่าบ้าน Nordic Cottage เป็นสไตล์ที่เหมาะกับการพักผ่อนและผ่อนคลายเป็นอย่างมากนั่นเอง
Canadian Cottage กระท่อม สไตล์แคนนาเดี้ยน

Credit : Suelee Wright on Unsplash
กระท่อมชนบทหรือบ้านคอทเทจ (Canadian Cottage) ถูกนำมาใช้สำหรับเรียกชื่อสถานที่พักผ่อนช่วงฤดูร้อนของชาวแคนาดา ถือเป็นตัวแทนของการหลีกหนีจากความวุ่นวายของโลก เพื่อดื่มด่ำและเพลิดเพลินไปกับภูมิทัศน์ของธรรมชาติชนบทที่เงียบสงบ มีสถานที่ยอดนิยมมากมายจนแคนาดาได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศแห่งคอทเทจ (Cottage Country) โดยเฉพาะ เมืองออนแทรีโอ (Ontario) ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับพักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เพราะนอกจากจะเป็นเมืองขนาดใหญ่ เป็นพื้นที่เศรษฐกิจของประเทศแล้ว ออนแทรีโอยังเป็นพื้นที่ศูนย์กลางของทะเลสาบ เช่น ทะเลสาบมุสโกก้า (Lake Muskoka) ที่ขึ้นชื่อเรื่องความงดงาม กว้างใหญ่ ซึ่งถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ และทะเลสาบอื่นๆ อีกมากมาย รวมไปถึงในเมืองออนแทรีโอยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตก ภูเขา พิพิธภัณฑ์ทางศิลปะ และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นต้น
ด้วยสภาพทางภูมิประเทศของแคนาดา ที่มีทะเลสาบน้อยใหญ่อยู่มากมาย บ้านคอทเทจในแคนาดาจึงมักตั้งอยู่ริมทะเลสาบ และถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติอันเขียวขจีของชนบท หรือตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางหุบเขาสูง มีวิวภูเขาและชายหาด เป็นต้น เพื่อให้ผู้คนได้พักผ่อน ทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น ตกปลา ล่องเรือ เล่นเจสกี ฯลฯ และเสพธรรมชาติได้อย่างเต็มที่

เมืองออนแทรีโอ
Credit : Derek Sutton on Unsplash
สไตล์บ้านคอทเทจแคนาดาจะเน้นที่ความสะดวกสบายในการใช้งานและเหมาะแก่การพักผ่อน โดยจะดีไซน์ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับเสน่ห์ดั้งเดิมของชาวชนบท ความเรียบง่ายที่ดึงดูด การตกแต่งภายในที่ได้รับการสร้างสรรค์ให้มีความสง่างาม และการเพิ่มพื้นผิวหลายชั้นเพื่อส่งเสริมความอบอุ่น พร้อมการใช้โทนสีอ่อน ละมุน ที่ช่วยทำให้อารมณ์ผ่อนคลายมากขึ้น หรือบางที่อาจเลือกใช้สีสันสดใสให้ตัดกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติภายนอก และไม่ลืมที่จะสร้างความโดดเด่นสวยงามเหนือกาลเวลาด้วยหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ที่มองเห็นทิวทัศน์อันเงียบสงบของบรรยากาศวิวข้างนอก
บ้านคอทเทจแคนนาดาต่างเป็นที่มุ่งหมายของคนในประเทศและต่างประเทศที่อยากใช้เวลาพักผ่อนในช่วงวันหยุด แต่บ้านคอทเทจในแคนาดาเป็นบ้านที่มีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นพื้นที่เงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อนจริงๆ มีธรรมชาติโอบล้อม มีความเป็นส่วนตัวสูง แต่มักไม่เป็นที่นิยมในการนำมาทำเป็นที่อยู่อาศัยเพราะสถานที่ตั้งคอทเทจนั้นจะห่างไกลจากตัวเมือง โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานที่อำนวยความสะดวกอื่นๆ
บ้านสไตล์คอทเทจนี้มีเอกลักษณ์ที่ทำให้หลายคนชื่นชอบ ดังนั้น ในปัจจุบันเริ่มมีการนำรูปแบบของบ้านคอทเทจไปปรับใช้ในการออกแบบตกแต่งบ้านในพื้นที่ต่างๆ ของคนเมืองมากขึ้น ทั้งนี้เพราะต้องการให้บ้านเป็นได้ทั้งที่อยู่อาศัยและสถานที่พักผ่อนนั่นเอง
American Cottage กระท่อม สไตล์อเมริกัน

Credit : Cara Fuller on Unsplash
บ้านที่พักตากอากาศ สำหรับใช้ในการพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นดีไซน์ที่เรียบง่ายสบายตา มีลักษณะเฉพาะตัว กลมกลืนไปกับธรรมชาติด้วยวัสดุที่นำมาใช้ก่อสร้าง และให้ความรู้สึกอบอุ่น
บ้าน American Cottage ในอเมริกาเรียกอีกอย่างว่า Cabins หรือในสวิซเซอร์แลนด์เรียกว่า Chalets นิยมทำสำหรับเป็นบ้านพักตากอากาศตั้งอยู่ในป่าหรือริมทะเล ใช้สำหรับพักผ่อน หย่อนใจ เพื่อให้ร่างกายได้ใกล้ชิดธรรมชาติที่สุด
ลักษณะของบ้านสไตล์ American Cottage จะเป็นบ้านที่ทำจากไม้ทรงเตี้ย ซึ่งไม้ที่นิยมนำมาทำบ้านได้แก่ ไม้ซุง ไม้มะค่า เป็นต้น เนื่องจากเป็นไม้ที่ให้ความสวยงาม แข็งแรง และให้ความอบอุ่นในทุกฤดูกาล รูปแบบหลังคามีความลาดเอียงหนักเบา เรียกว่า Shingle Roof ซึ่งเป็นการทำหลังคาที่นำแผ่นยางมะตอยมาปูทับกันจนเกิดความแข็งแรงและหนาแน่น แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาใช้หลังคาสำเร็จรูปแทน เพราะมีความทนทานและติดตั้งได้ง่ายกว่า ในขณะที่บริเวณชายคาก็มีกว้างรับน้ำหนักได้ดี โดยตั้งเป็นมุมฉากกับหน้าบ้าน
การใช้สีจะเน้นสีโทนธรรมชาติจากวัสดุที่ทำ เช่น สีน้ำตาลจากไม้ และตกแต่งด้วยโทนสีอ่อน อย่างสีขาว สีโทนพาลเทล เป็นต้น ซึ่งองค์ประกอบของการผสมสีเหล่านี้จะทำให้บ้านดูเรียบง่าย แต่อบอุ่น สบายตา และเหมาะสำหรับการพักผ่อนตาม Concept ของการเป็นบ้านพักตากอากาศนั่นเอง








































