Bareo Interior Design - Living Young - Grand Prix

Grand Prix เล่าเรื่อง กรังปรีซ์

GRAND PRIX งานแข่งรถ Formula One ที่มีการจัดขึ้นทุกปีที่ Monte Carlo ซึ่งเป็นสนามที่ขึ้นชื่อในบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยพลัง เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในขั้นตอนการทดสอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการแข่งขันชิงแชมป์โลกของนักแข่ง F1

GRAND PRIX

Bareo Interior Design - Living Young - Grand Prix
Credit : montrealgrandprix
GRAND PRIX Race (การแข่งรถ กรังปรีซ์) เป็นการแข่งขัน Formula One World Championships โดยในอดีตเริ่มมาจากการแข่งขันรถมอเตอร์สปอร์ตที่ทำการแข่งขันกันบนถนนธรรมดา มีการทดสอบในเรื่องของความทนทานทั้งของเครื่องยนต์รวมไปถึงผู้ขับ จนมีการพัฒนามาเป็นการแข่งกันรถสูตรหรือ Formula one หรือเรียกกันว่า GRAND PRIX Race

Formula One

Bareo Interior Design - Living Young - Grand Prix
Credit : mvisitmonaco
Formula One (F1) หรือรถสูตร 1 เป็นประเภทของรถ และยังเป็นชื่อรายการแข่งขันความเร็วของรถสี่ล้อบนทางเรียบในระดับที่สูงสุด ซึ่งในระดับที่รองลงมาก็จะมีการเรียกว่า F2 F3 และ F4 ตามลำดับ และคำว่าสูตรในที่นี้หมายถึงชุดของกฎที่ผู้เข้าร่วมทุกคนต้องปฏิบัติตาม จึงทำให้การแข่งขัน F1 กลายเป็นกีฬาที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนคนเดียว แต่การแข่งขันต้องทำงานกันเป็นทีม ทั้งตัวผู้ขับและระบบการวางแผนของทีมผู้ผลิต นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆที่เรียกได้ว่าเหนือการควบคุมอีกมากมาย จนการแข่งขันรถ Formula one ถูกจัดให้เป็นกีฬาที่อัดแน่นไปด้วยความเร้าใจ และลุ้นระทึกมากชนิดหนึ่ง
Bareo Interior Design - Living Young - Grand Prix
Credit : nytimes
ในการแข่งขัน F1 นั้น ผู้ร่วมแข่งขันในแต่ละครั้งจะมีจำนวนอยู่ที่ 20 คน ซึ่งใน 20 คนนี้จะต้องแข่งขันความเร็วกันจากรายการการแข่งขันย่อยนั่นก็คือการแข่งขัน GRAND PRIX โดยแต่ละการแข่งขันมีหลักการนับคะแนนจากผู้ที่เข้าเส้นชัย 10 อันดับแรกเท่านั้น ซึ่งมีคณะกรรมการเป็นผู้ตัดสินอันดับ และประเมินคะแนนสะสม เพื่อค้นหาผู้ชนะในแต่ละปี 2 ตำแหน่งได้แก่ Drivers’ Championship เป็นรางวัลสำหรับผู้ขับ และ Constructors’ Championships เป็นรางวัลสำหรับทีมผลิต

Monaco GRAND PRIX

Bareo Interior Design - Living Young - Grand Prix
Credit : f1experiences .com
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Formula one มีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเทคโนโลยีรถยนต์ได้พัฒนาขึ้นและกีฬาดังกล่าวได้รวบรวมแฟน ๆ จากทั่วทุกมุมโลก ทุกวันนี้การแข่งขันจัดขึ้นทั่วโลกตั้งแต่เอเชีย ยุโรป อเมริกา และสนามที่เรียกได้ว่าสำหรับนักแข่ง F1 จะต้องได้ไปแข่งครั้งหนึ่งในชีวิตนั่นก็คือ Monaco GRAND PRIX
Bareo Interior Design - Living Young - Grand Prix
ภาพร่างแผนที่แสดงการดำเนินการแข่งบนถนนของโมนาโก
Credit : snl.no/Monaco_Grand_Prix
Monaco GRAND PRIX (โมนาโก กรังปรีซ์) เป็นการแข่งขันรถแข่ง Formula One ที่เป็นกีฬายอดนิยมไปทั่วโลก และ Monaco GRAND PRIX ยังเป็นหนึ่งในการแข่งรถที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุด โดยถูกจัดขึ้นที่เมือง Monte Carlo (มอนติคาร์โล) ตั้งแต่ปี 1929 ที่สนามแข่ง Circuit de Monaco (เซอร์กิต เดอ โมนาโก) ในประเทศโมนาโก เป็นสนามที่ถูกออกแบบอยู่บนถนนแคบๆ ของเมือง และมีความยาวกว่า 3300 ม. ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเส้นทาง GRAND PRIX ที่สั้นที่สุดในโลก
Bareo Interior Design - Living Young - Grand Prix
Credit : thesportsrush
สนามแข่ง Circuit de Monaco (เซอร์กิต เดอ โมนาโก) ได้ แอนโทนี โนเกส (Antony Noghes) ลูกชายของประธานสโมสรยานยนต์แห่งโมนาโก เป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบสนาม และอยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของเจ้าชายหลุยส์ที่ 2 แห่งโมนาโก นอกจากนี้แอนโทนียังเสนอแนะให้ใช้ธงตาหมากรุกในระดับสากล ใช้เป็นสัญลักษณ์เพื่อแสดงถึงการเข้าเส้นชัย (สิ้นสุดการแข่งขัน) และชื่อของเขายังถูกตั้งเป็นชื่อโค้งสุดท้ายก่อนถึงเส้นชัยอีกด้วย โดยใช้ชื่อโค้งว่า “Virage Antony Noghès”
Bareo Interior Design - Living Young - Grand Prix
Credit : f1experiences .com
การสร้างสนามแข่ง Circuit de Monaco (เซอร์กิต เดอ โมนาโก) นี้พบกับความท้าทายในการจัดการในเรื่องของพื้นที่ที่คับแคบ (ประมาณ 1.5 กม. ในขณะนั้น) ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่กำหนดโดยคณะกรรมการกีฬาระหว่างประเทศเพื่อให้สโมสรยานยนต์แห่งโมนาโกเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ทำไมถึงจัดการแข่งขัน กรังปรีซ์ ที่โมนาโก

โมนาโกเป็นการแข่งขันที่นักแข่ง F1 ทุกคนต้องการชนะ พร้อมกับการชนะ กรังปรีซ์ ในบ้านของพวกเขา และยังมีนักแข่งที่เก่งที่สุดที่คอยมาลงแข่ง ทำให้เป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้กับการแข่งขันอีกด้วย สนามแห่งนี้ถูกใช้เป็นสนามแข่งรถ F1 หรือเรียกว่า Monaco GRAND PRIX ตั้งแต่ปี 1929 เวลาในการเซ็ตสนามแข่งขัน ใช้เวลาถึง 6 สัปดาห์ และใช้เวลารื้อถอนอีก 3 สัปดาห์หลังการแข่งขันเสร็จสิ้น
Bareo Interior Design - Living Young - Grand Prix
Credit : f1experiences .com
สนามแข่งรถในประเทศโมนาโกได้รับการยกย่องให้เป็นสนามแข่งขัน F1 ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความยิ่งใหญ่มากที่สุดในโลก และยังสวยงามมากด้วยเช่นกัน เพราะด้วยทัศนียภาพของเมือง Monte Carlo (มอนติคาร์โล) ที่มีทะเลเมดิเตอร์เรเนียนล้อมรอบ บรรยากาศภายในเมืองจึงเต็มไปด้วยความสวยงาม จนถูกจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 เมืองแห่งการท่องเที่ยวระดับโลก นอกจากนี้ลักษณะทางกายภาพของเมืองยังเหมาะสมกับการใช้เป็นสนามแข่ง เพราะตัวเมืองตั้งอยู่ใกล้กับตีนเขาแอลป์ทำให้ ลักษณะทางตามวงจรของเมือง เต็มไปด้วยถนนที่แคบและคดเคี้ยวจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งยิ่งสร้างความท้าท้ายให้กับนักแข่งได้เป็นอย่างดี
Bareo Interior Design - Living Young - Grand Prix
Credit : autosport .com/f1
จุดที่เป็นส่วนสำคัญอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้นักแข่งอยากจะมาประลองความเร็วที่นี่คือส่วนของทางตรงของสนามที่สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 160 ไมล์ต่อชั่วโมง (260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ซึ่งจัดเป็นความเร็วที่เร็วมากเลยทีเดียว จึงเรียกได้ว่าเป็นสนามแข่ง F1 ที่มากไปด้วยพลังแห่งความน่าตื่นเต้นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

นักแข่ง GRAND PRIX ที่อาศัยอยู่ในโมนาโก

นอกจากที่นักแข่งจากทั่วมุมโลกอยากจะมาแข่งขัน F1 ที่โมนาโกแห่งนี้ ที่เมืองนี้ก็ยังมีนักแข่งที่เป็นชาวโมนาโกเองอาศัยอยู่ด้วยเหมือนกัน Louis Chiron (หลุยส์ ชีรอน) เป็นชาวโมนาโกเพียงคนเดียวที่ชนะการแข่งขัน เขาได้รับชัยชนะในการแข่งขันปี 1931 โดยในตอนนั้นเขาขับ Bugatti คว้าชัยมาได้ โมนาโกยังเป็นสถานที่สร้างผลงานที่ดีที่สุดของเขาในยุคการแข่งขันชิงแชมป์โลก โดยเขาได้อันดับสามในการแข่งขันกรังปรีซ์ปี 1950 อีกด้วย
เมื่อตำนานรถสี่ล้อถือกำเนิดขึ้นในเมืองมอนติคาร์โล Louis Chiron ซึ่งเป็นหนึ่งในนักขับที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในช่วงเวลานั้นอาชีพนักแข่งของเขากินเวลานานกว่าสามสิบปี เป็นเวลายาวนานจนเขากลายเป็นนักแข่งที่อายุมากที่สุดที่เคยมีส่วนร่วมในกรังปรีซ์
Bareo Interior Design - Living Young - Grand Prix
Credit : tuttomotoriweb .it
Louis Chiron เป็นลูกชายของแม่บ้านที่ทำงานในโรงแรมแห่งหนึ่งในโมนาโก เขาอาศัยอยู่ในอาณาเขตโมนาโกจนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เมื่อเขาเริ่มประกอบอาชีพเป็นนักเต้น แต่ความหลงใหลในเครื่องยนต์ของเขานั้นแข็งแกร่งมาก
Bareo Interior Design - Living Young - Grand Prix
Credit : Bugatti
ช่วงเวลาสำคัญคือตอนที่เขาได้พบกับหญิงชาวอเมริกันผู้มีฐานะ ซึ่งหญิงสาวท่านนี้ได้อนุญาตให้ Louis Chiron เข้าร่วมแข่งขันในการแข่งรถปี 1925 และในปีต่อมาเขาได้พบกับ Alfred Hoffmann เจ้าของบริษัทยาผู้มั่งคั่ง ผู้มอบ Bugatti Tipo 35 ให้กับเขา ซึ่งครั้งนั้นเอง Louis Chiron ได้รับชัยชนะเป็นครั้งแรก และตั้งแต่นั้นมาเขาก็มีผูกพันกับแบรนด์ Bugatti มาโดยตลอด
Credit : visitmonaco
ก่อนจะแขวนล้อ ชัยชนะครั้งสุดท้ายของเขา คือในปี 1954 ซึ่งเป็นการลงสนามแข่งขัน Formula one ที่จัดขึ้น ณ สนามแข่ง Monte Carlo ซึ่งเป็นครั้งแรกของเขาที่เขาได้ลองแข่งในสนามนี้ และคว้าชัยชนะมาได้ทำให้เขากลายเป็นนักแข่ง F1 ที่อายุมากที่สุดในตอนนั้น
หลังจากนั้นเขาได้กลายเป็นผู้อำนวยการ การแข่งขันของ GRAND PRIX ในโมนาโกจนกระทั่งสิ้นสุดอายุเจ็ดสิบ ถือได้ว่า Louis Chiron ก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของตำนาน Monaco GRAND PRIX ที่น่าหลงใหลมาจนถึงทุกวันนี้
GRAND – PRIX ถือเป็นความน่าตื่นตาตื่นใจ ยิ่งโดยเฉพาะการแข่งกัน Monaco GRAND PRIX สนามแข่งรถที่มีทั้งทัศนีภาพที่งดงาม และความท้าทายสำหรับนักแข่ง เรียกได้ว่านอกจากจะดึงดูดนักแข่ง F1 ให้เดินทางมาที่นี่แล้วผู้ชมเองก็ไม่อยากจะพลาดโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตเช่นกัน
สำหรับใครที่สนใจไปลองสัมผัสประสบการณ์น่าตื่นตาตื่นใจนี้สักครั้ง ในปี 2565 นี้ที่ประเทศโมนาโกจะจัดการแข่งขัน กรังปรีซ์ ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2565 นี้
สามารถติดตามผลงานต่าง ๆ ของทาง Bareo ได้ที่ช่องทางเว็บไซต์ของ Bareo หรือทาง Facebook : Design by Bareo ที่จะคอยอัพเดทข่าวสาร งานดีไซน์ และผลงานการออกแบบตกแต่งภายในมากมาย ให้ท่านผู้อ่านได้รับความรู้ และความสนุกตลอดทั้งปี
หรือหากสนใจจะออกแบบตกแต่งภายในกับทาง Bareo ทางเราก็มีบริการออกแบบภายในครบวงจร โดยสามารถอ่านรายละเอียดการให้บริการของเราได้ที่นี่ คลิ๊ก
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
th.wikipedia .org/
montrealgrandprix .com/
f1experiences .com/
visitmonaco .com/
tuttomotoriweb .it/

CONTENT RELATED

NEW CONTENT

PORTFOLIO