Online World

เทคโนโลยี 5G สู่อนาคต

เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวแว่วเข้ามาว่าเทคโนโลยี 5G กำลังจะก้าวเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราในอนคตอันใกล้นี้ ซึ่งเจ้าเทคโนโลยีตัวนี้เนี่ยก็จะทำให้เราสะดวกสบายมากขึ้น ใช้ชีวิตได้รวดเร็วมากขึ้นและสามารถเชื่อมต่อกับสิ่งต่างๆ รอบตัว หรือ IoT (Internet of Thing) ได้มากขึ้น เช่น ตอนนี้อินเตอร์เน็ตของเราก็จะใช้กับโทรศัพท์เป็นส่วนใหญ่ใช่มั๊ยล่ะค่ะ แต่พอเราก้าวเข้าสู่ยุค 5G แล้ว ความสะดวกที่จะใช้อินเตอร์เน็ตกับสิ่งรอบตัวก็มีมากขึ้น ทั้งรถยนต์ไร้คนขับ, การติดต่อสื่อสารออนไลน์หรือ Conference, ไปจนถึงการทำงานบนอากาศหรือ Cloud Technology ที่ทำให้การส่งผ่านข้อมูลง่ายขึ้นอย่างมาก ซึ่งเราจะอธิบายให้ทุกท่านได้ทราบกันในบทความนี้ค่ะ

 

แต่ก่อนเราจะไปยกตัวอย่างให้ทุกท่านเห็นภาพมากขึ้นว่าเจ้า 5G จะเข้ามาช่วยทำอะไรให้ชีวิตเราสะดวกสบายมากขึ้น เราขออธิบายความแตกต่างระหว่าง 4G กับ 5G ให้ทุกท่านได้ทราบก่อน

 

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดระหว่าง 4G กับ 5G คือเทคโนโลยี 5G จะรวดเร็วกว่า 4G เกือบ 100 เท่าเมื่อใช้งานเต็มประสิทธิภาพเลยทีเดียว เนื่องจากเทคโนโลยีใหม่ตัวนี้ที่จะเกิดขึ้นบนคลื่นความถี่สัญญาณใหม่ที่ 30hZ ที่ไม่เคยมีใครเปิดใช้มาก่อน ดังนั้นทำให้คลื่นสัญญาณตัวนี้จะไม่มีสัญญาณอื่นๆ มาแบ่งความจุสัญญาณออกไป ทำให้ความจุของผู้ใช้เพิ่มขึ้นและอนุญาตให้สามารถมีพื้นที่หรือหน่วยความจำในการใช้งานต่อคนมากขึ้นราวๆ 20 เท่าจากปัจจุบันนั่นเอง

 

เอาล่ะค่ะ เมื่อทราบถึงความน่าทึ่งของเทคโนโลยี 5G เมื่อเทียบกับ 4G แล้ว คราวนี้เราก็มาดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเพราะเทคโนโลยี 5G กันเลย

Driverless Car

Driverless Car

Cr. mercedes-benz

อาจจะเคยได้ยินข่าวเรื่องรถยนต์ไร้คนขับหรือรถยนต์ที่สามารถขับเองได้กันมาสักพักแล้ว และบางท่านอาจจะกังวลว่ามันจะปลอดภัยจริงหรอหากไม่มีมนุษย์เป็นคนคอยควบคุม จะขับไปชนใครมั๊ย หรือว่าจะพาเราหลงไปไหนรึเปล่า…

 

เทคโนโลยี 5G จะเข้ามาเติมเต็มคำตอบตรงนี้ค่ะ โดยจะเชื่อมต่อสัญญาณจากรถยนต์กับระบบจราจร ทำให้รถสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าหรือหยุดได้ตามสัญญาณไฟ ทั้งยังเชื่อมต่อกับระบบแผนที่อัจฉริยะเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่รถติดได้อีกด้วย เมื่อรวมเข้ากับเซนเซอร์และกล้องรอบคันที่จะตรวจจับสัญญาณของวัตถุที่เข้ามาใกล้ได้แม่นยำมากขึ้น ทำให้ความก้าวหน้าของรถยนต์พัฒนาจนใกล้จะใช้ได้จริงเพิ่มขึ้นไปอีกระดับ

 

หากรถยนต์ไร้คนขับนี้สามารถใช้ได้จริงเมื่อไหร่จะทำให้การใช้เวลาบนท้องถนนคุ้มค่ามากขึ้นเพราะเราสามารถทำกิจกรรมต่างๆ บนรถได้ราวกับกำลังนั่งเล่น รวมไปถึงงานดีไซน์ภายในตัวรถก็จะหรูหราและสะดวกสบายเหมือนมี Lounge เคลื่อนที่ส่วนตัวเลยล่ะค่ะ

Ultra HD

Cr. vizio

เทคโนโลยีภาพปัจจุบันจะเป็น Full HD เป็นหลัก เนื่องจากอยู่ในระดับที่สามารถโหลดได้ด้วย 4G แต่เมื่อ 5G กำลังจะเข้ามามีบทบาททำให้ในอนาคต การสื่อสารที่มีภาพคมชัดขนาด Ultra HD หรือ 4K ก็จะมีมากขึ้น โดยการสื่อสารที่คมชัดทุกรายละเอียดมากขึ้น โดย Ultra HD จะละเอียดกว่า Full HD ถึง 4 เท่า ทำให้เราสามารถเก็บรายละเอียดต่างๆ ผ่านจอทีวีได้มากขึ้นราวกับเข้าไปยืนอยู่ในสถานที่จริงเลยทีเดียว

 

ดังนั้นในอนาคตการสื่อสารออนไลน์อย่างการประชุมหรือการศึกษาออนไลน์จึงจะมีประสิทธิภาพและเปิดกว้างมากขึ้น เนื่องจากไม่ว่าคุณจะอยู่ส่วนไหน ก็สามารถเรียนหรือรับรู้เรื่องราวของโลกที่ห่างออกไปได้และสามารถมองรายละเอียดต่างๆ ได้ครบถ้วนราวกับตาเห็นนั่นเอง

Cloud Technology

Cloud Technology
ปัจจุบันการส่งผ่านข้อมูลนั้นเราจะเน้นการใช้ USB Drive หรือ Hard Disk เป็นหลักหากเป็นไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่ แต่หากเป็นไฟล์ขนาดไม่ใหญ่มากก็จะใช้การอัปโหลดขึ้นไปบนเว็บไซต์เพื่อให้ผู้รับข้อมูลดาวน์โหลดลงมาอีกที นี่เป็นพื้นฐานของเทคโนโลยี Cloud ค่ะ แต่เทคโนโลยีนี้ในปัจจุบันไม่รองรับสำหรับไฟล์ข้อมูลขนาดใหญ่นักเพราะจะใช้เวลาทั้งอัปโหลกและดาวน์โหลดนาน

 

แต่เมื่อ 5G กำลังจะเข้ามาทำให้ประสิทธิภาพความเร็วของอินเตอร์เน็ตมีมากขึ้น ทำให้ต่อไป Cloud Technology จะกลายเป็นวิธีหลักในการส่งผ่านข้อมูล เนื่องจากสามารถทำได้ฟรีเพราะเป็นการส่งข้อมูลผ่านทางอากาศ แล้วยังสะดวกรวดเร็วมากขึ้นอีกด้วย

 

นอกจากนี้ Cloud Technology เองก็มีบทบาทในวงการงานออกแบบ เนื่องจากปัจจุบันการเรนเดอร์ภาพห้องหรือ Product ค่อนข้างใช้เวลาต่อภาพนาน และจำเป็นต้องใช้เครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ปัจจุบันเริ่มมีการหันมาพัฒนาระบบ Cloud Render หรือการส่งข้อมูลไปเรนเดอร์ภาพออนไลน์ ในขณะที่เครื่องของดีไซน์เนอร์สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตามปกติ ดังนั้นด้วยเทคโนโลยีตัวนี้ ในอนาคตเราก็จะสามารถส่งงานให้ลูกค้าได้รวดเร็วมากขึ้นนั่นเอง

Virtual Reality Technology

Virtual Reality Technology
Virtual Reality หรือ VR เป็นเทคโนโลยีที่แพร่หลายกันมาสักพักแล้ว แต่ด้วยเทคโนโลยี 5G จะช่วยยกระดับให้ VR เป็นมากกว่าเกม แต่เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยสั่งสมประสบการณ์ด้วยภาพที่คมชัดระดับ Ultra HD และการส่งผ่านเทคโนโลยีที่รวดเร็วกว่า

 

ดังนั้นในอนาคตการศึกษาอาจไม่ได้เป็นแค่การนั่งเรียนในห้อง แต่จะสามารถฝึกปฏิบัติได้แม้อยู่ในห้องเรียน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาที่ไม่สะดวกเดินทางไปไกลๆ เพื่อฝึกปฏิบัติจริงได้ในหลายๆ ทาง หรือฝึกปฏิบัติในหัวข้อการศึกษาที่เป็นปัญหาแต่ไม่อนุญาตให้นักศึกษาเข้าไปประสบด้วยตาตัวเอง เช่น การผ่าตัดของนักศึกษาแพทย์ การออกแบบเพื่อรองรับสถานการณ์อันตรายอย่างไฟไหม้ของนักศึกษาสถาปัตย์ ไปจนถึงการเรียนรู้ง่ายๆ อย่างปรากฏการณ์แสงเหนือให้นักเรียนในแถบเอเชียได้เห็นภาพ และนอกจากนี้ยังสามารถสั่งสมประสบการณ์โดยการพาเราไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ได้แบบ 360 องศา ราวกับไปเดินอยู่ในสถานที่จริงเลยทีเดียว

Medical Technology

สำหรับทางการแพทย์ บทบาทของ 5G ค่อนข้างมีมากเลยทีเดียว เนื่องจากการพัฒนาของเทคโนโล 5G ที่ทำให้การสื่อสารแบบ Ultra HD และ VR ก้าวหน้าไปมากขึ้น ก็เป็นหนึ่งในหนทางที่จะพัฒนาการแพทย์เช่นกัน หากยังไม่เห็นภาพแล้วล่ะก็ เราจะขอยกตัวอย่างว่าสมมุติมีคนไข้ที่บังเอิญเป็นโรคร้ายอย่างหนึ่งและต้องการการรักษาที่เร่งด่วน แต่หมอที่เชี่ยวชาญการรักษาโรคนี้กลับไม่อยู่ในประเทศเดียวกับคนไข้เลยสักคน การมีระบบการสื่อสารที่เป็น Ultra HD จะทำให้หมอเจ้าของไข้สามารถติดต่อกับหมอผู้เชี่ยวชาญได้แบบ Real-Time และคุณหมอผู้เชี่ยวชาญก็สามารถประเมินสถานการณ์เพื่อให้คำปรึกษาการรักษาได้ผ่านทางออนไลน์เนื่องจากเห็นภาพที่คมชัดและแม่นยำนั่นเอง ทั้งหากยังไม่เกิดเคสที่รักษายากก็สามารถใช้ VR เพื่อจำลองสถานการณ์และฝึกฝนฝีมือเพื่อเตรียมรับมือกับเคสที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตดังที่กล่าวถึงไปในหัวข้อ VR

 

นอกจากนี้ 5G ยังมีฐานข้อมูลที่กว้างขวาง ทำให้ในอนาคตอันใกล้ การรักษาโรคพื้นฐานเช่นเป็นหวัดหรือปวดหัวตัวร้อนสามารถวินิจฉัยได้ด้วยเครื่องตรวจร่างกายที่กำลังพัฒนาขึ้นมา ดังนั้นคนไข้จึงไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งรอพบคุณหมอนานหลายชั่วโมงเหมือนในปัจจุบัน

More than Mobile Phone

Cr.richardvanhooijdonk

หลายๆ คนอาจเคยดูหนังเรื่อง Total Recall ที่พระเอกแปะมือกับกระจกเพื่อใช้โทรศัพท์และส่งข้อมูลราวกับมือจอคอมพิวเตอร์อยู่ตรงหน้า หรือ In Time ที่ผู้คนใช้กำไลข้อมือเป็นตัวส่งผ่านเวลา (หรือ เทียบค่าแล้วเป็นเงินในโลกของเรา)

 

เรื่องนี้อาจฟังดูเหลือเชื่อแต่ปัจจุบันเทคโนโลยีตัวนี้กำลังอยู่ในขั้นพัฒนาออกมาให้เราได้ใช้กันค่ะ แม้อาจจะไม่ได้ฝังไมโครชิพเอาไว้ที่ร่างกายแต่สามารถทำติดไว้กับเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับได้ (เช่นปัจจุบันมี Apple Watch ที่เป็นนาฬิกาแต่ทำหน้าที่ใกล้เคียงกับโทรศัพท์) ทำให้ในอนาคตเราอาจไม่ต้องพกโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าเงินก็สามารถเดินตัวเปล่าออกมาจากบ้านได้เลยอย่างสบายตัวสบายใจไม่ต้องกลัวไปทำของตกของหายที่ไหนอีกนั่นเอง
เทคโนโลยี 5G กำลังจะเปิดตัวในปี 2020 ที่กำลังจะถึงนี้…หวังว่าเราจะได้พบกับเทคโนโลยีอันน่าตื่นเต้นและมีประโยชน์อื่นๆ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี 5G กันนะคะ

 

แล้วพบกันใหม่ในโอกาสหน้า
สวัสดีค่ะ 🙂

CONTENT RELATED

NEW CONTENT

PORTFOLIO