Castle in the Sky
ปราสาทลอยฟ้าในกรุงเทพมหานคร Part II

Bangkok, Thailand

Two-Story Home

4-8 Members

300 Sq.m.

Classical – Deco

About

“นอนหลับสบายท่ามกลางหมู่ดาวและตื่นมาพบกับท้องฟ้าสดใสในยามเช้า ในห้องนอนของสถานที่ที่เป็นราวกับปราสาทลอยฟ้า…
Castle in the Sky ปราสาทลอยฟ้าในกรุงเทพมหานคร Part II ในเดือนนี้จะพาทุกท่านไปชมส่วนห้องนอนของห้องชุดพักอาศัยใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครที่มีพื้นที่ใช้สอยราว 300 ตารางเมตร ที่แต่ละห้องนั้นจะมีสวยงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ตรงใจผู้อยู่อาศัยผู้เป็นเจ้าชายและเจ้าหญิงของปราสาทแห่งนี้”

Space

  • Foyer & Lobby
  • Spa Massage Room
  • Bedroom (4 ห้อง)
  • Library
  • Living & Dining
  • Restroom

Space & Style

Deco-Chic เป็นสไตล์ Art Deco ที่มีเส้นสายที่เรียบง่ายทว่าแข็งแกร่งมาลดทอนลง ผสมผสานกับความ Modern ให้เข้ากับสมัยปัจจุบันมากขึ้น และเพิ่มความหวานและลูกเล่นด้วยการดึงรายละเอียดการตกแต่งของสไตล์ Classic ให้เข้ามามีบทบาทในงานออกแบบ ทำให้เกิดเป็นงานตกแต่งภายในที่หรูหราและลงตัว

Photo

|| Master Bedroom ||

เมื่อผ่านส่วนรับแขกเข้ามาก็จะเป็นส่วนห้องนอน และหนึ่งในนั้นก็คือห้องนอนใหญ่ ตัวห้องนั้นจะแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วนชัดเจนคือส่วนห้องน้ำและ Walk-in-Closet ที่ซ่อนอยู่หลังส่วนผนังโค้ง และส่วนห้องนอนที่ถูกตกแต่งให้มีความโรแมนติกภายใต้คอนเซป ‘Candlelight Romance’ ด้วยการเน้นใช้ไฟแบบ indirect light ตลอดแนวบัวฝ้าเพดานทำให้เกิดแสงสีทองโดดเด่นราวกับเปลวเทียน
เช่นเดียวกับบริเวณผนังหัวเตียงนั้นทางดีไซน์เนอร์ของเราเลือกที่จะออกแบบให้เป็นสองชั้นและกรุด้วยผ้า ชั้นแรกที่เป็นผนัง Partition นั้นจะใช้เป็นสีอ่อนและซ่อนไฟเพื่อสร้างบรรยากาศหรูหราและผ่อนคลายให้กับตัวห้อง ในขณะที่ชั้นในที่เป็น Headboard หัวเตียงจะเป็นสีเข้มและตัดด้วยเส้นสีทองเป็น Pattern เพื่อเป็นลูกเล่นให้กับตัวห้อง
ในขณะที่ส่วน ห้องน้ำและ Walk-in-closet นั้นจะออกแบบให้ใช้ materials ต่างกันและมีบรรยากาศที่สุขุมภูมิฐานกว่า เริ่มจากส่วนห้องน้ำที่เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็จะพบกับอ่างล้างหน้าทั้งสองฝั่งที่ไว้ให้คุณผู้ชายและคุณผู้หญิงได้จับจองกันคนละฝั่ง เช่นเดียวกับส่วน Walk-in-Closet ที่แยกออกเป็นสองห้องที่ดีไซน์ออกมาในสไตล์เดียวกันและเน้นการใช้สี Earth Tone เหมือนกัน
ฝั่งห้องของคุณผู้ชายนั้นจะเน้นให้มีส่วนเก็บเครื่องประดับ เช่น นาฬิกา เข็มขัดหรือเนคไทเป็นสัดส่วนและเป็นระเบียบ ในขณะที่ฝั่งห้องคุณผู้หญิงนั้นจะเน้นให้ชั้นวางเป็นแบบหน้าบานเปิดหรือไม่มีหน้าบานสำหรับจัดเก็บกระเป๋า หมวก ผ้าพันคอหรือเครื่องประดับอื่นๆ ราวกับมี Shop ส่วนตัวมาตั้งไว้ในห้องนอนและเพื่อให้สามารถเลือกหยิบใช้งานได้โดยสะดวกนั่นเอง

|| Bedroom 2 ||

หนึ่งในห้องนอนของห้องชุดพักอาศัยแห่งนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ‘Cruise – เรือสำราญ’ ที่จะพาผู้อยู่อาศัยล่องลอยไปตามหมู่เมฆอย่างผ่อนคลาย
ตัวห้องนอนแต่เดิมเนื่องจากมีฝ้าเพดานที่สูง ดังนั้นดีไซน์เนอร์ของเราจึงได้ออกแบบให้ห้องนี้มีชั้นลอยเพิ่มขึ้นมาเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้อง โดยเมื่อก้าวเข้าไปในห้องนั้นก็จะพบกับห้องน้ำ ส่วนแต่งตัวและบันไดที่จะพาขึ้นไปสู่ชั้นลอย โดยนอกจากจะทำหน้าที่เป็นบันไดแล้ว เรายังได้เพิ่มฟังก์ชันให้เป็นชั้นสำหรับเก็บของซ่อนอยู่ตามขั้นบันไดอีกด้วย
เมื่อขึ้นไปบนชั้นลอยก็จะพบกับส่วนนั่งเล่นและดูทีวีที่มีฉากหลังเป็นหน้าต่าง Full-Height มองเห็นบรรยากาศเมืองภายนอก โซฟาของพื้นที่ส่วนนี้นั้นจะออกแบบให้มีดีไซน์พิเศษและกว้างกว่าปกติราวกับเป็นเตียงนอนขนาดย่อม เหมาะสำหรับทั้งนั่งดูทีวีและนอนชมวิวภายนอกอย่างสบายใจ และที่บริเวณใต้ส่วนนั่งเล่นนั้นก็จะเป็นส่วนเตียงนอนที่เหนือเตียงจะมีฝ้าเพดานที่ Drop หลุมเพิ่มมิติให้กับตัวห้องและเป็นการลดความอึดอัดของเพดานที่ถูกกดลงมาให้ต่ำลง
จุดเด่นอีกอย่างของห้องนี้ก็คือการที่งานตกแต่งภายในส่วนใหญ่นั้น ถูกลบเหลี่ยมมุมและปรับให้เป็นส่วนโค้งแทนราวกับอยู่บนเรือสำราญที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารขณะแล่นอยู่ท่ามกลางทะเลจริงๆ เช่นเดียวกับเราที่คำนึงถึงความสะดวกสบายในการใช้งานควบคู่ไปกับความสวยงามที่ออกแบบให้ตรงใจเจ้าของห้องไปพร้อมกัน

|| Bedroom 3 ||

ในส่วนของห้องนอน Bedroom 3 เองก็มีการเพิ่มชั้นลอยเข้ามาเพื่อเพิ่มประสิทธิภายในการใช้สอยพื้นที่เช่นกัน สำหรับห้องนอนห้องนี้นั้นถูกออกแบบภายใต้คอนเซป ‘Exclusive Suites’ ที่หรูหราและสง่างาม ให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกราวกับตื่นขึ้นมาในโรงแรมห้าดาวในทุกๆ วัน
ตัวห้องนั้นจะเน้นการตกแต่งเป็นสี Earth Tone แบบโทนอ่อนและใช้สีทองเข้ามาช่วยเสริมความภูมิฐานให้กับตัวห้อง เมื่อผ่านประตูห้องน้ำของห้องมาแล้วก็จะพบกับเตียงนอนที่ถูกตั้งให้โดดเด่นอยู่กลางห้อง บริเวณ Partition หัวเตียงนั้นเองก็ทำจากไม้สีอ่อนและเดินร่องให้เกิดเป็นเส้นสายที่เป็นลูกเล่นให้กับตัวห้อง เพื่อนำสายตาไปหาภาพแขวนที่อยู่เหนือเตียง
ที่ด้านหลังของ Partition นั้นจะเป็นส่วน Walk-in-Closet ที่ออกแบบให้สามารถเก็บเสื้อผ้าได้มากมายรองรับการใช้งานของเจ้าของห้อง ตกแต่งตู้เก็บเสื้อผ้าด้วยแสตนเลสสีเงินเช่นเดียวกับส่วนของผ้าเพดานให้พื้นที่ส่วนนี้ดูสว่างและเป็นหรูหราในเวลาเดียวกัน
เมื่อขึ้นบันไดขึ้นไปเหนือส่วน Walk-in-Closet นั้นก็จะพบกับโซน Working Area ที่เมื่อถูกยกขึ้นมาไว้บนชั้นลอยแล้วก็ทำให้เกิดความเป็นส่วนตัวและสงบเหมาะแก่การทำงานมากขึ้น ทั้งเมื่อนั่งลงบริเวณโต๊ะทำงานแล้ว นอกจากจะมองเห็นทัศนียภาพเมืองจากหน้าต่างบานสูงฝั่งซ้ายมือและผนังทีวีที่มีแพทเทิร์นเส้นตั้งสูงขึ้นมาเกือบจรดฝ้าเพดานแล้ว ยังสามารถมองเลยไปเห็นประตูห้องนอนทำให้สามารถรู้ได้ในทันทีว่ามีแขกผู้มาเยือนแม้จะอยู่บนชั้นลอยก็ตาม

|| Maid Room ||

และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ส่วนของห้องนอนเมดเองก็ถูกออกแบบให้อยู่ในธีม ‘Warm & Cozy’ หรือเน้นการออกแบบให้อบอุ่นและผ่อนคลาย ด้วยพื้นที่ใช้สอยจำนวนจำกัดแล้ว ดีไซน์เนอร์ของเราจึงตัดสินใจใช้โทนสีของห้องให้เป็นสีโทนอ่อนเพื่อทำให้ตัวห้องรู้สึกปลอดโปร่ง และตัดด้วยการใช้เส้นสีดำทึบเพื่อเป็นจุดนำสายตา
เมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วสิ่งแรกที่จะนำเข้ามาสู่สายตาก็คือเตียงนอนสองชั้น (Bunk Bed) ที่ถูกล้อมอยู่ภายในกรอบสีดำอันโดดเด่น ตัวกรอบหรือโครงบันไดนั้นออกแบบให้โปร่งทำให้ไม่รู้สึกอัดอึดยามใช้งาน บริเวณปลายเตียงเองก็มีที่แขวนเสื้อหรือข้าวของเครื่องใช้ที่อยากเก็บไว้ใกล้ตัว หรือไม่งั้นแล้วก็สามารถนำไปแขวนไว้บริเวณแขวนเสื้อตรงหน้าห้องน้ำได้
เลยจากส่วนแขวนเสื้อกลับมาทางหน้าประตูบริเวณตรงข้ามกับเตียงนอนนั้นก็จะเป็นชั้นวางของแบบไม่มีหน้าบาน ไว้สำหรับวางของตกแต่งหรือของสะสมไว้ชมอย่างเพลิดเพลินก่อนจะหลับไปในยามค่ำคืนนั่นเอง
และนี่ก็คือ ‘Castle in the Sky ปราสาทลอยฟ้าในกรุงเทพมหานคร Part II’ นั่นเองค่ะ สำหรับใครที่สนใจ Castle in the Sky ปราสาทลอยฟ้าในกรุงเทพมหานคร Part I ที่พาทุกท่านไปชมงานออกแบบส่วนใช้สอยภายนอกนั้นสามารถคลิ๊กที่ Link ได้เลยค่ะ
หากสนใจดูผลงานอื่นๆ ของเราก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ Portfolio ของเว็บไซต์ Bareo-Isyss หรือ ถ้ามีข้อสงสัยก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ที่ 02 408-1341 – 44 และ 085 072-8998 และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Design by Bareo ค่ะ
แล้วพบกันใหม่ในเดือนหน้า
สวัสดีค่ะ : )

PROJECT RELATED

NEW CONTENT