เมื่ออาทิตย์ก่อนเดียร์มีโอกาสได้ไปเยี่ยมพี่คนหนึ่งที่โรงพยาบาล เริ่มแรกพี่คนนี้เข้าโรงพยาบาลเพราะท้องเสียอย่างหนัก ภายหลังจากตรวจแล้ว คุณหมอแจ้งว่าถ้ามาช้ากว่านี้คนไข้อาจช็อคได้เนื่องจากเสียเลือดมาก


        และที่น่าตกใจ เมื่อตรวจพบว่าเลือดค่อยๆ ไหลออกมา โดยที่คนไข้ไม่รู้สึกตัว อ้าว!!! แล้วมันออกมาตรงไหนใช่ไหมค่ะ เป็นคำถามเดียวกับกันกับที่เราถามคุณหมอ คุณหมอได้อธิบายว่าเลือดไหลออกที่กระเพาะ และลำไส้ แต่เป็นการไหลแบบซึมๆ ค่อยๆ ไหล  เมื่อผ่านกระบวนการในร่างกายของเราและถ่ายออกมาจะเป็นสีดำ ไม่ได้เป็นสีแดง ทำให้คนไข้ไม่ทราบว่ามีเลือดไหล

        เกิดได้อย่างไรใช่ไหมค่ะ เป็นโรคที่ใกล้ตัวเรามากๆ และเราไม่ควรมองข้าม นั่นคือ กระเพาะอาหารอักเสบ ค่ะ บางคนอาจบอกว่า “ชั้นกินข้าวเป็นเวลา ชั้นไม่เป็นหรอก”  ก็เข้าใจถูกนะคะ แต่ไม่ทั้งหมด เพราะปัจจุบันบรรดามนุษย์งานที่มักโหมงานหนักจนเกิดความเครียดสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ และเมื่อมารวมกับมีนิสัยรับประทานอาหารไม่เป็นเวลาอย่างต่อเนื่องด้วยแล้ว ยิ่งทำให้มีโอกาสเป็น โรคแผลในกระเพาะอาหาร  จนมีคำว่า เครียดลงกระเพาะ หรือที่เรียกว่า โรคเครียดลงกระเพาะ นั่นเอง

        เพราะความเครียดต่อตรงกับความคิด ความรู้สึก และจะแสดงออกทางร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ ปวดคอ ปวดหลัง ปวดท้อง เป็นต้น อาการที่แสดงออกมาจะถูกกำกับโดยประสาทอัตโนมัติ เช่น เมื่อเครียดก็จะส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร และกระเพาะอาหาร ที่จะเกิดการหลั่งกรดมากผิดปกติ ทำให้กระเพาะอาหารเป็นแผล ส่งผลให้ปวดท้อง แน่นท้อง ท้องอืด คลื่นไส้อาเจียน รวมทั้งลำไส้เกิดการหดตัวมากกว่าปกติ จึงเกิดอาการท้องเสีย และถ่ายบ่อยได้


        นอกจากนี้ ความเครียดยังส่งผลต่อระบบหลายๆ ส่วนด้วยกันรวมถึงระบบหัวใจและหลอดเลือด ทำให้หัวใจเต้นเร็ว และเต้นผิดจังหวะ เพราะหลอดเลือดที่เลี้ยงหัวใจตีบลง เมื่อไขมันมาเกาะ หลอดเลือดหัวใจจึงตีบตัน ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และความดันโลหิตสูง ความเครียดยังส่งผลต่อระบบกล้ามเนื้อ มีการหดตัว เกร็งแข็ง เกิดอาการปวดศีรษะ ปวดคอ ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อต่างๆ ทั่วตัว

        เมื่อรู้ผลที่ตามมามีมากขนาดนี้แล้ว เราคงต้องหาวิธีแก้กันแล้วล่ะค่ะ เพราะไม่ว่าเราจะกินยาแก้ปวด หรือหาหมอรักษาโรคกระเพาะนั่นเป็นการรักษาที่ปลายเหตุ การรักษาที่ดีที่สุดคือการรักษาที่ต้นเหตุ เอ..อย่างนี้เราต้องเริ่มจากการดูแลตัวเอง แล้วล่ะค่ะ วันนี้เดียร์มี 5 ขั้นตอน หนีโรคเครียดลงกระเพาะมาฝากค่ะ


        ขั้นแรก เริ่มจากสำรวจอย่างไม่โกหกตัวเองนะคะว่าเรามีความกังวลอะไรลึกๆ หรือเปล่า ถ้ามีก็จัดการแก้ปัญหานั้นๆ ไป หรือถ้าแก้ไม่ได้ เราก็อย่าไปกังวลจนเกินเหตุ  ทำจิตใจให้ผ่องใส

        ขั้นที่สอง จัดตารางชีวิตของเราให้พอดี ระหว่างการทำงาน และและชีวิตสวนตัว

        ขั้นที่สาม ต้องนอนอย่างน้อยวันล่ะ 6-8 ชั่วโมง เพราะขณะนอนหลับ อวัยวะทุกส่วนได้พักผ่อนเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ซึ่งรวมถึงแผลในกระเพาะอาหาร หรือระบบทางเดินอาหารด้วยเช่นกัน มีการศึกษาว่า ขณะนอนหลับร่างกายจะหลั่งโปรตีนชื่อ TFF2 ที่มีหน้าที่ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของอวัยวะต่างๆ ในช่องท้องออกมามากถึง 340 เท่าของเวลาปกติ เพื่อคอยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของทางเดินอาหาร อันเนื่องมาจากอาหารและเครื่องดื่มที่เรารับประทานเข้าไป รวมถึงกรดในกระเพาะอาหารที่หลั่งออกมาด้วย

        ขั้นที่สี่ รับประทานอาหารให้เป็นเวลา หลีกเลี่ยงการดื่มสุรา และการสูบหรี่

        ขั้นทีห้า สำคัญมาก คือ การออกกำลังกาย เพราะ ถ้าร่างกายแข็งแรงก็จะเป็นภูมิต้านทานโรคได้ค่ะ ดังคำที่ว่า “การออกกำลังกาย คือ ยาวิเศษ”

เรามาสำรวจตัวเองกันดีกว่านะคะ

“วันนี้คุณเครียดหรือเปล่า??”

 

-- เดียร์ --

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
Home | About Bareo | News & Events | Art of Design | Decor Guide | The Gallery | Living Young | Talk to Editor | Links
 
บริษัท บาริโอ จำกัด
50 ซอยบรมราชชนนี 4 ถนนบรมราชชนนี เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700 Tel. 66 2881 8536-7 Fax. 66 2881 8538
house servic, decoration design home architect architecture interior design designer homeplan residential furniture family decorat building build planning cost news information structure arch drawing apartment idea bangkok develop foreman bareo mareo bareo.tv เฟอร์นิเจอร์ การซ่อมแซมบ้าน วัสดุแต่งบ้าน ห้องนอน ห้องรับแขก ห้องอาหาร ออกแบบ ตกแต่งภายใน ออกแบบตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์ บ้านสวย มัณฑนากร สถาปัตย์ ตกแต่ง บารีโอ บาริโอ มาริโอ บริการ ปรึกษา รับสั่งผลิตเฟอร์นิเจอร์ตามแบบ รับเหมาตกแต่ภายใน วรวุฒิ ธรรมกุลางกูร มยุรี ธรรมกุลางกูร บาริโอดอททีวี